A Quiet Word

ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์

แมวข่างสกปรก … ขอด่าคนซักนิดเห้อ มีนาคม 3, 2008

Filed under: ไ ม่ ไ ด้ ดั่ ง ใ จ — Korkai @ 3:53 pm
 

11

รักแมวค่ะ มีแมวหลายตัวด้วยที่บ้าน แล้วที่บ้านก็เป็นร้านขายของ

พอดีเมื่อวานอุ้มแมวมานอนตัก แล้วมีป้าคนนึงเข้ามา มองด้วยสายตา -*-
แถมยังพูดอีก ของร้านนี้ไม่อยากซื้อแระ คนขายเล่นแมวสกปรก
ของขึ้นค่ะ…ธ่อคุณเดินนี่เอา teen ลงดินรึป่าวจ๊ะ หรือว่าเหาะได้
ถ้า teen ยังแตะพื้นอยู่แล้วสะอาดมาจากไหนนักหนา
นี่ถ้าเดินสะดุดขาตัวเองล้มไม่ต้องมาร้องให้ช่วยนะ เหม็นสาปผู้ดี ..
เอ้ามาว่าลามปาม ไม่เห็นหัวผู้ใหญ่
ทำไม ก็แค่เธออายุมากกว่าชั้น ก็แค่เธอเกิดก่อนชั้น เธอเลยมาพูดจาจาบจ้วงชั้นได้รึไง
ขอโทษเหอะนะ นักถือคนที่ความคิด ทรรศนะคติว่ะ ไม่ได้นับถือคนที่อายุ หรือว่าหัวหงอกมากกว่า -*-
 
คนเราอ่ะสะอาดไม่สะอาดมันอยู่ที่ใจ ตราบใดที่ยังใช้ชีวิตบนโลกมันก็สกปรกทุกคนแหล่ะน่า
ชอบจริงๆวืพากวิจารณ์ จาบจ้วงคนอื่น แล้วมาอ้างอาวุโส  งุงิ -*-

 

 http://s10.histats.com/6.swf  

 

ไม่ได้ไปเลือกตั้ง..อายุไม่ถึง ฮิ้ว ธันวาคม 25, 2007

Filed under: ไ ม่ ไ ด้ ดั่ ง ใ จ — Korkai @ 4:45 pm
 
ไม่เสียจายเลย…เพราะไม่ได้มีสิทธิอะไรมาแต่แรกแล้วนี่..
 
ประชาธิปไตย 1 สิทธิ 1 เสียง ต้องไปใช้ เลือกคนดี(ดี??) เข้าสภา
แต่ขอโทษเถอะ ไม่ไปเลือกตั้งจะต้องเสียสิทธิ…มากมาย
 
เกิดในประเทศไทยทุกวันนี้ เท่าที่จำความได้ สิทธิเดียวที่มีคือได้สัญชาติไทยไม่ใช่เหรอ
นอกนั้นชั้นไม่มีสิทธิอะไรบนแผ่นดินนี้เลยซักนิด ในอดีตไม่เคยมี อนาคตก็จะไม่มี
ประชาธิปไตยงี่เง่า เหมือนเข้าคุกทุกวันนี้ มันน่าเลื่อมใสตรงไหน
 
ประชาชนมีสิทธิมั๊ยคร๊าบบบ-*- ข่าวสารก็ไม่ตรงไปตรงมา
ภาษีก็เสียเปล่า แถมโกงกิน แม้แต่การ์ตูนยังต้องเซนเซอร์  saw4 จะได้ดูมั๊ย
ห้าม และ ห้าม และห้าม
ผู้น้อยทำอะไรก็ผิด แต่น้องหงิกผู้สุงศักดิ์ขับรถชนคนตายไม่รู้กี่ศพยังนั่งยิ้มหน้าตาเฉย
 
ประเทศประชาธิปไตย ที่กำลัง กำลัง กำลังพัศนา
 
คราวที่แล้วก็ไม่ได้ไปเลือก โคตดีใจที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่เลือก ผู้นำหน้าเหลี่ยมผู้เก่งกาจคราวก่อน
และมันก็"เห้"ได้ขนาดนี้……….เชื่อว่าอาชีพที่ใช้สมองน้อยที่สุดคืออาชีพ นักการเมือง
และคนดี…ฉลาด(แบบดีๆ) คงไม่เล่นการเมือง…….ช่างชั้นเถอะมันคือความคิดของชั้นถ้าใครจะไม่เห็นด้วย
 
เสียง สิทธิ 1 เสียง 1 สิทธิ ที่ "ยัดเยียด"ให้ ไม่ได้ใช้ว่ะ ไม่เอา
ไม่ขอเข้าไปเล่นเกมกับพวกคุณ หยิบใบลงคะแนนแม้เลือกตรงไม่ออกความเห็นมันก็คือได้เข้าไปมีส่วนเกมอุบาทว์ซะแล้ว
ไม่เคยคิดว่ามันคือวันใช้สิทธิเลือกคนดี มันแค่เป็นวันขยะที่คนถูกหลอกไปเล่นเกมวันนึงก็แค่นั้น
บ้างก็เดินไปเล่นเกมตัวเปล่าๆ บ้างก็แถมค่าน้ำหมึก ค่าเสียเวลาให้ด้วย …
 
แต่ในฐานะผู้เชื่อในพระเจ้า สมเพศพวกที่เรียกตัวเองว่าคริสเตียนมากกว่า
เลือกตั้งคราวก่อนถึงกับย้ายทะเบียนบ้านเกณฑ์ คนในคริตจักรไปเล่นเกมอุบาทว์นี้ ซื้อคะแนนจากความเชื่อ จากอำนาจโดยอ้างพระเจ้า
มันอุบาทในตัวของมันอยุ่แล้ว ยังเพิ่มความสกปรกลงไปอีก…
พอถูกจับได้ก็ออกมาร้องห่ม ร้องไห้ บอกว่าตัวเองไม่ได้เป็น และไม่ได้เป็นเกี่ยวข้องอะไรกับคริสตจักร
ผู้ที่เรียกตัวเองว่าอัครทูต..ของคริสตจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แต่ทำตัวสกปรก…เกรียงศักดิ์ เจริญวงค์ศักดิ์
 
 
"มาร์ค" แจงกรณี "เกรียงศักดิ์"

น้ำตานี้ไม่ใช่เพื่อสำหรับความหวัง
ภาพข่าววันที่ 26 ตุลาคม 2550 เวลา 15:00 น.

"อภิสิทธิ์" ชี้ "เกรียงศักดิ์" ด่วนน้อยใจเผ่น ปชป. แจงกระบวนการพรรคคัดคนลงสมัครเป็นขั้นตอน เฟ้นผู้สมัครลงเขต ยันยึดหลักถูกต้อง ให้ความเป็นธรรมกับทุกคน "ชวน" ยังตกใจลูกพรรคฟูมฟายโจมตีหัวหน้า เชื่อมือ "มาร์ค" ไม่เลือกปฏิบัติ

ที่พรรคประชาธิปัตย์  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงการที่นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่าไม่มั่นใจในบทบาทของนายอภิสิทธิ์ ว่า ที่จริงแล้ว กระบวนการการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคยังไม่เสร็จสิ้น และอาจมีหลายคนที่อยู่ในข่ายที่อาจจะต้องเกิดการพิจารณาเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นเรื่องปกติตามกระบวนการของพรรค  ส่วนที่นายเกรียงศักดิ์ระบุว่าตนรวบอำนาจนั้น ตนไม่เข้าใจ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครอยู่ระหว่างการทำงาน และยังไม่ได้มีการตัดสินอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่เวลามีปัญหาเกิดขึ้นในเขตเลือกตั้งใด เขตเลือกตั้งนั้นก็จะรายงานมาที่ตน ซึ่งตนก็มีหน้าที่แก้ไขปัญหาโดยยึดหลักความถูกต้องเป็นธรรม และพยายามหาทางออก ตนก็เชิญมาพูดคุยครั้งเดียว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไร
 
“คณะกรรมการฯจะเป็นผู้ทำงานในเบื้องต้น จากนั้นจะส่งชื่อมาพร้อมกับความเห็นของสาขาพรรคทั่วประเทศ และจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อเป็นผู้อนุมัติในขั้นสุดท้าย ซึ่งในกรรมการบริหารพรรค ทุกคนก็รู้ว่าเราเปิดเป็นอิสระจริงๆ มีหลายเรื่องที่ผม รองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคและกรรมการบริหารเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ต้องเอาตามนั้น เรื่องนี้จึงไม่มีปัญหา ขอยืนยันว่าพรรคจะให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ซึ่งเราก็อยากได้ผู้สมัครที่ดีที่สุดให้กับประชาชน แต่การจะให้ผู้สมัครที่ประชาชนต้องการเลือกและดำเนินการทุกอย่างดีแต่ไม่ให้เขาลงสมัคร ก็นึกไม่ออกว่าพรรคจะได้อะไรขึ้นมา”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
 
ผู้สื่อข่าวถามว่านายเกรียงศักดิ์ระบุว่าถูกนายอภิสิทธิ์ยื่นคำขาดว่าถ้าไม่ลงสมัครในเขตที่กำหนดให้ ก็จะไม่ได้ลงสมัครเลย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ยื่นคำขาดอะไรกับใครทั้งนั้น แต่นายเกรียงศักดิ์มีปัญหาและข้อร้องเรียนว่ามีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งพรรคได้ดำเนินการดูแลให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมจริงๆ รวมถึงทำเพื่อรักษาพรรคและธรรมาภิบาล โดยตนได้แต่งตั้งนายเจริญ คันธวงศ์ กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งการสอบสวนยังไม่มีข้อยุติ จึงต้องรอคณะกรรมการชุดนี้สรุปผลออกมาก่อน ทั้งนี้ ตนไม่อยากลงรายละเอียดในเรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องตอบโต้กัน เมื่อนายเกรียงศักดิ์ออกไปแล้ว ก็ต้องเคารพสิทธิในการตัดสินใจอย่างนั้น
 
เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อตัวนายอภิสิทธิ์หรือไม่  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สุดท้าย ประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบ และการสรรหาผู้สมัครจะมีเหตุผลที่กรรมการบริหารพรรคมีคำตอบให้ประชาชน 
 
ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนรู้สึกตกใจเมื่อเห็นนายเกรียงศักดิ์ร้องไห้ฟูมฟายเมื่อวานนี้(25 ต.ค.) ที่จริงแล้วก็ไม่น่าจะเกิดเรื่อง เพราะหัวหน้ามีเจตนาดีและพยายามไม่ให้ใครไปทำอะไรที่อาจส่งผลกระทบต่อกติกาในการหาเสียง รวมถึงพยายามดูว่าความเหมาะสมควรจะลงในเขตใด ซึ่งก็มีคณะกรรมการคอยดูแลอยู่ แต่เรื่องพวกนี้ ตนก็เข้าใจว่าผู้สมัครแต่ละคน เมื่อไม่ได้ลงสมัครหรือเปลี่ยนเขต บางคนก็มีปฏิกิริยา

เมื่อถามว่าจะเกิดผลกระทบอะไรต่อนายอภิสิทธิ์หรือไม่ เพราะคนที่นายเกรียงศักดิ์โจมตีคือหัวหน้าพรรค นายชวนกล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยที่นายเกรียงศักดิ์ออกมาพูดเช่นนั้น เพราะนายอภิสิทธิ์ทำทุกอย่างด้วยความเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และพยายามช่วยทุกคน ทั้งนี้ ตนก็เสียดายที่มีปัญหาแบบนี้ เพราะเป็นคนในพรรคเอง

ยินดีที่จะเสียสิทธิ ทุกวันนี้มีแต่เสียกับเสียอยู่แล้ว เพราะเกิดผิดที่ เคยได้อะไรที่ไหน
 
 
 

เรารักบางปะกง ไปสร้างกันที่อื่นเลยไป๊ พฤศจิกายน 21, 2007

Filed under: ไ ม่ ไ ด้ ดั่ ง ใ จ — Korkai @ 12:30 am
        ไม่รู้หล่ะ ใครว่าจะว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเนี่ยะมันได้มาตราฐานอยุ่นะ มันพัฒนาไปถึงไหนๆแล้ว แต่ไม่เชื่อมือคนไทย รัฐบาลไทยว่ะ ขนาดสุวรรณภูมิ เป็นหน้าเป็นตา ของประเทศแล้วมานยังทำซะเละเทะ …         บางปะกงบ้านเราเนี่ยะมีโรงไฟฟ้าพลังแกสธรรมชาติที่มีกำลังผลิตที่มากที่สุดในประเทศไทยอยู่แล้ว..ยังจะเอาถ่านหินมาลงอีก แถมใกล้ๆกันอีก..ไปสร้างที่อื่นเลยไป ทำไมต้องบางปะกงด้วยฟะ..เรื่องประท้วงไม่ยุ่ง ไม่ไป(แม่ไปแทน อิอิ) รู้แต่ว่าขนของมาสร้างเมื่อไร จะไปร่วมเผามัน..กัวที่หนายย

 กลุ่มต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินชุมนุมใหญ่หน้า ก.พลังงาน จี้ล้มโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง

20 พ.ย.- กลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินบางปะกง เคลื่อนขบวนจากจังหวัดฉะเชิงเทราเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรวมตัวชุมนุมใหญ่หน้ากระทรวงพลังงาน ตั้งแต่เวลาประมาณ 8.30 น. ที่ผ่านมา กลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวนมาก ได้เคลื่อนขบวนจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยรถบัส กว่า 20 คัน  เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรวมตัวชุมนุมใหญ่หน้ากระทรวงพลังงาน กดดันให้ยกเลิกโครงการที่ให้เอกชนก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบางปะกง  โดยเรียกร้องให้กระทรวงไม่ให้โครงการนี้ผ่าน EIA หรือ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การนัดชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ นอกจากกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าบางปะกงแล้ว  ยังมีการนัดชุมนุมร่วมกับกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าอื่น ๆ จากหลายจังหวัด ทั้งราชบุรี สระบุรี ระยอง หินกรูด และบ่อนอก ด้วย – สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2550 10:11:20

รายงานข่าวความคืบหน้าต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินบ้านเขาดิน http://www.oknation.net/blog/cool/2007/10/23/entry-2ความคืบหน้าในการต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าของชาวบ้านบางปะกง  นอกจากมีการติดป้ายคัดค้านแล้ว  ยังมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
วันที่   22  ตุลาคม  255   ประชุมหารือร่วมกันระหว่างผู้นำชุมชนและตัวแทนกลุ่มชาวบ้านจากที่ต่าง ๆ
ผลการประชุมสรุปว่าชาวบ้านและผู้นำชุมชนจะเดินหน้าต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบ้านเขาดินต่อไป
โดยผลการประชุมสรุปว่า

1. ให้ผู้นำชุมชนแต่ละแห่งสร้างเครือข่ายของตนเองแบบปิรามิด
2. แบ่งหน้าที่ของแกนนำแต่ละคนอย่างชัดเจน
3. ดึงแนวร่วมกลุ่มต่าง ๆ ให้เพิ่มมากขึ้น
4. ตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการประชุมใหญ่ครั้งต่อไป
5. การชุมนุมต้องรวบรัด ในแต่ละครั้งต้องได้ประสิทธิภาพสูงสุด

วันที่  25  ตุลาคม  2550    เวลา  16.00 น.  จะมีการประชุมใหญ่ของกลุ่มชาวบ้านจากบางปะกง  เขาดิน  ท่าข้าม  ท่าสะอ้าน  ผีขุด  แสมขาว  บ้านเก่าจากพานทอง  บางแสม บางสมัคร  ชุมชนหลังป่า   และอีกหลายตำบลในพื้นที่   ที่มีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า  ถ้ามีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบ้านเขาดิน  จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาชีพ และสุขภาพอนามัยของคนในอำเภอบางปะกง   โดยการประชุมใหญ่จะจัดขึ้น  ณ วัดกลางบางปะกง

แกนนำกลุ่มรักษ์แม่บาง   ให้สัมภาษณ์ว่าจะมีการประชุมแบบสงบและสันติ  จะไม่มีการประท้วง หรือทำให้เกิดความเดือนร้อนแก่สังคมส่วนรวม    การชุมนุมครั้งนี้เป็นเพียงการออกมาแสดงจุดยืนว่า ชาวบ้านบางปะกง ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน (ไม่ว่าจะตั้งที่ใด) แกนนำกลุ่มรักษ์แม่บางเสนอว่าถ้ามีการสร้างโครงการใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาลหรือเอกชน  ที่มีผลกระทบต่อวัฒนธรรม อาชีพ ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และสิ่งแวดล้อม  ควรจะเปิดเผยข้อดี ข้อเสียอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา  เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ  ที่ต้องการความเจริญ  และเม็ดเงินช่วยเหลือต่าง ๆ ของโครงการเหล่านี้    ให้ทำประชาพิจารณ์และเสนอให้โครงการใหญ่ ๆ เหล่านั้นไปพิจารณาสร้างโครงการในชุมชนนั้น ๆ   ที่ยินยอมและเสนอตัวเข้ามา ซึ่งเป็นเพียงแค่ข้อเสนอแนะในแนวความคิดของคน ๆ หนึ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดกรณีแตกแยกทางความคิด ระหว่างชาวบ้านกลุ่มต่าง ๆ กับนายทุน

มหันตภัยปลุกผีโรงไฟฟ้า  สู้ตายเพื่อ บางปะกง
http://www.oknation.net/blog/konrailak/2007/10/28/entry-1ในขณะที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกันอย่างมากกับวิกฤติการณ์ จากสภาวะโลกร้อน และมีการพูดถึงหนทางในการอนุรักษ์พลังงาน แนวทางในการหาพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับชั้นบรรยากาศโลกมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ประเทศที่มีรัฐบาลประกาศตัวต่อเวทีโลกว่าเป็นรัฐบาลพอเพียง มีโครงการปลูกป่าลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ และเที่ยวรณรงค์ให้ประชาชนในประเทศช่วยกันประหยัดพลังงานอย่างประเทศไทย กลับลุกขึ้นมาปลุกผีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลายแห่งพร้อมๆกัน แถมยังใช้เชื้อเพลงที่ล้าหลังอย่าง “ถ่านหิน”เป็นเชื้อเพลิงหลักในแผนพัฒนาพลังงานของประเทศ
เริ่มที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เย็นวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ชาวบางปะกงเรือนหมื่นมาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียงที่วัดกลางบางปะกง ทุกคนที่มาล้วนมีเป้าประสงค์เดียวกัน คือการต่อต้านผู้รุกรานที่มาพร้อมมลพิษตัวร้าย ที่จะทำให้ชีวิตของพวกเขาต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แม้ว่าโครงการนี้จะไม่ใช่โรงไฟฟ้าแห่งแรกในอำเภอบางปะกง แต่เป็นแห่งแรกที่จะใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งแน่นอนว่า ชาวบ้านหวดกลัวถึงมหันตภัยที่พวกเขาสามารถคาดการณ์ได้ไม่ยาก
ทั้งจากสถิติที่พบว่าในยุโรปแทบจะไม่มีการใช้ถ่านหินกันแล้ว ตัวอย่างการคัดค้านอย่างสุดชีวิตที่บ่อนอก-บ้านกรูด จนนำมาซึ่งการสูญเสีย เจริญ วัดอักษร ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และภาพความน่าหวาดกลัวที่เกิดขึ้นแล้วกับชาวแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ทั้งหมดล้วนเป็นตัวอย่างที่ทำให้ชาวบางปะกงคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากการขับไล่ปีศาจร้ายตนนี้ให้ออกไปจากบ้านของพวกเขา
ด้วยความที่วิถีชีวิตของชาวบางปะกงอาศัยทำมาหากินกับแม่น้ำเป็นหลัก ที่ผ่านมาชาวบ้านก็ต้องทนกับรายได้ ที่ลดน้อยลงอยู่แล้วจากโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ ซึ่งแม้จะใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง แต่การหล่อเย็นของโรงไฟฟ้า ก็มีผลทำให้แม่น้ำบางปะกงที่หล่อเลี้ยงชีวิตพวกเขามาช้านานมีอุณหภูมิสูงขึ้น มันหมายถึงการหายไปอย่างมากของปริมาณสัตว์น้ำ
มนตรี ใบทอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านท่าข้าม บอกว่า ทุกวันนี้ชาวบางปะกงสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ลำบากตราบใดที่แม่น้ำบางปะกง ยังคงไหลหล่อเลี้ยงชีวิตของพวกเขาอยู่ได้โดยปราศจากสารพิษเจือปน
“หากมีโรงไฟฟ้าเกิดขึ้น ก็จะมีโรงงานตามมามากมาย ซึ่งตรงกับที่บริษัทเอกชนบอกว่าจะมีงานทำมากขึ้น แต่สำหรับเรา แม่น้ำบางปะกง ก็คือโรงงานที่ดี โรงงานที่ไม่มีต้นทุน โรงงานที่อุดมไปด้วยวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ที่ชาวบางปะกงไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องแข่งขัน และที่สำคัญที่สุด ชาวบางปะกงไม่ได้ต้องการความเจริญที่ถูกยัดเยียดมาให้เช่นนี้” มนตรีกล่าวไปพลางขณะที่ล่องเรือไปตามลำน้ำผ่านจุดที่จะกำลังกลายพื้นที่ขนถ่ายถ่านหินมาป้อนให้ทุนนิยมร้าย
ชวลิต หงอเทียบ เป็นคนหนุ่มที่ผันตัวเองขึ้นมาเป็นหัวเรือใหญ่ในการต่อต้านพิษร้ายในชุมชน ความพยายามของเขาเห็นผลเมื่อสามารถผลักดันให้เกิดเวทีของชาวบ้านขึ้นมาจนได้ เวทีนี้ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญสำหรับการต่อสู้ของชาวบางปะกง
และด้วยความตั้งใจจริงของบรรดาแกนนำจากกลุ่มรักษ์แม่บาง ที่มีชวลิตเป็นตัวหลัก ทำให้ชาวบ้านมีความรู้ความเข้าใจถึงภัยร้ายที่ใกล้เข้ามาทุกที และร่วมแรงกันลุกขึ้นมาต่อสู้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แม้แต่นักการเมืองท้องถิ่นก็ต้องออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนขบวนการขับเคลื่อนของชาวบ้าน
“จนถึงวันนี้ พวกเรามั่นใจว่าจะรวบรวมรายชื่อชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยได้ถึง 5 หมื่นรายชื่อ เพื่อต่อสู้ในกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ แต่หากไม่เป็นผลสำเร็จ ซึ่งหมายถึงยังมีความพยายามผลักดันให้มีโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นต่อไป ทางออกสุดท้ายของชาวบางปะกงก็คงหนีไม่พ้นการชุมนุมกดดัน” ชวลิต ยืนยันอย่างหนักแน่นถึงเจตนารมณ์ ไม่เอาโรงไฟฟ้าของชาวบ้าน
โครงการนี้เกิดขึ้นจากแผนประมาณการความต้องการกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งต้องการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม 3200 เมกกะวัตต์ โดยในพื้นที่ ต.เขาดิน แห่งนี้ มีการประชาสัมพันธ์มาอย่างต่อเนื่องจากบริษัท อิตาเลียนไทย เพาเวอร์ จำกัด และมีการจัดทำประชาพิจารณ์อย่างเงียบๆ ซึ่งอิตาเลียนไทย จะใช้พื้นที่ 280 ไร่ ริมถนนมอเตอร์เวย์ ที่บริษัทเคยกว้านซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2538 มาเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าขนาด 800 เมกกะวัตต์ ทำให้พบว่าน่าจะต้องมีการขนถ่ายถ่านหินจากปากแม่น้ำบางปะกง มาถึงจุดที่ตั้งโครงการถึงราว 10 กิโลเมตร
การต่อสู้ของชาวบางปะกง น่าจะเป็นบทเรียนอีกพื้นที่หนึ่งที่ทำให้บรรดาหน่วยงานต่างๆควรจะนำมาทบทวนให้เห็นภาพว่า เหตุใด ประชาชนในทุกพื้นที่ จึงส่ายหน้าขับไล่ทุกครั้ง ที่โครงการเหล่านี้มีท่าทีจะอุบัติขึ้น ดีกว่าที่จะหน้าด้านหลอกชาวบ้านต่อไป หรือทนหลอกตัวเองว่า มันคือแนวทางการพัฒนาประเทศไปสู่ความเจริญ เพราะทุกโครงการที่เกิดขึ้นต่างก็มีคำตอบชัดเจนในตัวของมันว่า นำมาซึ่งหายนะมากเพียงใด

 

เบื่อ…เซ็ง กุ๊ๆ พฤศจิกายน 2, 2007

Filed under: ไ ม่ ไ ด้ ดั่ ง ใ จ — Korkai @ 8:13 pm

อยากอ่านคุโรมาตี้ ก็ไม่มีให้อ่าน …เศร้า
อยากอ่าน A DAY ก็ซื้อไม่ทัน หมดอีกแระ..ทำไมส่งน้อยจังฟะ
อยากเล่น PUZZLE PIRATES ก็เซิฟเวอร์เน่าจังช่วงนี้
อยากเล่นเกมมมม แต่ก็ไม่มีเกมไรใหม่ๆ น่าสนใจ..

 

ใครบางคนที่มีไว้…แค่ให้ได้คิดถึง

Filed under: ไ ม่ ไ ด้ ดั่ ง ใ จ — Korkai @ 3:46 am
 
 

ถ้าการรู้จักกันเป็นแค่เรื่องของความบังเอิญ มันคงไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่านี้สำหรับบางคน
แต่กับบางคนความบังเอิญในวันนั้น ทำให้เกิดความผูกพันตามมา เวลาที่เคยใช้ไปด้วยกัน มันมีค่าและน่าจดจำ
เรื่องราวต่างๆที่ผ่านมายังคงคิดถึงและฝันหา ความรู้สึกดีๆ ยังไม่ได้หายไปไหน ที่หายไปคือคนที่เคยอยู่ข้างๆ
คนที่เคยหัวเราะไปด้วยกัน เดินด้วยกัน กินด้วยกัน นอนใกล้ๆกัน คนที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
คนที่ทำให้ความเหงาเข้ามาแทนที่ ปล่อยให้เวลามันผ่านไปในวันเหงาๆ ทุกวันคืน
คำว่า \”คิดถึง\” ถูกใช้ไปทุกวัน อย่างไม่มีวันหมด ใครคนหนึ่งเคยบอกว่า มีคนให้คิดถึงดีกว่าไม่มีนะ
คงจะจริง แค่ได้คิดถึง ก็เป็นสุขใจ คำพูดซึ้งๆยังคงก้องอยู่ในความรู้สึก ภาพเก่าๆ ยังคงชัดเจนเหมือนที่เคยเกิดขึ้น
ยอมจมอยู่กับภาพฝันเก่าๆอย่างตั้งใจ คอยให้เวลาลบเลือนภาพเก่าๆเหล่านั้น ค่อยๆจางหายไป… อย่างไม่รู้เมื่อไหร่
ทุกค่ำคืนยามหลับตา ยังอยากให้มีคนคุ้นเคยอยู่ข้างๆ แม้ทำได้แค่ในฝัน มีเพียงความเหงาที่คอยนอนเป็นเพื่อน
บางเวลาที่อยู่ท่ามกลางผู้คนและเสียงเพลง แต่ก็แทนที่คนคุ้นเคยคนเดิมไม่เคยได้ เพลงบางเพลงกลับทำให้คิดถึง
อย่างมากมาย สิ้นเสียงเพลงและผู้คน ความเหงาก็กลับมาอยู่เคียงข้างเหมือนเดิม อย่างทุกคืนวัน
แต่อย่างน้อยในวันเหงาๆ ก็ยังมีความคิดถึง..คิดถึงคนที่เคยอยู่ข้างๆ คนที่คุ้นเคย ใครบางคนที่มีไว้…แค่ให้ได้คิดถึง

 

ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ – อพาร์ตเมนต์คุณป้า – กันยายน 28, 2007

Filed under: ไ ม่ ไ ด้ ดั่ ง ใ จ — Korkai @ 7:00 am
 
Smile
 
 
นั่งคนเดียว แล้วมองกระจก ที่สะท้อนแสงจันทร์วันเพ็ญ
โดดเดี่ยวกับความเหงา อยู่กับเงาที่พูดไม่เป็น

ฟังเพลงเดิมๆที่เรารู้จัก แต่ไม่รู้ความหมายของมัน
หากฉันจะหลับตาลงสักครั้งและพบกับเธอผู้เป็นนิรันดร์ 

หากความรักเกิดในความฝัน เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน
ปฏิทินได้บอกคืนและวันดั่งที่ฉันไม่เคยต้องการ 

แต่อยากให้เธอได้พบกับฉัน เราสมรสโดยไม่มองหน้ากัน
จูบเพื่อล่ำลาในความสัมพันธ์ ก่อนที่ฉันจะปล่อยเธอหายไป
โดยไม่รู้จักเธอ

ทบทวนเรื่องราวต่างๆทุกๆครั้งที่ฉันตื่นนอน กับบทกวีไม่มีความหมาย
ฉันงมงายสวดมนต์ขอพร หากจะมีโอกาสอีกหน
จะร่ายมนต์กับสายน้ำจันทร์ เพื่อจะได้หลับตาลงสักครั้ง
เพื่อพบกับเธอผู้เป็นนิรันดร์

 

http://s10.histats.com/6.swf

 

นึกถึงวันเก่าๆ บรรยากาศรับน้อง กันยายน 16, 2007

Filed under: ไ ม่ ไ ด้ ดั่ ง ใ จ — Korkai @ 12:35 am
 

 

อืมอ่านแล้วก็รู้สึกดีนะ เหตุการณ์ก็มีส่วนคล้าย ถึงแม่คณะเราจะโหดกว่าไม่รู้กี่เท่า แต่ก็เป็นความประทับใจที่ไม่มีวันลืมเลย คิดถึงอ่ะ..AGGIE