A Quiet Word

ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์

ความรักมักมีความชอบเป็นพื้นฐาน มกราคม 25, 2008

Filed under: Entertainment,Uncategorized — Korkai @ 11:05 pm
ด้วยเหตุนี้ คุณผู้อ่านสงสัยไหมว่า ทำไมใครๆ ถึงชื่นชอบผู้หญิงกันนัก หรือ A Few Reasons Why Guys Like Girls บอกไว้ดังนี้
1. เพราะผู้หญิงมักกลิ่นหอมเสมอ แม้กลิ่นนั้นจะมาจากแชมพูสระผมเพียงอย่างเดียวก็เถอะ
2. ผู้หญิงน่ารักจะตาย เมื่อยามเธอหลับไหล
3. พวกเธอใช้เวลาไปกับการแต่งตัวนานนับชั่วโมง แต่ก็คุ้มกับการรอคอย
4. พวกเธอมักดูดี ไม่ว่าจะสวมใส่ เสื้อผ้าชุดไหน
5. วิธีที่พวกเธอบรรจงจูบคนรัก แล้วทันใดนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกก็กลายเป็น ความสดใส
6. พวกเธอน่ารักชะมัด แม้ในยามกินซึ่งไม่ต้องการเหลืออะไร ไว้เผื่อใคร
7. ผู้หญิงทำให้สวีทฮาร์ทของพวกเธออบอุ่น ยามตระกองกอดเธอไว้ในวงแขน
8. พวกเธอน่ารัก แม้ยามโมโหโกรธา ทำหน้ายักษ์เข้าใส่
9. วิธีที่เธอบอกว่า ฉันคิดถึงคุณ สามารถทำให้ใครสักคนเป็นคนพิเศษขึ้นมาทันควัน
10. รอยยิ้มของเธอ ละลายหัวใจของผู้พบเห็น จนทำให้หยุดมองไปยังเธอไม่ได้

กระนั้นเพื่อความเท่าเทียม ขอเขียนถึงท็อป เซเว่น หรือ สาเหตุ 7 ประการที่ทำให้ ผู้ชายถูกหลงรักบ้างแล้วกัน ว่ากันว่า สิ่งที่ ทำให้พวกเขาน่ารักขึ้นมาได้ ก็อยู่ตรงที่
1. ให้สัมผัสที่อ่อนโยน ไม่กระโชกโฮกฮาก หรือหยาบกระด้างเข้าใส่
2. กอดและจุมพิตอย่างนุ่มนวลราวกับฝ่ายตรงข้ามเป็นนางฟ้ามาจุติ
3. ชอบทำให้ผู้หญิงเซอร์ไพรส์ ด้วยการกระทำที่พวกเธอไม่คาดคิด เช่น ชวนกันไปทำอะไรบ้าบอคอแตก เพราะผู้ชายไม่ใส่ใจกับสังคม หรือคนรอบข้างเท่าไหร่นัก
4. เมื่อเขาดูเป็นคนซื่อๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมและไม่รอบจัด
5. เป็นได้ทั้งเพื่อน, พี่และญาติผู้ใหญ่ในคราวเดียวกัน
6. ใจกว้างกับอดีตรักของฝ่ายตรงข้าม เพราะใครๆ ก็มีสมการ 3 ส่วน อันได้แก่ อดีต-ปัจจุบัน และอนาคตด้วยกันทั้งนั้น ถ้าอดีตจบไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่
7. มีสัญชาตญาณของการพิทักษ์และปกป้อง

เมื่อเล่าเรื่องความดีงาม ชวนฝันของผู้ตกอยู่ใน ห้วงรัก ให้อ่านแล้ว อยากเขียนถึง เหวลึก ด้านมืดของปุถุชนกันบ้าง
ปัญหาของคนรักกันมันอยู่ตรงนี้ไงท่าน ตรงที่ ถ้าหากคนที่เรารักไม่ได้ดี… เลิศประเสริฐศรีอย่างที่เราตั้งความหวังหรือคิดไว้ล่ะ คุณจะยังรักหรือทิ้งเขาไปเสียเลย …ดีนะ
แต่ขอบอกก่อนว่า หากคุณกำลังมองหาคนที่สมบูรณ์แบบอยู่ละก็ ตอบได้เลยว่า ไม่มีคนนั้นอยู่ในโลกนี้หรอก ตื่นได้แล้ว บางครั้งคุณอาจเจอคนแบบ เฮ้อ…ดีไปซะทุกอย่าง…แต่…
• ซกมก สกปรกเป็นที่สุด
อย่างนี้ ถ้าจะไปด้วยกันได้ ทั้งสองฝ่ายต้องปรับตัวเข้าหากัน เช่น สกปรกตามเขาไปด้วย หรือไม่ก็สกปรกให้มากกว่าไปเลย แบบนี้ อาจกระตุ้นให้เขารักสะอาดขึ้นมาก็ได้
• น่าเบื่อเหลือเกิน
ถ้ามองในแง่ดีเข้าไว้ คนน่าเบื่อก็ดีไปอย่างนะ อย่างน้อยคุณก็เชื่อมั่นได้ว่าเขาจะไม่ผีเข้าผีออก บุคลิกไม่หลุกหลิกและไม่ เจ้าชู้ประตูดิน อยากจะไปสีหรือไปหลีใคร ก็ยากที่จะมีใครสน ยกเว้นแต่คนชอบของแปลก
• ขี้เหนียวเป็นกะละแม
รายนี้ควรคู่กับยอดนักช็อป เพราะความสุดขั้วของทั้งคู่จะได้ถ่วงดุลกันไว้ แบบหยินหยางไงล่ะ แล้วจะหาว่าคุย รักกับคนขี้เหนียวก็ดีไปอย่าง เพราะมีแววว่าอนาคตจะรวย
แต่หากในชั่วชีวิตที่รักกัน เขาตระหนี่จนแทบรับไม่ไหว ก็อย่าเพิ่งตีตัวออกห่าง คิดให้ไกลเข้าไว้ก่อน เพราะถ้าวันใดเกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมา ก็ถึงคราที่คุณจะได้ผลาญเงิน เพื่อขจัดความกดดันที่มีอยู่เสียที

ความรักคือ การยอมรับข้อเสียของอีกฝ่ายให้ได้ หากรับไม่ได้ ย่อมไม่เรียกว่าเป็นคู่รัก

 

 

รู้มั้ยผมเป็นใคร **? ตุลาคม 10, 2007

Filed under: Entertainment — Korkai @ 8:33 am

 

ที่ช่องออกบัตรที่นั่งผู้โดยสารเครื่องบิน

ในวันที่มีผู้โดยสารต่อคิวยาวมากเป็นพิเศษ

เพราะวันต่อไปเป็นวันหยุดราชการหลายวันติดต่อกัน

พนักงานออกบัตรที่นั่งพยายามที่จะทำงานให้เป็นที่ถูกใจ

แก่ผู้โดยสารทุกคนโดยการพูดจา อย่างสุภาพ และ

ทำงานโดยรวดเร็ว แต่ถึงกระนั้นผู้โดยสารที่อยู่ในคิวแถวก็

ยังมีท่าทีกระวนกระวายต่างชะเง้อชะแง้ดูว่าเมื่อไหร่

จะถึงคิวของตัวเองสักที ผู้โดยสารชายคนหนึ่งเดินมา

พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาจากมุมไหนไม่มีใครสังเกต

ขอให้พนักงานหญิงคนนั้นออกบัตรที่นั่งให้เขาก่อน โดยด่วน

พนักงานสาวหายใจเข้าปอดอย่างแรง พยายามระงับ

อารมณ์โกรธแล้วพูดอย่างสุภาพว่า

" คุณขา ใครใครเขาก็ต่อแถวเรียงคิวเป็นระเบียบนะคะ

ดิฉันไม่สามารถจัดการให้คุณก่อนหรอกค่ะ กรุณาไปต่อ

แถวเหมือนคนอื่นๆ เถอะค่ะ"

ชายผู้นั้นหน้าแดงก่ำ พูดเสียงดังด้วยความโกรธว่า

" คุณรู้หรือเปล่าว่าผมเป็นใคร?"

พนักงานสาวหันไปมองหน้าผู้โดยสารคนนั้น หายใจเข้า

แรงๆอีกครั้งแล้วกดสวิทช์ไมโครโฟน พูดประกาศออกไปว่า

" ท่านผู้โดยสารโปรดทราบขณะนี้มีชายคนหนึ่งอยู่ที่

ช่องออกบัตรที่นั่งผู้โดยสารหมายเลข13

ไม่ทราบว่า ตนเองเป็นใคร ถ้าท่านผู้โดยสารคนใดสามารถ

ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้

กรุณาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ด้วยค่ะ ขอบคุณ"

แล้วต่อด้วยภาษาอังกฤษว่า

"Attention please! There is a man at the ticket counter No.13

who does not know who he is. Anyone who may be

able to identify this man is

asked to please step forward and identify him.  

Thankyou"

ชายผู้นั้นรู้สึกอับอายขายหน้าไม่รู้จะทำอย่างไรดีนอกจาก

ด่ากลับไปว่า

"f__k you!!!"

พนักงานสาวก็สวนกลับทันควันด้วยเสียงอันสุภาพว่า

" เรื่องนั้นก็ต้องต่อคิวเหมือนกันค่ะ"

 

 

     http://s10.histats.com/6.swf

 

ღ¸ เฒ่าผจญทะเล..The Old Man and the Sea ตุลาคม 4, 2007

Filed under: Entertainment — Korkai @ 5:53 am
 

The Old Man and the Sea
เฒ่าผจญทะเล
Official website
more info. from IMDB
แนว : แอนิเมชั่น
ความยาว : 40 นาที
กำหนดฉาย : 19 กรกฎาคม 2545

 

The Old Man and the Sea หรือ เฒ่าผจญทะเล เป็นภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้น จากอมตะนิยายเรื่องยิ่งใหญ่ ของนักเขียนชาวอเมริกันชื่อดัง เออร์เนสต์ เฮมมิ่งเวย์ (ค.ศ.1899 – 1961) งานเขียนของเขา มีอิทธิพลอย่างยิ่งกับโลกในช่วงศตวรรษที่ 20 หนังสือเล่มต่างๆ ของเขา ถูกแปลเผยแพร่เป็นภาษาต่างๆ กว่า 100 ภาษา มีการนำไปสอนในชั้นเรียนให้กับเด็กนับล้านๆ คนทั่วโลก และยังคงขายได้อย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งทุกวันนี้

โดยความร่วมมือ ระหว่างกลุ่มผู้สร้างภาพยนตร์ บนจอไอแมกซ์ขนาดใหญ่จากหลายประเทศ เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี การถือกำเนิด ของนักประพันธ์รางวัลโนเบลผู้นี้ จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ นอกจากการย้อนเวลานำผู้ชม ไปพบกับเหตุการณ์จำลอง จากเรื่องราวชีวิตจริงของเฮมมิ่งเวย์ ในแต่ละช่วงชีวิต ผ่านภาพยนตร์เชิงสารคดี ที่ซึ่งทำหน้าที่เป็นบทนำให้กับภาพยนตร์แล้ว ยังนำผลงานเขียนชั้นเยี่ยม ที่เคยได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ มาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่น บนจอขนาดใหญ่ ที่ใช้เทคนิคการสร้างภาพแอนิเมชั่นรูปแบบใหม่ ซึ่งไม่เคยใช้มาก่อนกับภาพยนตร์เรื่องใดๆ ออกฉายให้ผู้ชมจากทั่วโลก ได้สัมผัสความพิเศษอันยิ่งใหญ่ จากภาพยนตร์เรื่องนี้

เนื่องจากงานเขียนของเฮมมิ่งเวย์ ได้รับอิทธิพลมาจากชีวิตจริงของเขา ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีลักษณะเด่น ที่แตกต่างจากภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ โดยมีการแบ่งภาพยนตร์ออกเป็น 2 ส่วนแยกออกจากกัน ในส่วนแรกคือ ภาพแห่งชีวิตเฮมมิ่งเวย์ (Hemingway: A Portrait) ภาพยนตร์เชิงสารคดีความยาว 18 นาที ซี่งจำลองเหตุการณ์ จากเรื่องราวชีวิตของเฮมมิ่งเวย์ เป็นการแนะนำให้ผู้ชม ได้รู้จักตัวตนของนักเขียนผู้นี้ได้ดียิ่งขึ้น ต่อจากนั้นจึงเป็น เฒ่าผจญทะเล (The Old and the Sea) ที่นำบทประพันธ์เรื่องดังของเขา มาถ่ายทอดในรูปแบบของภาพยนตร์แอนิเมชั่น ความยาว 22 นาที จากฝีมือการกำกับของ อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ


ช่วงที่ 1: ภาพแห่งชีวิตเฮมมิ่งเวย์ (Hemingway: A Portrait)

ภาพยนตร์เชิงสารคดี ที่จะนำผู้ชมย้อนเวลา กลับไปพบกับเรื่องราวจากชีวิตจริงของ เออร์เนสต์ เฮมมิ่งเวย์ นักประพันธ์ชื่อก้องโลก ซึ่งจะถ่ายทอดให้เห็นถึงลักษณะนิสัย อารมณ์ และความรู้สึกในการใช้ชีวิต ตลอดไปจนถึงความสนใจ ในเรื่องราวเกี่ยวกับความตายเป็นพิเศษ ที่ติดตัวเขามาตั้งแต่วัยเด็ก จนก้าวเข้าสู่บั้นปลายแห่งชีวิต โดยอาศัยข้อมูลจากหลายเหตุการณ์จริง ที่เกิดขึ้นทั้งกับชีวิต และในงานเขียนของเฮมมิ่งเวย์เป็นพื้นฐานสำคัญ

ขณะเดียวกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็นำเสนอเนื้อหาหลัก ในแง่มุมของความอดทน และการเผชิญหน้าแบบตัวต่อตัว ซึ่งได้กลายเป็นองค์ประกอบ ที่นำไปสู่การดัดแปลงนวนิยายเรื่อง "เฒ่าผจญทะเล" (The Old Man and the Sea) มาเป็นถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่น บนจอไอแมกซ์ขนาดยักษ์

เหตุการณ์จากอดีต จะปรากฏสู่สายตาของผู้ชม นับตั้งแต่ปูมหลังของเด็กชายเฮมมิ่งเวย์ ทิ่เริ่มต้นขึ้น ณ ป่าแถบมิชิแกนในปี ค.ศ.1910 จากนั้นจะพาท่องไปในสมรภูมิรบ ของสงครามโลกครั้งที่ 1 ในประเทศอิตาลี ซึ่งเฮมมิ่งเวย์ทำหน้าที่เป็นทหารเสนารักษ์ คอยช่วยเหลือชีวิตเพื่อนทหาร ที่ออกรบอยู่แนวหน้า ขณะเดียวกัน ก็จะได้พบกับความตื่นเต้น จากการแข่งขันวิ่งวัวกระทิง ณ เมืองแพมพลอน่า ประเทศสเปน ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เฮมมิ่งเวย์โปรดปราน และจบการเดินทางเรื่องราวชีวิตของเขาลง ที่ชายหาดคีย์เวสท์ บ้านสุดท้ายของนักประพันธ์ผู้นี้ ซึ่งจะทำให้ผู้ชมได้รู้ถึง แรงบันดาลใจสำคัญ ที่ทำให้เขาเขียนนวนิยายเรื่อง เฒ่าผจญทะเล

นอกจากนี้ ในภาพยนตร์เรื่องภาพแห่งชีวิตเฮมมิ่งเวย์ ยังมีเรื่องราวที่บรรยายถึงบรรดาโปรดิวเซ่อร์ ของสำนักข่าวต่างๆ ในช่วงปี ค.ศ.1961 ซึ่งจะฉายให้เห็นภาพยนตร์เก่าๆ ในอดีตของเฮมมิ่งเวย์ ที่ถูกถ่ายทำและเก็บรวบรวมไว้ โดยเปิดเผยให้เห็นอีกหลายแง่มุม ทั้งในด้านของการเป็นมนุษย์ และเป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของคนคนหนึ่ง พร้อมกันนี้ ยังนำงานเขียนบทละครสั้นๆ หลายเรื่อง ที่เขาเขียนเก็บสะสมเอาไว้ มาแสดงเพื่อให้ผู้ชมได้รู้จักตัวตน ของนักเขียนผู้นี้ดียิ่งขึ้นด้วย


ช่วงที่ 2: เฒ่าผจญทะเล (The Old Man and the Sea)

พลันที่เสียงเรียก "ซานติเอโก" จาก มาโนลิน เด็กชายที่เป็นเสมือนเพื่อนต่างวัย ก้องเข้าไปในหู ก็ทำให้มโนภาพจากความฝัน ที่ฉายภาพของกลาสีเรือหนุ่มบนดาดฟ้าเรือ ที่กำลังแล่นออกจากทวีปแอฟริกา มองเห็นหมู่สิงโตที่อยู่บนชายฝั่ง ค่อยๆ เลือนหายไป ปลุกให้ชายชราตื่นขึ้นจากหลับใหล เขาคือซานติเอโก ชาวประมงคิวบา ซึ่งเพิ่งจะผ่านพ้นช่วงเวลา 84 วัน ที่ยากลำบากของชีวิต เมื่อไม่สามารถจับปลาได้เลยแม้แต่ตัวเดียว ทั้งที่ในอดีต เขาคือชาวประมงหนุ่มผู้อหังการ และหยิ่งทระนง ตรงกันข้ามกับปัจจุบัน ที่เหลือเพียงชาวประมงชราผู้สิ้นหวัง และกำลังล่วงเข้าสู่บั้นปลายของซีวิต

แม้ชีวิตจะผ่านช่วงเวลาที่สาหัส แต่สำหรับซานติเอโกแล้ว ความหวังครั้งสุดท้ายที่เขาตั้งใจจะทำให้สำเร็จ คือการได้ออกเรือจับปลาเพื่อพิสูจน์ตนเองอีกครั้ง กับชะตาซีวิตอับโชคที่ผ่านมา ขณะที่ความปรารถนาของมาโนลิน ซึ่งหวังที่จะได้ออกไปเรียนรู้ประสบการณ์จากทะเล กับเพื่อนคู่คิดต่างวัย ก็ทำได้เพียงเฝ้ามองดูซานติเอโก ออกเรือไปโดยลำพังในเช้าตรู่วันหนึ่ง ท่ามกลางพื้นน้ำสีเข้มยามอรุณใกล้รุ่ง ภาพเรือของซานติเอโกลอยออกไปไกลเรื่อยๆ จนกระทั่งหายลับไปจากคลองสายตาของมาโนลิน

ในความเวิ้งว้างของอาณาเขตแห่งทะเล ซานติเอโกวาดหวังถึง "ปลา" รางวัลชิ้นใหญ่ของชีวิตที่กำลังรอคอยเขาอยู่ข้างหน้า ขณะที่ความเป็นจริงก็คือ ตลอดเช้านี้เขาตกได้เพียงปลาเหยื่อขนาดเล็กๆ แต่ด้วยความตั้งใจทำให้เขามุ่งมั่นที่จะรอต่อไป จนเมื่อเวลาผ่านไปกว่าครึ่งวัน ในที่สุด สายเบ็ดของซานติเอโกก็ขึงตึงขึ้น จากสิ่งมีชีวิตบางอย่าง มันเป็นปลาขนาดใหญ่ที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเจอ… มาร์ลิน ปลากระโทงแทงขนาดยักษ์ยาว 18 ฟุต ติดเบ็ดของชาวประมงชราเข้าแล้ว ถึงตอนนี้ ช่วงเวลาของการต่อสู้เพื่อชีวิตกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ซานติเอโกใช้เวลาตลอดสองวันสองคืน กับการพิสูจน์พลังกับคู่ปรปักษ์ยักษ์ ที่ดึงเขาและเรือออกไปสู่เขตทะเลที่ไกลขึ้นเรื่อยๆ ชายชราไม่อาจที่จะปล่อย หรือแม้แต่ขยับการจับยึดคันเบ็ดที่ถืออยู่ได้เลย เพราะการเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเสี้ยววินาที อาจทำให้คู่ต่อสู้ของเขาได้เปรียบ และชนะไปในที่สุด มันเป็นบททดสอบความอดทน ระหว่างคนกับปลายักษ์ ที่มีแรงมหาศาลที่สุดตัวหนึ่ง เวลาที่ทอดนานออกไป ทำให้ความทรงจำในวัยเยาว์จากอดีตของซานติเอโก ฉายภาพชัยชนะของการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ ที่เขายื้อยุดเพื่อต่อสู้กับปลายักษ์ ที่แข็งแรงและทรงพลัง กว่า 24 ชั่วโมงในสงครามแห่งชีวิต มันจะต้องเหมือนกับครั้งนี้ ซึ่งชายชรามั่นใจว่า เขาจะเป็นฝ่ายชนะเช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าสามารถเอาชนะจิตใจตัวเองได้อีกครั้ง

เมื่อย่างเข้าสู่วันที่สาม ซานติเอโกยังอดทน ที่จะสู้กับมาลินยักษ์จนถึงที่สุด แล้วความพยายามของเขาก็เริ่มสัมฤทธิ์ผล เมื่อมันเหนื่อย และหมดแรงที่จะยื้อกับเขาต่อไป ชายชราใช้กำลังเฮือกสุดท้าย แทงฉมวกไปที่ตัวของมัน เป็นสัญญาณว่าการต่อสู้ยุติลงแล้ว ปลายักษ์ถูกลากมาตรึงไว้ด้านข้างของเรือ แต่ในเย็นวันนั้น โชคร้ายก็กลับมาเยือนเขาอีกครั้ง เมื่อปลาฉลามกระหายเลือดตัวหนึ่ง ตรงรี่เข้ามาจัดการเหยื่อขนาดยักษ์ ที่อยู่ด้านข้างของเรือ มันลากผลงานชิ้นใหญ่ของซานติเอโกออกไป การต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ในที่สุด ชายชราก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เขาล้มตัวลงบนเรืออย่างท้อแท้และหมดแรง ค่ำวันนั้น ซาติเอโกและเรือก็กลับถึงฝั่งพร้อมๆ กับแขกไม่ได้รับเชิญ เป็นฉลามหิวตัวนั้น ที่ยังคงสวาปามปลาของเขาอย่างเอร็ดอร่อย

บนชายหาดไม่ไกลออกไปในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น บรรดาชาวประมงและชาวบ้านในแถบนั้น กำลังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อย่างตื่นตะลึง กับภาพของซากปลามาร์ลินขนาดยักษ์ ที่หลงเหลืออยู่ข้างๆ เรือของชายชรา ขณะเดียวกัน ในกระท่อมที่รู้สึกคุ้นเคย เมื่อค่อยๆ เปิดตาขึ้นมาอีกครั้ง ซานติเอโกเห็นใบหน้าที่ฉายแววกังวลของมาโนลิน เพื่อนต่างวัยอยู่เบื้องหน้า แล้วก็พบว่าเขากำลังนอนอยู่บนเตียง ในกระท่อมของตัวเอง หลังจากนอนหลับสนิทอย่างยาวนาน จากความอ่อนเพลียในสงครามแห่งชีวิต ที่เขาเป็นทั้ง "ผู้ชนะ" …และ "ผู้แพ้" ในเวลาเดียวกัน


จากบทประพันธ์ชิ้นเยี่ยม The Old Man and the Sea รางวัลพูลิตเซอร์และโนเบลของ เออร์เนสต์ เฮมมิ่งเวย์ นักประพันธ์ชาวอเมริกัน ที่ผู้อ่านทั้งโลกรู้จักดี ด้วยความโดดเด่น จากเนื้อหาหลักของเรื่องที่น่าประทับใจ ในเรื่องราวของมิตรภาพต่างวัย และชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับความสูญเสีย ของชาวประมงชราคนหนึ่ง ถูกนำมาถ่ายทอดใหม่ เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่น จากภาพเขียนสีน้ำมัน บนจอขนาดยักษ์ของไอแมกซ์ ด้วยฝีมือการกำกับของ อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ ผู้กำกับภาพยนตร์มากประสบการณ์ ที่มีรางวัลด้านภาพยนตร์จำนวนมาก เป็นเครื่องการันตีผลงาน เฒ่าผจญทะเล คือประสบการณ์ไอแมกซ์ 2 มิติครั้งใหม่ ที่จะถ่ายทอดอรรถรสแห่งพลังและอารมณ์ ทุกตัวอักษรจากนวนิยายของนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ เออร์เนสต์ เฮมมิ่งเวย์ ไว้อย่างครบถ้วน

"การพิสูจน์คุณค่าแห่งตัวตน และมิตรภาพระหว่างวัย" คือ บทสรุปแห่งความหมายของชีวิตที่แท้จริง สำหรับซานติเอโก ชาวประมงชรา ผู้เป็นตัวเอกในเรื่องราว จากอมตะนวนิยายเรื่องยิ่งใหญ่เรื่องนี้ อีกครั้งที่ประสบการณ์ไอแมกซ์ จะนำเสนอความประทับใจครั้งใหม่ จากบทประพันธ์ที่อยู่ในหัวใจของผู้อ่านทั่วโลก นำมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่น ในรูปแบบของภาพเขียนสีน้ำมัน บนจอขนาดยักษ์ของไอแมกซ์ โดยมีรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่น ขนาดสั้นประจำปี 2000 เป็นเครื่องการันตี

งานสร้างของ The Old Man and the Sea เป็นผลงานจากความร่วมมือระหว่าง อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ ผู้กำกับภาพยนตร์ฝีมือดีชาวรัสเซีย กับ ปาสคาล เบลส์ โปรดักชั่น บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ชื่อดังของแคนาดา ที่มีประสบการณ์ การสร้างสรรค์ภาพยนตร์บนจอขนาดใหญ่ มาแล้วอย่างมากมาย โดยนอกจากการเป็นพันธมิตร ของทีมงานสร้างระหว่างสองชาติ คือรัสเซีย โดย พาโนราม่า ฟิล์ม สตูดิโอ แห่งเมืองยาโรสลาฟ ของเปตรอฟ และแคนาดา โดย ปาลคาล เบลส์ โปรดักชั่น แล้ว ยังมีกลุ่มพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่นอีก 3 บริษัท ที่ได้เข้ามาสนับสนุนงานสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้คือ อิมเมจิก้า, เดนท์สุ เทค และ เอ็นเอชเค เอ็นเตอร์ไพร์ส 21 ต่างก็ให้ความสนใจ ที่จะเข้าร่วมเป็นทีมงานสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ หลังจากประชุมร่วมกันครั้งแรก ทุกฝ่ายต่างก็เห็นพ้องกับโครงการนี้ และในแต่ละกลุ่ม ต่างก็มีองค์ประกอบสำคัญ ที่จะช่วยสนับสนุนให้สร้างภาพยนตร์บนจอขนาดยักษ์เรื่องนี้ สำเร็จออกสู่สายตาของผู้ชมได้

เหตุการณ์สำคัญๆ ในชีวิตของเฮมมิ่งเวย์ ถูกจำลองปรากฏออกมาในภาพยนตร์ ได้อย่างมีพลัง ไม่ว่าจะเป็นชีวิตในวัยเยาว์ นับตั้งแต่วัยเด็ก จนเติบโตขึ้นมาในมิชิแกน สถานที่ที่ทำให้เขารู้สึกรักในธรรมชาติ, ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ในอิตาลี ที่ทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษ, การวิ่งวัวกระทิงอันตื่นเต้น ในเมืองแพมพลอน่า ประเทศสเปน และที่สุดท้ายคือ บ้านพักของเขาที่ชายหาดคีย์เวสท์ รัฐฟลอริด้า ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่สร้างแรงบันดาลใจ ในการเขียน The Old Man and the Sea ขึ้น

ทีมงานสร้างของ ภาพแห่งชีวิตเฮมมิ่งเวย์ (Hemingway: A Portrait) ได้เลือก อีริค กานูแอล ผู้กำกับภาพยนตร์ ที่ผ่านประสบการณ์ทำงานด้านโฆษณา และซีรี่ส์ทางโทรทัศน์มาอย่างช่ำชอง เป็นผู้รับผิดชอบงานกำกับภาพยนตร์ ที่ย้อนเวลากลับไปสู่เหตุการณ์ชีวิตในอดีตของเฮมมิ่งเวย์ และถือเป็นการกำกับภาพยนตร์บนจอขนาดใหญ่ ที่ท้าทายความสามารถของเขาเป็นครั้งแรก

นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง สำหรับงานสร้าง เฒ่าผจญทะเล (The Old Man and the Sea) ภาพยนตร์แอนิเมชั่น ในรูปแบบภาพวาดสีน้ำมัน บนจอขนาดใหญ่ ความยาว 22 นาที ผลงานจากการกำกับ และเขียนภาพโดย อเล็กซานเดอร์ เปตรอฟ ผู้กำกับภาพยนตร์ฝีมือดีจากรัสเซีย ซึ่งเคยถูกเสนอชื่อ เข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้วสองครั้ง จากภาพยนตร์เรื่อง The Cow และ The Mermaid ตามลำดับ

เปตรอฟใช้เวลาตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี นับตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 1997 จนถึงเมษายน ปี 1999 ดัดแปลงเรื่องราวในนวนิยาย ให้กลายมาเป็นภาพเขียนทีละภาพ เฟรมแล้วเฟรมเล่า โดยใช้วิธีการเฉพาะ ในการสร้างและตกแต่งภาพ ด้วยเทคนิคการใช้นิ้ว กับสีน้ำมันแบบแห้งช้า จนกระทั่งได้ภาพที่งดงาม ซึ่งกลายเป็นผลงานศิลปะชั้นเยี่ยม แบบที่นักสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่น ไม่กี่คนบนโลกนี้จะทำได้ เทคนิคที่เปตรอฟนำมาใช้ กับการสร้างภาพแอนิเมชั่นก็คือ การวาดภาพสีน้ำมัน แบบต่างระดับบนแผ่นกระจก ซึ่งสามารถทำให้เห็นความแตกต่าง ในองค์ประกอบของภาพ ระหว่างฉากหน้าและฉากหลังอย่างเห็นได้ชัด

ขั้นตอนการทำงาน หลังจากที่เปตรอฟพอใจกับภาพ ที่ได้ในแต่ละฉากแล้ว ก็จะค่อยๆ ไล่สี จากฉากหลังขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อทำให้ภาพมีสีเต็มอิ่ม โดยจะทำไปทีละเฟรม จากนั้นก็จะค่อยๆ แก้ไขภาพทีละภาพ แต่ละเฟรม ไปเรื่อยๆ ซึ่งจำนวนภาพทั้งหมด ที่ถูกวาดขึ้นตลอดช่วงระยะเวลากว่า 2 ปี โดยฝีมือของเปตรอฟ มีจำนวนถึง 29,000 เฟรม ทำให้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องนี้ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นงานศิลปะชั้นเยี่ยม


รางวัลเกียรติยศของภาพยนตร์ไอแมกซ์ เรื่อง The Old Man and the Sea

  • เม.ย 2001
    • รางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ซานดิเอโก (แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา)
  • มี.ค. 2001
    • รางวัลไคโรไพรซ์เหรียญเงิน สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่น
    • รางวัลจูรี่ไพรซ์ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นระหว่างประเทศสำหรับเด็ก งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เมืองไคโร ครั้งที่ 11 (ไคโร อียิปต์)
  • ม.ค. 2001
    • รางวัลพิเศษ งานเทศกาลภาพยนตร์แอนิเมชั่นนานาชาติ เมืองเตหะราน ครั้งที่ 2 (เตหะราน อิหร่าน)
  • พ.ย. 2000
    • รางวัลจูรี่สาขาภาพยนตร์ขนาดสั้น งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติสำหรับเด็ก เมืองโคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก)
  • ต.ค. 2000
    • รางวัลภาพยนตร์จากการคัดเลือกของผู้ชม งานประกวดภาพยนตร์นานาชาติ ไอ คาสเทลลี่ แอนนิเมตี้ ครั้งที่ 5 (โรม อิตาลี)
  • ส.ค. 2000
    • รางวัลพิเศษ งานเทศกาลภาพยนตร์แอนิเมชั่นนานาชาติ เมืองฮิโรชิม่า ครั้งที่ 8 (ญี่ปุ่น)
  • มิ.ย. 2000
    • รางวัลที่ 1 สำหรับภาพยนตร์ขนาดสั้นความยาว 15-30 นาที งานประกวดภาพยนตร์แอนิเมชั่นโลก ครั้งที่ 14 (ซาเกรบ โครเอเซีย)
    • รางวัลชนะเลิศ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นขนาดสั้น
    • รางวัลภาพยนตร์มหาชน งานเทศกาลภาพยนตร์แอนิเมชั่นนานาชาติ อันเนอซี่ 2000 (ฝรั่งเศส)
  • เม.ย. 2000
    • รางวัลสูงสุด งานเทศกาลภาพยนตร์ไอแมกซ์ 2000 (ไมอามี่ ฟลอริดา)
    • รางวัลภาพยนตร์ 2 มิติ ยอดเยี่ยม (Hemingway: A Portrait and The Old Man and the Sea)
    • รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม (Hemingway: A Portrait and The Old Man and the Sea)
  • มี.ค. 2000
    • รางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นขนาดสั้นยอดเยี่ยม งานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 72 (ลอสแองเจิลลีส)
    • รางวัลจูทร่า ภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม งานประกาศผลรางวัลด้านภาพยนตร์ (มอนทรีออล แคนาดา)
  • ม.ค. 2000
    • รางวัลชนะเลิศ งานประกวดรางวัลภาพยนตร์ ไมนิชิ เมืองโอฟูจิ (ญี่ปุ่น)
    • รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
    • รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สาขาสารคดีสั้น งานประกาศผลรางวัลภาพยนตร์ และภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยมแห่งแคนาดา (Hemingway, A Portrait) (โตรอนโต แคนาดา)
  • ธ.ค. 1999
    • รางวัลชนะเลิศ ประเภทภาพยนตร์แอนิเมชั่น งานเทศกาลผู้ผลิตสื่อด้านศิลปะและวัฒนธรรม ครั้งที่ 3 (ญี่ปุ่น)
    • รางวัลชนะเลิศ งานประกวดภาพยนตร์แอนิเมชั่นนานาชาติ แห่งเมืองวิซเซนบอร์ก ครั้งที่ 3 (ฝรั่งเศส)
  • พ.ย. 1999
    • รางวัลจูรี่พิเศษ งาน The Flagstaff International Film Festival (Arizona) 2nd Annual World Fest
    • รางวัลชนะเลิศ งาน Cinanima 1999, Espinho (Portugal) งาน RTP Prize (TV broadcast)
    • รางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
    • รางวัลชนะเลิศ "ปลาทอง" งานเทศกาลภาพยนตร์แอนิเมชั่นนานาชาติสำหรับเด็ก เมืองมอสโคว์ (รัสเซีย)
  • ต.ค. 1999
    • รางวัลชนะเลิศ งานเทศกาลภาพยนตร์แอนิเมชั่นนานาชาติเดอะคร็อก เมืองเคียฟ (ยูเครน)

     http://s10.histats.com/6.swf

 

..เป็น ชู้ กับ ผี… ชอบมากๆเรื่องนี้

Filed under: Entertainment — Korkai @ 3:09 am
 
 
ตอน 1. : ความเป็นมาจากอดีต ตอนที่บ้านยังไม่ร้าง
1.1 สมัยที่เกิดเรื่องนี้ น่าจะประมาณ ร.5-6 (เพราะเป็นยุคยังมีทาส แต่ก็มีการแต่งฝรั่งในรุ่นเด็ก)
1.2 ณ สถานที่ที่เกิดเรื่อง คือ บ้านหลังใหญ่ปลายถนน ซึ่งแต่เดิมเป็นของท่านเจ้าคุณท่านหนึ่ง
1.3 บ้านหลังนี้อยู่มาเก่าแก่หลายรุ่นคน เคยตกแต่งสวยงามดูมีฐานะ มีบ่าวไพร่มากมาย
1.4 ท่านเจ้าคุณมีลูกสาวอยู่คนเดียว ชื่อ คุณรัญจวน(ซึ่งโตมาเป็นคุณนายนั่นแหละ)
1.5 คุณหนูถูกเลี้ยงดูอย่างดี ชอบแต่งตัวสวยมาตั้งแต่เด็ก(จนแก่ ถึงได้แต่งตัวสวยเช้งเสมอ)

อน 2 : ศพแรกของคุณนายรัญจวน
2.1 เพราะเป็นลูกคนเดียว ไม่มีเพื่อนเล่น ก็เลยเล่นกับลูกของบ่าว
2.2 วันหนึ่ง คุณหนูเล่นซ่อนหากับลูกของบ่าว ชื่อ "นางเอิบ" ลูกนางเอิบ เป็นคนซ่อน คุณหนูเป็นคนหา ลูกนางเอิบอยู่ในอารมณ์สนุกมาก
2.3 วิ่งยิ้มร่าร้องเรียกให้คุณหนูหาให้เจอ แล้วก็ไปซ่อนในหีบในห้องเก็บของ
2.4 แต่ในการเล่นซ่อนหา ใครก็อยากเป็นคนซ่อน ไม่อยากเป็นคนหา คุณหนูคงรำคาญ หรืออิจฉา ก็ไม่รู้ ก็กลับไม่หาแต่แอบเอากุญแจไปล๊อคหีบซะ
2.5 ตอนเย็นบ่าวทุกคนช่วยกันหาลูกนางเอิบ ก็ไม่เจอ คุณหนูรัญจวนผู้รู้เรื่องก็ปิดปากเงียบยืนสายตาเย็นชาอย่างไร้ความรู้สึก
2.6 นางเอิบผู้แม่ ก็ช๊อค ร้องแต่ "เอาลูกก็คืนมาๆๆๆๆๆ" ซึ่งคาดว่าหลังจากนั้น ก็คงกลายเป็นคนเสียสติไป

 
ตอน 3 : ยามรวยสุด สวยสุด มีความสุขสุด และรักสุดๆ
3.1 ชีวิตดำเนินไป จนคุณหนูรัญจวนโตเป็นสาวสวย และได้แต่งงานกับคุณชอบ
3.2 คุณชอบเป็นผู้ชายหล่อมาก และชอบดนตรี-เต้นรำ ซึ่งทำให้คุณนายมีความสุกและรักมาก
3.3  หลังจากที่ท่านเจ้าคุณเสีย คุณหนูรัญจวนลูกคนเดียวได้มรดกเป็นประมุขของบ้าน จึงกลายเป็นคุณนายรัญจวน
3.4 ชีวิตแต่งงานผ่านไปหลายปี แต่คุณนายก็ยังคงรักสามีมาก ตอนสาวๆ คุณรัญจวนร่างกายไม่แข็งแรงจึงไม่มีลูกแม้อยากจะมีมาก
3.5 แต่ในส่วนของเรื่อง X ทั้งคู่คงมี X กันสุดเหวี่ยง และคุณผู้ชายต้องเป็นฝ่ายนวดเฟ้นและปรนเปรอให้คุณนาย
3.6 ดูได้ว่าคุณผู้ชายต้องคอยตามใจคุณนาย อาจเพราะเมียรวย แต่ตัวเองเป็นแค่นักดนตรี จึงต้องเหมือนคอยรับใช้
3.7 คุณนายก็ยังรักคุณผู้ชายมาก เวลาสามีเดินทางไปต่างจังหวัด คุณนายก็จะเฝ้ารอใจจดจ่อ
3.8 เป็นคุณนายไม่ต้องทำอะไร วันๆ คุณนายจึงสนใจแต่ใส่ชุดนอนบางๆ แต่งหน้าสวยๆรอ ฆ่าเวลาด้วยการปลูกดอกไม้ทีละต้นทุกวัน รอคอยคุณผู้ชายกลับบ้าน

ตอน 4 :
4.1 ครั้งหนึ่งคุณผู้ชายไปชลบุรี แล้วบังเอิญไปเจอผู้หญิงกำลังโดนฉุด(คือนางเอก)ก็ไปช่วยแต่โดนทำร้ายเจ็บมาก
4.2 นางเอกเอาคุณผู้ชาย(ซึ่งตอนนี้ในหนังจะเห็นแต่ต้นคอด้านหลัง)ไปรักษาแล้วก็ได้เสียกัน จนนางเอกตั้งท้อง ก็บอกเรื่องนี้กับคุณผู้ชาย
4.3 คุณผู้ชายก็เลยขอกลับกรุงเทพ เพื่อขอมาจัดการเรื่องส่วนตัวก่อนจะกลับไปหา และให้รูปกับเขียนที่อยู่ตัวเองที่ไว้ให้นางเอก
 
ตอน 5 :
5.1 คุณผู้ชายกลับมาบ้าน คุณนายดีใจมาก(เหมือนทุกๆ ครั้ง) แต่ครั้งนี้คุณผู้ชายกลับมาขอเลิก และบอกด้วยว่ามีเมียใหม่กำลังท้องด้วย
5.2 คุณนายโมโหหึงไม่ให้คุณผู้ชายไป คุณผู้นายจึงเอามีดเปิดซองจดหมาย(แสดงถึงความมีชาติตระกูลของคุณนายด้วย)จิ้มท้ายทอยคุณผู้ชายตาย
5.3 พอดีพี่เลี้ยงคุณนาย(ทศวรรณ) เปิดประตูเข้ามาเห็นการฆาตกรรม ก็ตกใจ วิ่งหนีคุณนาย ตกบันไดคอหักตาย
5.4 คุณนายเอาคุณผู้ชายไปฝังไว้ในสวนที่ตัวเองปลูกต้นไม้ แล้วทำหุ่นตัวเองวางทับไว้(เหมือนสะกดวิญญาณไม่ให้ไปไหน ให้อยู่กับตัว)
5.5 คุณนายเอาศพพี่เลี้ยงไปซ่อนไว้ในห้องเก็บของล๊อคกุญแจ ศพอยู่ในนั้นตลอดไม่มีใครรู้ มีแต่พวกหนูที่มาแทะเนื้อกิน
5.6 คุณนายน่าจะเป็นคนโหดเหี้ยม ไม่กลัวผี และเชื่อว่าผีจริง ทำให้เห็นผีทุกตัวได้ และเป็นนายของผีทั้งหมด
5.7 พอคุณนายเห็นผีได้ ผีก็เลยแสดงตัวเต็มบ้าน เพราะบ้านนี้อยู่กันมาเก่าแก่ และคนเก่าๆก็เป็นพวกติดบ้าน วิญญาณเลยไม่ไปไหน แม้แต่วิญญาณเจ้าคุณพ่อเองก็ยังอยู่บ้าน
5.9 ส่วนวิญญาณพี่เลี้ยงก็กลับมารับใช้คุณนายเช่นเดิม เหมือนตอนมีชีวิต

5.10 วิญญานคุณผู้ชายก็กลับอยู่กับคุณนาย เพราะเหมือนโดนสะกดให้ไปไหนไม่ได้เนื่องจากร่างโดนฝังที่นี่
5.11 วิญญาณคุณผู้ชาย มาทำแค่บีบนวดและมี X เพราะคุณนายยึดติดกับคุณผู้ชาย แต่เรื่องแบบนั้น
5.12 คุณนายอยู่บ้านเหมือนคนเสียสติ ตัดความรับรู้จากโลกเป็นจริง เห็นว่าบ้านตัวเองยังสวยหรูเหมือนเดิม แม้บ้านจะทรุดโทรมไปตามกาลเวลา
5.13 คุณนาย อยู่บ้านแบบไม่รับรู้อะไร มีวิญญาณพี่เลี้ยงดูแล และคอยแต่แต่งตัวสวยๆ ทาปากแดง รอคอยวิญญาณคุณผู้ชาย มานอนด้วย
5.14 บ้านค่อยๆ โทรม มีผีอยู่เต็มบ้าน คนในบ้านก็จัดให้มีศาลให้ผีไปอยู่ แต่ผีครองบ้านหมด เอาไม่อยู่ คนในบ้านจึงทิ้งบ้านนี้ไปหมด
5.15 คนในบ้านเหลือแต่ "แม่เอิบ" ที่แก่จนใครๆ เห็นก็เรียก "ยายเอิบ" เสียสติจากการที่ลูกหาย ที่ยังอยู่ในบ้าน(เสียสติ+ไม่มีที่ไป+ยอมรับพวกผีได้)
5.16 ดังนั้น บ้านนี้ จึงมีคนอยู่ 2 คน คือ
…5.16.1 "คุณนาย" อยู่แต่บนตึกร้างโทรม แต่ยังคิดว่าบ้านดี และคอยแต่งตัวสวยรอ x กับวิญญาณคุณผู้ชาย มีพี่เลี้ยงผีดูแล
…5.16.2  "ยายเอิบ" คนเสียสติ วันๆ พูดแต่ "เอาลูกกูคืนมา"

5.17 ผีในบ้านนี้คือ
…5.17.1 วิญญาณคนในบ้านที่ตายไปแล้ว แต่ยังยึดติดกับบ้านไม่ไปไหน เช่น ท่านเจ้าคุณพ่อ
…5.17.2 ผีบ้านผีเรือน บ้านนี้มีวิญญาณปอบเป็นใหญ่ซึ่งคุณนายทำศาลให้อยู่และเซ่น จึงมีฤทธิ์มากปรากฏตัวกลางวันได้( ที่มาเป็นเพื่อนกับนางเอก )
…5.17.3 ผีพี่เลี้ยง ยึดติดกับหน้าที่ว่าต้องรับใช้คุณนาย  และกินหนูเพราะเกลียดที่มาแทะศพตัวเอง
…5.17.4 ผีคุณผู้ชาย ยึดมั่นกับการปรนนิบัติทางเพศให้คุณนาย และอยากให้คนรู้ว่าตัวเองโดนฆ่าฝังไว้ที่ไหน จึงคอยมาขุดดินบนศพตัวเอง
…5.17.5 ผีลูกยายเอิบ ยึดติดกับการเล่น และการตายอย่างมืดบอดในหีบ เวลาแสดงตัวจึงคอยแต่มาชวนเล่น และไม่มีลูกตา

มาเริ่มฝ่ายนางเอกบ้าง…
ตอน 6.
6.1 นางเอกรอคุณผู้ชายจนท้องเริ่มโตใกล้คลอดรอไม่ไหว เลยเข้ามาตามหา โดยเอารูปกับที่อยู่ที่ให้ไว้มาด้วย
6.2 เพราะท้องโย้ และบ้านคุณนายก็อยู่ลึก การเดินทางกว่าจะถึงก็ลำบากมาก เดินไกลจนเหนื่อ มานั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ทางไปบ้านคุณนาย
6.3 พอดีมีสามล้อมา นางเอกดีใจมาก โบกให้สามล้อเข้าไปส่งบ้านคุณนาย
(ครั้งแรกที่ไปจ่ายเงิน) ไปถึงบ้านคุณนายก็เย็นแล้ว
6.4 นางเอกไปครั้งแรก ไม่เจอผี เจอแต่คุณนาย เอารูปสามีให้คุณนายดู คุณนายก็เลยด่า ทะเลาะกัน
6.5 นางเอกหาว่าคุณนายเป็นชู้ แต่คุณนายกลับบอกจนนางเอกน่ะเมียชู้เพราะคุณนายแต่งงาน ก่อนคุณผู้ชายรู้จักนางเอก
6.6 นางเอกโดนคุณนายไล่อย่างไม่เกรงใจ เสียใจมาก วิ่ง(ทั้งที่ท้องโย้)ออกจากบ้านคุณนาย ไปถึงต้นไม้ใหญ่ก็หยุดร้องไห้คร่ำครวญ และผูกคอตายที่ต้นไม้นี้

ตอน 7. นี่ เข้าเรื่อง เป็นเรื่องของคนนอกบ้านคุณนาย ชาวบ้านรอบๆ ที่ไม่ใช่วิญญาณ
7.1 พวกสามล้อ เล่าต่อๆ กัน ว่า ให้ระวังเวลาผ่านใต้ต้นไม้ใหญ่นี่ อย่าไปหยุดพัก หรือหยุดรับใครที่โบกรถที่นี่ ให้ไปส่งบ้านใหญ่ท้ายซอย
7.2 เพราะถ้าใครมาหยุดพักหรือผ่านไปมา มักจะเห็นผู้หญิงผมยาว โล้ชิงช้าอยู่ แต่จริงๆ ผู้หญิงคนนี้ ไม่ได้โล้ชิงช้า แต่โล้คอตัวเองที่ผูกฆ่าตัวตาย
7.3 สมัยนั้นมีแต่สามล้อผ่าน เวลาโพล้เพล้หรือค่ำ มักมีผู้หญิงท้องแก่ หรือผู้หญิงอุ้มลูกโบก อย่ารับ เพราะจะโดนผีหลอก
7.4 มีสามล้อหลายคนที่ไม่รู้ ยอมรับผุ้หญิงท้องไปส่งบ้านใหญ่ท้ายซอย พอไปถึง ผู้หญิงจะบอกให้รอหน้าประตูก่อน จะเข้าไปเอาเงินข้างในบ้านมาให้ แต่ก็ไม่เคยกลับออกมา
7.5 แต่ผู้หญิงจะไม่ออกมาเลย สามล้อบางคนเคยเดินเข้าไปตามในบ้าน ก็จะไปเจอยากแก่หัวหงอกนั่งเล่นตุ๊กตาเก่าๆ พูดแต่ว่า "เอาลูกกูคืนมา"(ยายเอิบ)
7.6 แต่บางคนก็จะเห็น คุณนายรัญจวน บ้าง ยืนอยู่บนบ้าน ที่เก่าโทรม ม่านขาด เหมือนคนสติไม่ดี
7.7 ไม่มีใครเห็นผู้หญิงท้องที่โบกรถมาเลย ซึ่งก็ลงความเห็นกันว่า เป็นผี เลยบอกต่อกันว่าอย่าแวะรับ

เรื่องของคนนอกบ้าน  ก็รับรู้กันแต่นี้

ตอน 8. เป็นเรื่องของวตสงสารของวิญญาณนางเอก คือผ่านตอนนางเอกผูกคอตายแล้ว
เป็นตอนที่เป็นเนื้อหาหลักในหนัง  ต้องนึกภาพเริ่มเรื่อง จากฉากตอนจบ
8.1 นางเอกรู้ตัวก็เป็นตัวเองท้องโตใกล้คลอด เดินหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้ามาตามทางเปลี่ยวไม่มีบ้านคน
เอาผู้ขาวยาวโพกหัวกันร้อน เดินเท้าเปล่ามาตามถนน ไปหาบ้านตามที่อยู่ที่คุณผู้ชายให้
8.2 เหนื่อยและร้อน ใกล้ค่ำแล้วเห็นมีที่นั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นก็เลยพักนั่งเช็ดหน้า เอารูปคุณผู้ชายมาดู พอดีมีสามล้อผ่านมา เลยเรียกให้ไปส่ง
8.3 สามล้อมาถึงหน้าบ้าน นางเอกดูตัวเองไม่มีเงิน เลยบอกให้สามล้อรอ แล้วเข้าไปในบ้าน เพราะคิดว่าคุณผู้ชายต้องอยู่ จะไปขอเงินมาให้
8.4 นางเอกเข้าไปในบ้าน ก็เจอพี่เลี้ยง(เป็นผีแล้วก็เลยเห็นผีที่ปรากฏร่างได้) พาไปพบคุณนาย
8.5 คราวนี้คุณนายไม่ได้บอกเรื่องคุณผู้ชายเพราะสงสาร เนื้องจากรู้ว่าคราวที่ยังมีชีวิตได้ออกบ้านไปแล้วไปตาย จึงอนุญาตให้พักที่บ้านได้
8.6 เรื่องก็ดำเนินไปแบบในหนังนั่นแหละ วิญญาณนางเอกก็หลงอยู่ตามเหตุการณ์ และเห็นผีตัวอื่น เพราะตัวเองเป็นผี
8.7 อยู่จากท้องจนคลอด เรื่องมาพีค ตอนนางเอกเห็นผีคุณผู้ชาย บอกให้รู้สึกตัว ไล่ให้ออกไปจากบ้าน
8.8 ที่นางเอกตกใจคือ คุณผู้ชายตายแล้ว แต่ยังติดอยู่ในวตสงสาร จึงคอยมาขุดดินเหนือศพตัวเอง เพื่อบอกให้คนรู้
8.9 พอนางเอกรู้ว่ารอบๆ ตัวมีแต่ผี ก็กลัว โดยยังไม่รู้ว่าตัวเองก็เป็นผีเหมือนกัน(พวกวิญญาณ ไม่ได้มาหลอก แต่แค่อยู่ภพภูมิเดียวกัน นางเอกจึงเห็น)
8.10 นางเอกอุ้มลูกวิ่งหนีออกไปจากบ้าน จนไปหยุดเหนื่อยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ (ตอนกลางคืน) เห็นสามล้อผ่านมาก็โบกเรียก เพราะเหนื่อยวิ่งต่อไม่ไหวอุ้มลูดด้วย
8.11 สามล้อเห็นนางเอกโบกรถ กลับยิ่งถีบเร็วหนี แม้นางเอกจะตะโกนบอกว่ามีเด็กอยู่ด้วย จึงทำให้นึกถึงคำเล่าลือเรื่องผีแม่ลูกอ่อนโบกรถ และผีผู้หญิงโล้คอเล่นโดยนึกว่าเล่นชิงช้าแต่จริงๆคือผูกคอตาย
8.12 นางเอกจึงนึกได้ว่าที่ผูกคอตายคือตัวเอง แล้วสตินางเอกก็หาย กลับไปสู่จุดตอนตัวเองวิญญาณออกจากร่าง
8.13 แล้วนางเอกก็กลับไปวนลูป เข้าสู่เหตุการณ์ข้อ 8.1(คุณนายกับพี่เลี้ยงถึงถามกันว่า "มันจะกลับมาอีกไม๊")
8.14 ตอนที่เป็นหนังนี่ ไม่รู้ว่าวิญญาณนางเอกวนกลับไปบ้านนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว แต่ต้องวนมาหลายครั้งแล้ว ถึงขนาดคนเอาไปลือกันรอบบ้านแล้ว

 

ღ¸ Instinct ทำให้ไม่ได้ ขอโทษที่ผิดสัญญา สิงหาคม 31, 2007

Filed under: Entertainment — Korkai @ 3:00 am
 

"โปรดส่งใครมารักฉันที" คือ เพลงแรกที่ทำความรู้จักกับคนฟัง ในฐานะเพลงแรกของวง "Instinct" วงน้องใหม่ในสังกัดมอร์มิวสิค ที่มีงานรวมอยู่ใน More Cattle (ร่วมด้วย แบล็คเฮด ซีล เดอะ คิงคอง ธรรพ์ณธร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา) compilation ล่าสุดของสังกัดดังกล่าว

หากแต่สมาชิกอินสติงท์ ไม่ใช่คนหน้าใหม่โดยสิ้นเชิง เพราะหาก "instinct" หรือสัญชาตญาณ คือสิ่งที่ติดตัวหรือติดอยู่ในจิตวิญญาณของผู้คนตั้งแต่กำเนิด สัญชาตญาณของวงนี้ กำเนิดขึ้นโดยสองคนดนตรี อดีตสมาชิกวงเกิร์ล : ปาล์ม – ปรียวิศว์ นิลจุลกะ (ร้องนำ) และ ปอ – อนุกานต์ จันทร์อุไร (เปียโน)

เกิร์ล มีอัลบั้มมาแล้ว 3 ชุด ในสังกัด มิวสิคบั๊คส์ ได้แก่ Girl, Show Girl, Feel มีหลายเพลงได้รับความนิยม อาทิ เปลือง, ข้องใจ, ข้ออ้าง, แล้วเธอจะมาอีกไหม ฯลฯ ก่อนสมาชิกจะแยกย้ายกันไปทำภารกิจของตัวเอง บางคนเป็นโปรดิวเซอร์ บางคนทำงานบริษัท บางคนยังเล่นดนตรีอยู่ และแม้จะไม่ได้มีผลงานต่อในนามวงเดียวกันทุกคน มิตรภาพยังคงอยู่

"ทุกคนยังเป็นเพื่อนกันน่ะครับ วันนี้ (วันแถลงข่าวอัลบั้ม มอร์ แคทเทิล) ก็มากันหมด มือกลองคนแรกทำงานบริษัท ก็ลางานมา (ยิ้ม)

นอกจากความเป็นเพื่อนแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่น่าจะติดตัวทุกคนแม้จะทำเพลงต่อหริอไม่ก็คือ การเป็นอดีตสมาชิกวงเกิร์ล และการออกอัลบั้มมาแล้วถึง 3 ชุด แม้ ปาล์ม กับ ปอ จะมีผลงานในนามวงใหม่ ด้วยส่วนผสมทางดนตรีที่ต่างออกไปจากเดิม คือการเน้นบทบาทของเปียโนหรือคีย์บอร์ดในตัวเพลงมากขึ้น แต่เมื่อเห็นหน้าหรือชื่อ คนรู้จักเกิร์ลก็จำได้ แล้วพวกเขาล่ะ จำตัวเองว่าเป็นคนหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ในวงการเพลงแค่ไหน

"จริงๆ เรื่องทำงานเราคิดว่าเราอยู่มานานแล้ว แต่เวลาพรีเซนต์เรารู้สึกว่าเราเป็นวงใหม่ เพราะเราไม่บอกใครเลยว่าเราเป็นวงเกิร์ลมาก่อน ส่งแผ่นไปให้สถานีวิทยุเปิดก็ส่งในชื่อ อินสติงท์ คนก็ "เอ๊ะ ใครวะ" พูดง่ายๆ คือเราไม่ได้พึ่งของเก่าเลย ก็อยากจะรู้ว่า ถ้าเราไม่ได้พึ่งอะไรเลยนี่ เพลงจะไปได้ไกลแค่ไหน ก็ลองดู"

จากสถิติทีค่อนข้างดีในชาร์ทเพลงคลื่นต่างๆ ท่าทาง โปรดส่งใครมารักฉันที จะไปได้ไกลและถูกใจคนฟังมากพอดู แต่ก็ต้องดูกันต่อไป พวกเขายังมี ขออยู่คนเดียว ใน More Cattle และมีเพลงครบครันสำหรับอัลบั้มเต็มซึ่งอินสติงท์หวังว่าจะได้วางแผงต้นปี 2550 เราก็หวังว่าสัญชาตญาณในเพลงอขงพวกเขาจะกระตุ้นให้สิ่งที่หวังสัมฤทธิ์ผลในเร็ววัน

ส่วนเป้าหมายในวันข้างหน้าของอินสติงท์นั้น แม้ทะงคู่จะออกตัวว่ายังไม่ได้มีการวางเป็นสเต็ปอย่างจริงจัง แต่ก็ดูเหมือนมีคำตอบในใจแล้ว "ที่แน่นอนคือเราอยากอยู่ในวงการดนตรีไปนานๆ ครับ จริงๆ เราก็อยู่กันนานพอสมควรแล้ว แต่เป็นครั้งแรกที่เราย้ายมาอยู่ค่ายใหญ่ก็เหมือนเริ่มใหม่ เหมือนรีเฟรชใหม่ครับ เรารู้สึกว่านักดนตรีประเทศไทยไม่ค่อยเหมือนเมืองนอกที่เขายิ่งแก่ก็ยิ่งเก๋ายิ่งมีประสบการณ์ แต่หลังๆ วงไทยที่แก่แล้วเก๋าก็มีขึ้นเรื่อยๆ เราก็อยากเป็นแบบนั้น เราไม่อยากแก่แล้วแก่เลย เราอยากเหมือนยูทู เหมือน RHCP ที่ 40 กว่าแล้ว ยังกระโดดโลดเต้นกัน นี่ฮะ คนทำเพลงต้องเป็นแบบนี้ ไม่ใช่พอ 30 กว่าแล้วเลิก มีลูกมีเมียดีกว่า คือมีลูกมีเมียก็เป็นนีกดนตรีต่อได้ อยู่ที่ว่าเราแค่ไหนกับมัน ซึ่งอินสติงท์ก็อยากจะไปไกลที่สุดอยู่แล้ว"


 

 

ღ¸ กู่ฉิน เครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดโบราณ…เครื่องดนตรีจีน สิงหาคม 12, 2007

Filed under: Entertainment — Korkai @ 10:39 am
 
กู่ฉินเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องดีดโบราณของจีน เมื่อกว่า 3000 ปีก่อน บรรพบุรุษชาวจีนได้ประดิษฐ์กู่ฉินขึ้นมา

     รูปร่างของกู่ฉินสวยงาม เสียงใสไพเราะและประณีต สามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้หลายอย่าง การบรรเลงกู่ฉินมีความพิถีพิถันมาก ก่อนจะบรรเลง ต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จุดธูป แล้วนั่งพับขา วางกู่ฉินไว้บนขาหรือโต๊ะ เวลาดีดใช้มือซ้ายดีดสาย มือขวากดสายเพื่อแบ่งลำดับเสียง ที่มุมซ้ายของกู่ฉินมีเครื่องหมายที่เลี่ยมด้วยโลหะหรือเปลือกหอยอยู่ 13 จุด เป็นเครื่องหมายกำหนดลำดับเสียง เวลาดีดต้องให้ออกเสียงตามที่เครื่องหมายกำหนด เสียงจะได้ไม่ผิดเพี้ยน

         ปัญญาชนในสมัยโบราณของจีนเป็นทั้งผู้ประพันธ์ ผู้เล่น ผู้ฟังและผู้เผยแพร่ที่สำคัญของดนตรีกู่ฉิน         การทำกู่ฉินพิถีพิถันมาก นับเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง การทำกู่ฉินนิยมกันมากในสมัยราชวงศ์ถังและซุ่ง มีกู่ฉินที่ทำด้วยฝีมือยอดเยี่ยมและเสียงดีถือกำเกิดในยุคนั้นมากมาย แต่น่าเสียดายมากที่วิธีการทำกู่ฉินไม่ได้สืบทอดต่อมา กู่ฉินบางส่วนที่เหลือตกทอดมาจนถึงปัจจุบันส่วนใหญ่นักบรรเลงกู่ฉินทำเอง การประกอบชิ้นส่วนและขนาดของกู่ฉินล้วนไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ประเทศจีนได้ฟื้นฟูการทำกู่ฉินขึ้นมา อีกทั้งมีการปรับปรุงด้วย ทำให้เครื่องดนตรีโบราณชนิดนี้ฟื้นฟูพลังชีวิตใหม่

             

เสียงดนตรีกู่ฉินสามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้หลายอย่าง ความดีใจ ความโกรธ ความเศร้าและความรื่นเริงตลอดจนการบรรยายความรู้สึกต่อธรรมชาติ ล้วนสามารถแสดงออกมาด้วยเสียงกู่ฉินได้ รูปแบบการบรรเลงกู่ฉินก็ไม่ตายตัว สามารถดีดเดี่ยว ดีดคู่และประสานเสียงกับขลุ่ยยาวได้ ในบรรดาดนตรีกู่ฉินที่สืบทอดจนถึงปัจจุบัน มีเกือบครึ่งหนึ่งแต่งขึ้นเพื่อบรรเลงประกอบเสียงร้องโดยเฉพาะ

 

ღ¸ ปี่ซี่ปี้โป๋…เครื่องดนตรีจีน

Filed under: Entertainment — Korkai @ 10:34 am

ปี่ซี่ปี้โป๋เป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองที่ชนชาติเกาหลีนิยมใช้ ที่พำนักอยู่ในจังหวัดปกครองตนเองชนชาติเกาหลี หยันเปียน มณฑลจี๋หลินของจีน และแหล่งชุมชนอื่นๆของชาวเกาหลี ซี่ปี้โป๋ออกเสียงดังก้องสูง มีเอกลักษณ์ที่เด่นของชนชาติเกาหลี

ซี่ปี้โป๋มีประวัติยาวนาน เปลี่ยนมาจากเครื่องปี้โป๋โบราณ ซี่ปี้โป๋ประกอบด้วยลิ้นปี่ในตัวปี่และตัวปี่ ลิ้นปี่ยาว 4 ซม. ทำด้วยต้นอ้อต้นกกที่ปอกเปลือกแข็งแล้ว ตัวปี่ซี่ปี้โป๋ทำด้วยไม้ไผ่หลอดเล็ก ยาว 20-25 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. ด้านหน้ามีรู 7 รู  ด้านหลังมีรูเสียงสูงอีกรูหนึ่ง

วิธีการบรรเลงปี่ซี่ปี้โป๋เหมือนกับการบรรเลงเครื่องดนตรีเป่าส่วนใหญ่ คือ ผู้บรรเลงต้องเอาตัวปี่ซี่ปี้โป๋ตั้ง ปากอมลิ้นปี่ของปีซ้ายมือกดรูเสียงสูง ในด้านหลังและ 3 รูข้างบนในด้านหน้า ขวามือกด 4 รูข้างล่าง

  ปี่ซี่ปี้โป๋แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ เสียงสูง เสียงกลางและ    ปี่ซี่ปี้โป๋คู่  ปี่ซี่ปี้โป๋เสียงสูงโบราณเป่าได้เพียงประเภทเดียว ผู้ทำปี่ซี่ปี้โป๋รุ่นหลังจึงเพิ่มอีกรูหนึ่งข้างบนของรูที่ 6 ทำให้เครื่องดนตรีชนิดนี้มีเสียงกว้างขึ้น และยังสามารถเปลี่ยนเสียงได้ด้วย  ปี่ซี่ปี้โป๋เสียงกลางมีเสียงต่ำกว่าปี่ซี่ปี้โป๋เสียงสูงหนึ่งขั้น  ส่วนปี่ซี่ปี้โป๋คู่เชื่อมปี่ซี่ปี้โป๋เสียงสูงสองเลาเข้าด้วยกัน มีลิ้นปี่ 2 อัน เวลาบรรเลง จะเป่าปี่เลาหนึ่งหรือสองเลาพร้อมกันก็ได้ สามารถมีเสียงสูง 2 เสียง  และยังสามารถเป่าเสียงประสานกันได้ด้วย  เสียงดังกว่าปี่ซี่ปี้โป๋เลาเดียวมาก และเสียงไพเราะ บางครั้งแผ่วเบาบางครั้งกระชั้นถี่ ส่วนการเป่าปี่ก็ยากเหมือนกัน