A Quiet Word

ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์

สปอยล์ละเอียดยิบ … บอดี้ ศพ #19 : Body #19 หนังแนว Psyco-horror ที่ยกให้เป็นที่ 1 ในใจ มกราคม 18, 2008

Filed under: ความบันเทิง — Korkai @ 10:34 pm

 

BODY_poster_teaser body_poster-theme01    

 http://s10.histats.com/6.swf

ต่อจากนี้คือสปอยล์หนังจากเฉลิมไทย พันทิปอย่างละเอียดยิบ
ใครยังไม่ได้ดูก็ไม่ต้องอ่านละกันนะ
 

ไปดูมา รอบพิเศษ (ไม่รู้พิเศษยังไง เห็นมีรอบเกือบ10รอบ)รอบฉาย 19.20 คนไม่เยอะมาก โฆษณาไม่เยอะมาก (จริงๆ)

สปอลย์มั่งไม่สปอลย์มั่ง เล่าเรื่องแบบไม่มีการไล่เรียงนะครับ ถ้าอยากอ่านก็อ่าน ข้อเขียนทั้งหมดมาจากความคิดเห็นของผมฝ่ายเดียวล้วนๆ อย่าเชื่อ แต่จงไปดูเอง ^^

หนังเปิดตัวมาด้วยภาพของท้องฟ้ายามค่ำ ไล่เรื่อยลงมาถึงเบื้องล่างโลกมนุษย์ พร้อมฝนโปรยปราย และเพลง ‘คิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียว ซีจีช๊อตนี้สวยครับ ภาพฝน ภาพเมือง สวยจริงๆ กล้องไล่ลงมาเรื่อยๆ ผ่านตึก GTH? และเข้าไปในท่อระบายน้ำ (ภาพลองช๊อตครับ) ไล่ไปเรื่อยๆ จนไปพบกับชิ้นสว่นศพ (ไม่บอกนะว่ามีส่วนไหนบ้าง ไปดูเอาเอง) กลอ้งกลับขึ้นมาบนพื้นห้องผ่านท่อระบายน้ำ ไปที่แมวตัวหนึ่ง ก่อนที่แมวตัวนั้นจะพาไปยังที่มาของศพที่เห็นพร้อมชายคนหนึ่ง กับอีโต้ในมือ และเพลงเพลงนั้น ที่ยังดังก้องอยู่

ฉากเปิดตัวชล ชอบมากครับ เป็นฉากแสดงดนตรี โดยมี พี่แพทร้องเพลงเพลงนั้น ให้ฟัง เนื้อเรื่องก็ชวนติดตามดีอยู่ แต่ในความคิดของผม ฉากสโลว์โมชั่น มันดูเยอะไปหน่อย มันดูอืดๆ แถมผีก็ดีไซน์ได้ ตลกมาก เหมือนเด็กดักแด้มากกว่าน่ากลัว ผมดูแล้วนึกไปถึงผีปอบใน ปอบ หวีด สยอง มากกว่า การหลอกของผี ก็ดูแปลกตาดี แต่ก็ยังขัดๆเขินๆในบางฉาก บางฉากไม่จำเป็นจะต้องให้ผีหลอกอย่างที่เห็น แล้วผีมีเหตุผลอะไรที่จะต้องหลอกแบบนั้น หือ? หลายฉากๆ ที่สามารถพบเห็นได้ตามหนังผีหลายๆเรื่อง เช่น ฉากอาบน้ำ (คุ้นไหม) ฉากก้มใต้เตียง ฉากหลับแล้วสะดุ้งตื่นจากความฝัน อืม แต่ไม่ได้ขี้เหร่อะไรมาก เพราะบางฉากมันก็จำเป็นจริงๆ หนังผูกปมไปเรื่อย เราก็นั่งเดาไปว่าอย่างนั้นอย่างนี้ แต่บางปมก็อธิบายยังไม่ค่อยกระจ่าง กระจายความสำคัญให้ตัวละครดีมากครับ ชลไม่ได้เป็นคนแบกเรื่องไว้ทั้งหมด ทุกๆคนในเรื่อง มีความสำคัญในตัวเอง นักแสดงที่ผมรู้สึกว่าแสดงดีเกินคาดคืน เข็ม ครับ ไม่คิดว่าเธอจะรับกับบทแบบนี้ได้ แต่ทำได้ดีทีเดียว (ขอกัดหน่อย ในเรื่องเข็มมีลูกชื่อเมย์ เวลาแสดงแล้วเรียกชื่อนี้ ฉากที่ดุลูก ใส่อารมณ์จริงไปดวยหรือเปล่า อิอิ)อีกคนก็ เมย์ครับ ออกมาไม่บ่อย แต่ ดุดันและทำได้ดี ในแบบที่เธอเป็น ส่วนเป้ และ แป้ง ก็เข้าขากันดีครับ หน้าเหมือนกันมากซะจนนึกว่าเป็นพี่น้องกันจริงๆ สำหรับรายละเอียดตัวละครอื่นๆ ไปตามดูเองเองนะครับ
คอมพิวเตอร์กราฟฟิค ของหนังเรื่องนี้มีมากมายเหลือเกิน จนบางทีก็รู้สึกว่าจะเยอะไปไหน แต่ก็ยอมรับว่า สวยครับ เป็นหนังที่ซีจีทำหน้าทีได้ดี ฉากงาม เนื้อเรื่องขมวดปมมาเรื่อย จนถึงตอนที่กำลังคิดว่า ตกลงใครเป็นคนฆ่า ใครเป็นฆาตกร และตัวละครแต่ละตัว มีความสัมพันธ์กันยังไง อยากจะเล่าทั้งหมด แต่เมื่อยจัง อิอิ เด๋วนึกอะไรออกแล้วจะมาต่อแล้วกันครับ ง่วงมากกก

ผมขนลุกฉากที่ เข็มบอกว่า (ตื๊ด ตื๊ดๆๆๆๆๆๆxxxxxx ) แล้วทั้งฉากก็เงียบฮี่ ขนไล่มาเลย
หัวยันแขน T^T

จากคุณ : ไอ้วู่

ผมกลับชอบมากอย่างไม่มีข้อสงสัยในตัวเองเลยครับ

จุดเด่นที่สุดของหนังเรื่องนี้ผมยกให้บทหนังและการแสดงครับ ใครว่าขัดผมไม่รู้ แต่ผมว่าการแสดงของทุกคนเก่งมากจริงๆ ครับ ส่วนบทหนังนั้น ไม่มีอะไรให้ติเลย (หรืออาจมีแต่ใจผมอยากคิดข้ามไปให้หมด)

ซีจีก็สุดๆ ครับ ดูไปแทบไม่เชื่อว่าเป็นหนังไทย การขมวดปมมันถึงพริกถึงขิงมากๆ หลอกได้ดีในระดับหลอนกันไปเลยทีเดียว โดยส่วนตัวแล้วหนังเรื่องนี้คืออันดับหนึ่งในใจ มาแรงแซงทางโค้งชัตเตอร์ไปเลยครับ
ชอบ และ เชียร์ บอดี้ มากๆ ครับ
จากคุณ : Aekio

จิตมากๆ หนังเรื่องนี้
ชอบสุดๆ เดาไปเรื่อยเปื่อยยังไงก็ไม่ถูกง่ะ
คำถามสปอย์ครับ
ติดใจนิดนึงเรื่องรูปถ่ายในกระเป๋าของคนนั้นที่พระเอกเปิดดูตอนท้ายๆ เรื่อง สรุปแล้วมันคือรูปถ่ายใครกันแน่
หึหึ

จากคุณ : ตะบันหมาก

พอมาคิดดู ตกลงที่่เหนน่ะรูปใคร รูปแรกถ่ายกะเข็ม รูปต่อไปก็ไม่่ได้บอกว่าถ่ายคู่ใคร แค่ทำท่าตะลึง
ถ้า
เป็นรูปคู่ หมอ กะ ดารายราย ชลก็เลยอึ้ง และก็เลยคิดว่า หมอเป็นคนฆ่าดารายราย (รึเปล่า?) (ในคราบที่คิดว่าตัวเองเป็นชล)
หรือ มองเห็นเป็นรูปที่ หมอถ่ายกะเอ๋ ก็เลยอึ้ง คิดว่าหมอจะต้องฆ่าเอ๋ (แป้ง) ? (ก็อยู่ในคราบของชลอีกนั่นแหละ) โอย งง- -‘
หรือรูปหมอ ถ่ายรูปคู่แนว y กะหมอจิ๊บนะ ก็เลยอึ้ง เลยคิดว่าหมอฆ่าหมอจิ๊บ
หรือรูป… สวิงกิ้ง -..- พรืดด..

จากคุณ : ไอ้วู่

ผมชอบเปิดตัวของหนังเรื่องนี้นะ ขมวดปม ok เลย แต่ผมเดาได้นิดๆ ว่าคนฆ่าต้องเป็นใคร แต่ไม่ได้นึกไปถึงว่าจะเป็นอย่างงี้ ซีจีเนียนดีครับ ผมว่านะ ความคิดส่วนตัว เรื่องนี้น่าจะได้ถึงเรท R เลยเชียวนะ
แต่เพลงตอนเครดิตปิดมันเกี่ยวไรกับหนังอ่ะครับ สงสัย Body เหมือนกัน Body ศพ 19 กับ Bodyslam
จากคุณ : caltz (caltz)

ตอบเรื่องรูปนะครับ
จิตของหมอสุธีตอนนั้นที่คิดกว่าเป็นชลสิทธิ์
ทำให้ตอนที่ชลสิทธิ์เห็นรูป ก็คือจะเห็นรูปของพี่สาวตัวเอง(เอ๋)กับหมอสุธี
ทำให้ชลสิทธิ์มาบอกกับอุษาว่ารู้แล้วว่าใครฆ่าดาราราย
แต่ตอนนั้นหมอสุธีไม่รู้ไงว่าชลสิทธิ์ก็คือตัวเอง

สรุปแป้งอรจิราใรเรื่องก็คือดาราราย ตัวที่เป็นหมอสุธีจะเห็นดารารายเป็นเมย์
ส่วนเวลาที่หมอสุธีเป็นชลสิทธิ์ จะเรียกดารารายว่าเอ๋ และเห็นเอ๋เป็นแป้งอรจิรา
มึน ผมว่าผมเข้าใจนะ แต่อธิบายยาก
จากคุณ : yibby

^
คิดเหมือนกันครับ อธิบายให้เพื่อนฟังอย่างนั้นเหมือนกัน
อ้อ มีคำถามอีกหน่อย

ทำไมชลสิทธิ์ถึงตาย หมอสุธีฆ่าเหรอ แล้วฆ่าเพราะอะไร เพราะมารู้ความลับเรื่องของหมอด้วยเหรอ แล้วทำไม หมอต้องเห็นดารายรายเป็นเอ๋
เอ๋จริงๆแล้วคือคนที่หมอสร้างขึ้นมาใช่ไหมครับ ไม่ใช่คนที่มีอยู่จริงๆ
เหตุการณ์ที่ชลสิทธิ์ตาย เกิดก่อน หรือหลัง ที่หมอจะตัดสัมพันธ์กับดาราราย
หมอเสียใจใช่ไหมที่รู้ว่าดารารายมีลูก เสียใจแบบ ไม่น่าเลยอะ ถ้ารู้ว่ามีลูกคงไม่ทำ

นอกเรื่อง คุณว่าตอนท้ายที่หมอสุธีรู้สึกตัว กับ เด็กแว่นในเรื่อง ลองของ ที่โดนครูพนอฆ่าโหด รายไหน ทรมานกว่ากัน??

จากคุณ : ไอ้วู่

ผมขอตอบนอกเรื่องนะ
เด็กแว่นนั่นเจ็บไปเรื่อยๆ ครับ ฟันหายไปทีละซี่ (ใช่ไหมหว่า นานมากแล้ว ลืม) แต่ว่า หมอสุธีนี่เจ็บทีเดียวแต่เจ็บลึกเลยครับ
แต่ผมไม่ขอเอาทั้งสองคน แบบว่าหมอสุธีมันกรู้ได้เลยว่าเจ็บแบบไม่มีความชาแน่นอน แต่เด็กแว่นก็ช้าไป กว่าจะตายคงทรมานน่าดู
แต่ฉากนั้นหนังก็หลอกผมครับ คิดว่าผีดารารายจะก้มไปปลดสายอ๊อกซิเจนเสียอีก ที่ไหนได้ ทำเอาหลอนขนพองทรมานแทนหมอไปเลย
จากคุณ : Aekio

มาตอบคุณไอ้วู่นะครับ

ทำไมชลสิทธิ์ถึงตาย หมอสุธีฆ่าเหรอ แล้วฆ่าเพราะอะไร เพราะมารู้ความลับเรื่องของหมอด้วยเหรอ แล้วทำไม หมอต้องเห็นดารายรายเป็นเอ๋
***หมอสุธีไม่ได้ฆ่า แต่ช่วยชีวิตไว้ไม่ทัน เนื่องจากชลสิทธิ์เสียชีวิตเพราะเสียเลือดมาก
***ที่หมอเห็นดารารายเป็นเอ๋ เพราะตัวละครเอ๋ คือตัวเพื่อนในจิตนาการทีหมอสร้างขึ้นมา
***นอกจากหมอสุธีจะมีอีกหนึ่งบุคคลิกที่เป็นชลสิทธิ์แล้ว หมอสุธียังสร้างเอ๋(ซึ่งก็คือดารารายพี่ของชลสิทธิ์นั่นแหละ) ขึ้นมาอีกตัวด้วย(เป็นเพื่อนในจิตนาการ)
เอ๋จริงๆแล้วคือคนที่หมอสร้างขึ้นมาใช่ไหมครับ ไม่ใช่คนที่มีอยู่จริงๆ
***ใช่ครับ หมอสร้างตัวเอ๋มา ไว้พูดคุยด้วยตอนที่ตัวหมอเป็นชลสิทธิ์

เหตุการณ์ที่ชลสิทธิ์ตาย เกิดก่อน หรือหลัง ที่หมอจะตัดสัมพันธ์กับดาราราย
***เกิดขึ้นก่อนครับ แล้วหลังจากนั้นหมอจึงตัดสัมพันธ์กับดาราราย(อาจจะเพราะรู้สึกผิดต่ออุษาและลูกก็ได้) หมอจึงคิดจะเลิกกับดาราราย

หมอเสียใจใช่ไหมที่รู้ว่าดารารายมีลูก เสียใจแบบ ไม่น่าเลยอะ ถ้ารู้ว่ามีลูกคงไม่ทำ
***น่าจะใช่ครับ แต่คงเป็นการตกใจและคาดไม่ถึงว่ากำลังจะมีลูกกับดารารายด้วย คงเสียใจด้วย หลายๆอย่างเลยแหละ

นอกเรื่อง คุณว่าตอนท้ายที่หมอสุธีรู้สึกตัว กับ เด็กแว่นในเรื่อง ลองของ ที่โดนครูพนอฆ่าโหด รายไหน ทรมานกว่ากัน??
***ผมว่าในเรื่องลองของ น่าจะทรมานกว่า เพราะโดนเลาะฟัน โดนไฟเผา
แต่กรณีของหมอสุธี ตอนโดนเหล็กทิ่ม ระบบร่างกายคงป้องกันให้ คงจะชามากกว่าเจ็บ

ป.ล.ชอบฉากในห้องเรียนอีกฉากหนึ่งด้วยครับ

จากคุณ : yibby

แล้วชลสิทธิ์ตายเพราะอะไร ก่อนหน้าหรือหลังความสัมพันธ์กับดาราราย?
แล้วทำไมหมอสุธีจึงเลือกจะเป็นชลสิทธิ์ เกิดจากการสะกดจิตของดารารายหรือ?
แล้วทำไมหมอสุธีจึงสร้างเอ๋ขึ้นในจินตนาการ? แถมอุษายังบอกว่าเขาเป็น
คนฆ่าพี่สาวตัวเอง คืออะไร?
รถที่จอดอยู่ข้างบ้านที่ชลสิทธิ์ถามเอ๋ คือรถใคร?

ผมหาคำตอบเหล่านี้ไม่ได้ครับ นี่เป็นแค่คำถามบางข้อในอีกหลายข้อ ถ้าหา
คำตอบไม่ได้ ผมยอมรับหนังเรื่องนี้ไม่ได้จริง ๆ ครับ
อ้อ มีพิพิธภัณฑ์สัตว์ในโรงพยาบาลด้วยเหรอครับ
ผมมาถามต่อครับ ตกลงบ้านหลังนี้เป็นบ้านใคร หมอถึงมาใช้เป็นที่อยู่
ตอนเป็นชลสิทธิ์
(มันเป็นบ้านที่มีจริง ไม่ใช่ในจินตนาการ เพราะหมออุษามาที่บ้านหลังนี้)
เป็นบ้านของดารารายเดิมใช่ไหมครับ
หมอพาดารารายมาเชือดที่บ้านหลังนี้ใช่ไหม ในห้องที่มีตู้ใหญ่ขวางอยู่
(ทำท่าจะเป็นตู้ในหนังผีคุณมะเดี่ยวเข้าแล้ว)
แมวเป็นสัตว์เลี้ยงดารารายหรือครับ ไม่ได้บอกความสัมพันธ์ไว้เลย
หมออุษารักษาคนไข้เด็กที่สร้างจินตนาการแล้วฆ่าหมาตัวเองตาย จะล้อ
กับกรณีหมอสุธี สามีงั้นหรือครับ
"ตามหาฉันให้เจอ" แหวนของดารารายให้หมอตามไปเพื่ออะไรครับ

จากคุณ : เมย์กินผักให้หมดแล้วไปแปรงฟัน

ที่บอกว่า "ตามหาฉันให้เจอ" นะครับ ดารารายเป็นคนพูดครับ ตอนนัดกินข้าวกันครั้งสุดท้ายที่ร้านอาหาร มีช่วงนึงกล้องจะแพนให้เราเห็นหมอสุธีเอายาใส่น้ำของดาราราย พอเจ๊แกกินเข้าไปก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ แต่ก็คงเดาได้ว่าหมอสุธีเล่นไม่ซื่อแน่ๆ

เจ๊ดารารายแกเลยสะกดจิตหมอสุธีครับ เริ่มโดยการจับแขน แล้วเพลง "คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว" ก็ดังขึ้นมา เจ๊แกก็บอกว่า หากหมอสุธีได้ยินเพลงนี้เมื่อไรขอให้นึกถึงภาพความสุขที่เคยมีมาด้วยกัน

แต่หากหมอสุธีคิดจะทิ้งเจ๊แกละก็ขอให้หมอสุธีมองเห็นภาพแกไปตลอด คงจะประมาณเป็นการสร้างบุคลิกของชลสิทธิ์ขึ้นในตัวหมอสุธีตอนนั้นละครับ เพราะหลังจากนั้นเจ๊แกก็พูดต่อเลยว่า ชื่อดาราราย ตามหาฉันให้เจอ….

จากคุณ : แจม

^
เป็นการสะกดจิตปนสาปแช่ง นะผมว่า…….
แต่โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าเจ๊แกก็มีพลังจิตมากๆ ด้วยเช่นกันครับ
และที่เห็นในฉากสุดท้ายของเรื่องจริงๆ ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่ตามอาฆาตหมอสุธี ไม่ได้มีแค่การสะกดจิตของดาราราย แต่ยังมีวิญญาณที่มีพลังจิตอาฆาตร้าย…ตามหลอกหลอนและครอบงำด้วยครับ
หึๆ……..

จากคุณ : คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก

มาช่วยตอบเน้อ-~

ผมมาถามต่อครับ ตกลงบ้านหลังนี้เป็นบ้านใคร หมอถึงมาใช้เป็นที่อยู่
ตอนเป็นชลสิทธิ์
คิดว่าน่าจะเป็นบ้านที่หมอเอาดารารายมาเชือดนะคะ ซึ่งหมอหรือดารารายเองอาจจะเป็นเจ้าของบ้าน จึงไม่มีรู้เห็น

(มันเป็นบ้านที่มีจริง ไม่ใช่ในจินตนาการ เพราะหมออุษามาที่บ้านหลังนี้)
เป็นบ้านของดารารายเดิมใช่ไหมครับ
หมอพาดารารายมาเชือดที่บ้านหลังนี้ใช่ไหม ในห้องที่มีตู้ใหญ่ขวางอยู่
(ทำท่าจะเป็นตู้ในหนังผีคุณมะเดี่ยวเข้าแล้ว)

ใช่ค่ะ
แมวเป็นสัตว์เลี้ยงดารารายหรือครับ ไม่ได้บอกความสัมพันธ์ไว้เลย


แมวเป็นแค่ภาพหลอน ที่เกิดขึ้นมาเหมือนจิตใต้สำนึกของคนเวลาทำผิดไงคะ คล้าย ๆ กับนางเอกเห็นงูเวลามีความสัมพันธ์กับผู้ชายในเรื่องแม่เบี้ย

หมออุษารักษาคนไข้เด็กที่สร้างจินตนาการแล้วฆ่าหมาตัวเองตาย จะล้อ
กับกรณีหมอสุธี สามีงั้นหรือครับ
เป็นการบอกคนดูว่า หมอเชี่ยวชาญด้านนี้ค่ะ
ทั้งหมดตามเข้าใจเรานะคะ
"ตามหาฉันให้เจอ" แหวนของดารารายให้หมอตามไปเพื่ออะไรครับ
จากคุณ : ^ ^ (mayny the kop)

ผมตอบไปที่ กระทู้ ข้างบน ดังนี้นะครับ
สนุกดีครับ คุ้มค่าเงิน สนับสนุนให้ไปดูครับ ไปโชว์ใครไม่อายใครครับ

สำหรับคนที่อยากดูหนัง ผมแนะนำหนังไทยเรื่องนี้มากๆ ครับ

เรื่องราวนั้น มันก็เป็นไปได้แต่กึ่งจินตนาการไปด้วยนะครับ คงไม่ได้ตั้งใจออกมาให้เราหวังว่าเป็นเรื่องจริง ดูจากเห็นผีและแมว รวมถึงการสะกดจิตแล้ว มันก็กึ่งเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วครับ แต่มันก็เป็นไปได้ งงไหม อิๆ
ส่วนเรื่องหมอ ผมขอสปอยครับ ที่เค้ารู้ว่าเป็นโรคจิต เพราะ อาจารย์สุธี บอกตัวเองว่าชื่อ ชล ไงครับ เค้าก็เชคดูว่ามีสติดีหรือเปล่าแค่นั้นเอง เป็นคุณคุณจะไม่คิดว่าเค้าเป็นโรคจิตเหรอ แต่จริงๆ ผมเป็นหมอผมคงจะถามว่า อาจารย์สุธี อาจารย์เป็นอะไรไปครับ ตั้งแต่แรกแล้ว หนังก็หมดสนุกกันพอดี อิๆ
ยังไงก็ยกให้เป็นหนังที่ดี และ ดูสนุกเรื่องหนึงครับ

ที่สงสัยอยู่ มีสองอย่าง
1. ชลตายเพราะอะไรรู้แค่ว่าเสียเลือดมาก
2. แมวมีความสำคัญยังไงครับ ทำไมคนที่กำลังจะถูกฆ่าถึงเห็นแมว

หนังไทยที่มีปมให้คิดพอกลับไปคิดแล้วยิ่งสนุก ก็มี 13 เกมสยอง กับเรื่องนี้แหล่ะ นับถือ คนเขียนบททั้งสองท่านจริงๆ

บ้านนั้นเป็นบ้านของหมอนั่นแหล่ะครับ ที่เอาไว้อยู่กับดาราราย และ ฆ่าดารารายที่นั่น
ส่วนเรื่อง ชลตายยังไงผมก็ยังสงสัยอยู่ ตามคำถามข้างบนครับ
มันเป็นหนังที่ไม่ต้องให้คิดว่าเป็นเรื่องจริงๆ มากๆ หรอกครับ แค่เห็นผี เห็นแมว สะกดจิต มันก็เป็นไปแทบไม่ได้แล้ว แต่ก็เป็นไปได้นะ อิๆ
ยืนยันครับว่า ไม่ผิดหวังจริงๆ สำหรับเรื่องนี้ ไม่ได้โม้

จากคุณ : buntoshi

End Credit ท้ายเรื่อง เป็นเพลงของบอดี้สแลม ชื่อเพลง ยาพิษ..
เพราะหมอหยดยาพิษลงไปให้ดารารายดื่มไงครับ..
ตอบโจทย์ดีออก

ดูเรื่องนี้มา 2 รอบ รอบแรกรอบสื่อ อีกรอบนึงก็เมื่อคืนนี้ ไปตามเก็บรายละเอียด
เป็นหนังที่ดูซ้ำแล้วได้อารมณ์ต่างกัน เพราะรอบที่สองนี่ ดูแล้วเหมือนคนเขียนบทและผู้กำกับจะคอยกระซิบข้างหูตลอดเวลาเลยว่า..
"..นี่.. เห็นมั้ย.. เราบอกคุณตั้งแต่ตอนนี้แล้วว่ามันเป็นอย่างนี้"
จุดสังเกตการกระทำของหมอสุธี กับชลสิทธิ์ ให้สังเกตที่เสื้อผ้าที่ใส่ด้วยครับ เหตุการณ์ที่เกิดต่อเนื่องกันสองคนนี้จะใส่เสื้อคล้ายๆ กัน
สำหรับเรื่องพี่สาว (เอ๋) ที่หมอจินตนาการขึ้นมาแทนดาราราย ผมเข้าใจว่าเพราะหมอมีอาการเดียวกันกับเด็กผู้หญิงในตอนต้นเรื่อง ที่ฝังหมาทั้งเป็น เพราะสร้างเพื่อนในจินตนาการขึ้นมาเช่นกัน
โดยหมออุษาแนะนำกับแม่ว่า.. "ให้น้องเค้าได้มีเพื่อนจริงๆ เถอะค่ะ ก่อนที่ (การฝังทั้งเป็น) จะไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง"
สำหรับบ้านที่เกิดเหตุการฆ่าหั่นศพ เป็นบ้านของดาราราย โดยจับเอาคำพูดช่วงเฉลยตอนท้าย ที่ชลสิทธิ์พูดกับเอ๋ว่า "ยังไม่เคยเจอ อยากเห็นหน้า(เจ้าของรถ)จัง" แล้วเอ๋บอกว่า "เค้างานยุ่ง ไม่ค่อยมาหรอก" ซึ่งผมทึกทักไปเองว่าหมอสุธี อาจไม่ค่อยมีเวลาแวะมาหาดารารายมากนัก เอ๋ในจินตนาการที่แทนตัวดารารายจึงเป็นคนพูดประโยคนี้ขึ้นมาในความคิดของหมอสุธีครับ
พอหมออุษาไปที่ตู้#19 แล้วเอาบัตรชื่อชลสิทธิ์ไปขอที่อยู่จากเจ้าหน้าที่ อุษาจึงตามไปยังบ้านหลังนั้นได้ถูกครับ

จากคุณ : ดับเบิ้ลดี

เรื่องที่ชลสิทธิ์ตายเราคิดว่าคงเป็นแค่อุบัติเหตุธรรมดานะ แต่หมอสุธีไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้เลยรู้สึกผิด เพราะชลสิทธิ์เป็นคนสำคัญของดาราราย ส่งผลให้เมื่อถูกสะกดจิด หมอสุธีจึงเลือกเป็นชลสิทธิ์ อาจเพื่อไถ่บาป หรือเพื่อจะได้อยู่กับดารารายในฐานะพี่น้อง

สังเกตดูสิ เอ๋จะพูดกับชลสิทธิ์เสมอว่า เรามีกันแค่สองคนพี่น้องนะ นี่อาจเป็นปมในใจของหมดสุธีก็ได้ ว่าถ้าช่วยชลสิทธิ์ได้ เรื่องอาจไม่ต้องเป็นแบบนี้ เขาอาจสามารถเลิกกับดารารายได้โดยไม่ต้องฆ่า เพราะดารายก็ยังมีชลสิทธิ์คอยอยู่เคียงข้าง ไม่ได้ไม่เหลือใครจนต้องยึดติดหมอสุธีขนาดนี้

นี่เป็นความเห็นของเรานะ คิดยังไงก็ลองมาแลกเปลี่ยนกัน ชอบบทเรื่องนี้จริงๆ มีอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้คิดตาม

จากคุณ : THOHT

หมออุษาเห็นเป็นหมอสุธีไงครับ ก็หมอเพิ่งถามทางโทรศัพท์กับหมอจิ๊บไปว่าแล้วนายชลศิทธิ์คนนี้คือใคร หมอจิ๊บก็ตอบกลับมาว่า มันเกี่ยวกับหมอสุธีนั่นแหละ บอกเป็นนัยว่านายชลสิทธิ์ก็คือหมอสุธี และเมื่อหมออุษาได้เห็นจึงถึงบางอ้อว่าสามีตัวเองเป็นโรคจิต ต้องได้รับการรักษาไงครับ มือไม้เลยสั่นงันงก

ตอบเรื่องแมวดำครับ ตอนต้นเรื่องจะมีฉากที่แมวดำตัวหนึ่งไปกินศพของดาราราย ผมมองว่าแมวดำตัวนี้ไม่ได้เกี่ยวกับทางจิตของหมอสุธีครับ แต่เป็นสิ่งที่ดารารายสร้างขึ้นมาให้หมอได้เห็นจริงๆ เพราะว่าแมวตัวนี้เชื่อมโยงกับดารารายผ่านทางเนื้อหนังที่มันกินลงไปไงครับ

ความเห็นของผมนะครับ สนุกจัง คุ้มมากด้วย หนังจบ อารมณ์ยังไม่จบ ได้มาถกกันต่ออีก ชอบครับ นานๆ ได้มีหนังไทยทำประเด็นแบบนี้ขึ้นมาได้

จากคุณ : Aekio

เอ้อ คุณๆว่า ในหนัง มีสัญลักษณ์อะไรบ้างไหม
อย่างเพลง ‘ภาพลวงตา’ ที่ นศ.ใช้เป็นเสียงรอสายอะ คิดว่าไง ผกก. จะบอกว่า
‘มันก็เป็นแค่เพียงภาพลวงหลอกตา ที่เธอสร้างขึ้นมาให้ฉันตายใจ’
เหมือนพูดแทน หมอสุธีเลย ^^ :23:34

จากคุณ : ไอ้วู่

ประเด็นเรื่องแมว ถ้าจะมองว่าเป็นแมวที่ดารารายสร้างขึ้นก็เป็นไปได้ครับ เพียงแต่ว่าคนที่มองเห็นแมวตัวนี้ มีทั้งชลสิทธิ์(จิตของหมอสุธี) กับคุณนก TA (Teacher Assist.)ของดาราราย

พิมพ์มาถึงตรงนี้ก็นึกขึ้นได้ว่า.. ช้าก่อนท่านดับเบิ้ลดี..

หรือว่า.. เรื่องเกี่ยวกับแมวทั้งหมด เกิดจากความคิดของหมอสุธีจริงๆ เพียงแต่เป็นภาพหลอนตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเหยื่อรายอื่นๆ มีแมวมาเกี่ยวข้อง ซึ่งที่จริงแล้วไม่มีแมวอยู่ด้วยจริงๆ
หมอสุธีคิดไปเองว่าคุณนกเดินตามแมวเข้าไปยังพิพิธภัณฑ์สัตว์ ทั้งที่ ที่จริงแล้วหมอสุธีสังหารคุณนก ณ ตรงนั้นด้วยตัวเอง ก่อนที่คุณนกจะออกจากห้องเพื่อกลับบ้านเสียอีก
ดังนั้น ภาพที่คุณนกเดินสวนกับแมวแล้วตามเข้าไป "อาจจะ" เป็นสิ่งที่อยู่ในจิตไร้สำนึกของหมอสุธี ที่อยากจะเห็นเป็นอย่างนั้นก็ได้

ยิ่งได้อ่านว่าบทร่างแรกๆ ของหนังเรื่องนี้ เป็นในลักษณะโลกจริง – โลกเสมือน อย่าง The Matrix และมีการดีไซน์งานแบบ Sin City แล้วยิ่งคิดเยอะไปใหญ่เลยครับ..
ฉากขับรถ CG ในช่วงนั้น ก็คงเป็นอย่าง Sin City ที่ว่า เพียงแต่ภาพจะให้ความรู้สึกกึ่งจริง กึ่งฝัน ไปทั้งเรื่องด้วยเท่านั้นเอง

ประเด็นว่าทำไมหมอต้องเป็นชลสิทธิ์
ผมเข้าใจว่าอาการของหมอเกิดขึ้นหลังจากที่หั่นศพของดารารายครับ โดยภาพการเจอศพของทารกในครรภ์ทำให้หมอแทบคลั่ง จนคิดไปเองโดยผูกจับการสาปแช่งและสะกดจิตกลายๆ ของดาราราย ผูกกันไปโยงกันมา วนเวียนในหัว รวมถึงคำพูดของดารารายที่ว่า..
"ถ้าแก(ชลสิทธิ์)เป็นอะไรไป แล้วฉันจะอยู่กับใคร" ยิ่งสร้างความผิดบาปให้กับหมอมากขึ้น การแทนตัวเองด้วยชลสิทธิ์จึงเกิดขึ้น ณ ตรงนั้นครับ เพียงแต่ว่าตัวตนของหมอสุธี ยังคงใช้ชีวิตเป็นหมอสุธีไปตามปกติอยู่ โดยให้ความคิดที่ว่าตัวเองเป็นชลสิทธิ์ ยังคงอยู่ในความทรงจำในจิตไร้สำนึกต่อไป..
จนกระทั่งวันที่หมอสุธีและครอบครัวไปดูคอนเสิร์ต แล้วเพลง คิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียว ดังขึ้นนั่นแหละ..
ความทรงจำในจิตไร้สำนึก (ชลสิทธิ์) จึงเริ่มสร้างตัวเองขึ้นมา
คิดกันซะสนุกจริงๆ ครับ
จากคุณ : ดับเบิ้ลดี

ที่นั่งที่ว่างเปล่าข้างชลสิทธิ์
ที่เราเห็นตอนต้นเรื่อง

อันที่จริงหมออุษานั่งกับลูกสาวที่ฝั่งขวาครับ(จะเห็นลางๆ ตั้งแต่ต้นเรื่องละคับ)
ส่วนที่นั่งว่างๆ นั้นเขาปล่อยให้ว่างไว้ อาจเพื่อให้เราจำภาพตำแหน่งที่นั่งได้ง่ายๆ อ่ะครับ

ในหนังเฉลยให้เห็นในตอนที่หมอสุธี ย้อนความทรงจำในตอนท้ายๆ เรื่องครับ
โผล่มาแวบๆ อุษามองตามว่าหมอสุธีไปไหน…..

แต่อันที่จริงออกมาจากฮอลล์ก็บึ่งรถไปที่บ้านของดารารายเลย
แต่ในมโนภาพใต้สำนึกได้สร้างภาพเป็นว่า
ชลสิทธิ์ได้นั่งรอให้เจ้าของสูทมารับคืน
แต่พอไม่มีคนมาเขาก็นั่งแท๊กซี่ไปยังบ้านดาราราย
(ซึ่งแท๊กซี่และเหตุการณ์นั้น – มันไม่มีจริงครับ)

แก้ไขข้อความเพราะพิมพ์ไม่ครบกลัวเข้าใจผิดจ้า…..
จากคุณ : คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก

สรุปเรื่องนี้มีทั้งใช้จิตวิทยา แล้วก็มีผีด้วย สองอย่างเลย
สนุกดีออกครับเรื่องนี้
ชอบฉากผีคร่อมเตียงผ่าหมอ ดูแล้วหลอนดี
กัด juon   the ring ด้วย  what lie beneath ด้วย  ชอบจังหนังโทนนี้
แป้งไม่มีตัวตนเลยตั้งแต่ต้นเรื่อง ผู้กำกับเก่งมากที่ทำหาชลกับเอ๋มาเหมือนกันเลย
น่าจะไห้หมอสหรัฐตายนะ จะสะใจกว่านี้นะครับ
แต่หนังจิตได้โล่ห์มากครับ

จากคุณ : tuneclub

ฉากนี้ก็ชอบ แฝงการจิกกัดได้ดี
ต้นไม้ต้นอื่น มีทำไมไม่รด ไปรดต้นที่มันจะตายแล้ว

 จากคุณ : tuneclub

สุดยอดครับ เห็นด้วยกับ คุณ ดับเบิ้ลดีครับ
หากคิดแบบนั้น มันตอบโจทย์ ที่ผมสงสัยได้หมดเลยครับ
แมวนั้น หมอสุธี คิดไปเอง ทั้งที่ไม่มีจริง แต่เพราะแมวนั้นได้กินศพดาราราย จึงมาหลอกชล(หมอสุธี) นั่นเอง
ซึ่งอาจจะหลอกจริงๆ หรือ ชล จินตนาการไปเองก็ได้ แต่คิดว่าหลอกจริง
ผมคิดว่าแบบนี้ จะสรุปทุกอย่างได้ครับ
จากคุณ : buntoshi

น่ากลัว และ ตกใจแน่ครับ
แต่ไม่เท่าชัตเตอร์หรอก ไปดูได้ ไม่อันตรายขนาดชัตเตอร์ครับ
แต่เพราะบทหนัง ผมเลยยกให้เป็นที่หนึ่งสำหรับผม แซงชัตเตอร์ไปเลย
จากคุณ : Aekio

ขอเสริมเรื่อง "แมวดำหน้าผี"
แมวเป็นตัวแทน"ด้านมืด"ของหมอสุธีครับ
(ส่วน"ด้านสว่าง"ของหมอสุธีก็คือ "เอ๋" ที่เป็นพี่สาวที่คอยปกป้องนั่นเอง)
เพราะทุกครั้งที่แมวปรากฏใกล้บุคคลใด
หมายถึง หายนะกำลังจะมาเยือนบุคคลนั้น
ซึ่งหายนะที่เกิดขึ้น ก็เป็นฝีมือของหมอสุธีเองนั่นแหล่ะครับ

จากคุณ : คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก

อ่านข้างบนๆ แล้วทุกคนคิดว่าแป้งเป็นเพื่อนในจิตนาการของหมอสุธีร์
แต่เรากะแฟนคิดว่าจริงๆ แล้ว แป้งคือดารารายสมัยสาวๆ อ่ะ
ลำดับเหตุการณ์เป็นดังนี้
สมัยก่อน ดารารายสาวๆ(แป้ง)กับหมอสุึธีร์คบกันเป็นแฟน แล้วก็ให้แป้งอยู่ที่บ้านหลังนั้น (คงเป็นบ้านหมอ หรือบ้านที่หมอเช่าให้ดาราราย(แป้ง)อยู่)
ต่อมาชลสิทธิ์ตายเพราะเสียเลือดมาก หมอสุธีร์ช่วยไว้ไม่ทัน มีฉากที่เมย์บอกหมอว่า ช่วยชลด้วย เค้ามีกันแค่สองคน แล้วพอชลตาย ก็มีฉากแป้งยืนหน้าลิ้นชักเก็บศพ หันมาบอกว่า คุณอย่าทิ้งชั้นไปอีกนะ ชั้นไม่เหลือใครแล้ว (คือแป้งหันมาพูดกับหมอสุธีร์)
ดารารายไปเรียนต่อเมืองนอก หมอสุธีร์ก็แต่งงานไปกับอุษา
ต่อมา พอดารารายกลับมา หมอสุธีร์ก็เป็นคนไปรับที่สนามบิน (มีอยู่ฉากที่สนามบิน แว๊บๆ)
หมอสุธีร์ ก็เลยให้กลับมาอยู่บ้านเดิม ที่เคยอยู่ด้วยกัน และให้เข้ามาเป็นอาจารย์พิเศษที่คณะ
เพราะฉะนั้น ตอนที่หมอเป็นชล ก็เลยอยู่กะแป้ง เพราะว่าเป็นพี่สาวน้องชายกัน
ฉากเฉลย ที่ชลมาตามหาแป้งที่บ้านเข็ม เข็มบอกชลพี่สาวคุณตายไปแล้ว (คือดารารายตายไปแล้ว = แป้งคือดาราราย)
ฉากที่ชลเห็นแป้งโดนหั่น แล้วคนหั่นหันหน้ามาเป็นตัวชลเอง ก็คือ ดาราราย กะหมอสุธีร์นั่นเอง
อธิบายซะยาวเลย ไม่รู้ว่าเห็นด้วยอ๊ะป่าว ^^’
ปล.แก้เพิ่มข้อความค่ะ
ปล.ขออีกนิด เรื่อง Subtitle อ่ะค่ะ เมย์พูดว่า "คุณต้องตามหาชั้นให้เจอ" Subtitle เขียนว่า "fine me" เ่อ่อ เข้าใจว่าไม่ได้พลาด เพราะว่า fine me ตลอด ฝรั่งอ่านคงงง เมย์เค้าทำอะไรผิด อยู่ๆ ก็จะไปปรับเค้าซะงั้น ก่อนเอาไปขายเมืองนอก ฝากช่วยแก้หน่อยนะคะ ^^’

จากคุณ : lego (lego)

พึ่งไปดูมาเมื่อคืนครับ ชอบมาก พึ่งผิดหวังมาจาก1408พอดี
ถ้าถามว่าดูแล้วนึกถึงอะไรผมนึกถึง Momento ครับ
ที่ตัวเอกสร้างคดีเองสืบเอง
แต่สุดท้ายแล้วก็ชอบมากๆครับ
หักมุมแบบ..เฮ้ย คิดได้ไง
แล้วยิ่งฉากผีแมทริกนี่ ตกใจสุดๆแล้วครับ เหอๆ

จากคุณ : ตาตี่หมี่เกี๊ยว

จริงๆมีฉากที่ถ้าผมตาไม่ฝาด ที่สนามบินน่ะครับ มีฉากที่แป้งเล่นเป็นดารารายด้วยนะ เหมือนเห็นที่ไหนแว้บๆ ใส่ชุดสีขาวเหมือนกัน ฉากที่หันมาสะบัดผมอะ หรือเห็นในมิวสิควิดิโอยี่แหละ
เจอและ เอามาเสริม ท่อนที่ร้องว่า ‘เธอมีใครมาแทนที่ฉัน… ‘
ไม่ชัดมากนะครับ แต่คิดว่า เอ๋ น่าจะใช่ ดาราราย ตอนสาว ก่อนที่จะไปเรียนต่อ

http://www.clipmass.com/movie/71913871929503/2

จากคุณ : ไอ้วู่

เสริมเรื่อง "เอ๋" ,"ดาราราย" และ "ความทรงจำในจิตไร้สำนึก"

หมอสุธีในคราบของชลสิทธิ์ จำ"ดาราราย"ไม่ได้ครับ….

หมอสุธี(ตัวจริง)ได้แสร้งทำเป็นลืมดารารายตั้งแต่ต้นเรื่อง
โดยพยายามไม่รับรู้เรื่องราวของผู้หญิงคนนี้

ในฉากเปิดเรื่องในคอนเสิร์ต
หมอสุธีกำลังนั่งฟังเพลง "คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว"
หลังจากถูกเพลงทำให้จิตเขาถูกครอบงำกลายเป็น "ชล"
ชลนั่งแท๊กซี่กลับมาบ้านแต่ยังไม่เจอ"เอ๋"
เพราะตอนนั้นยังไม่มีใครทำให้เขานึกถึงดารารายครับ

แต่พอตัดฉากต่อมาที่หมอจิ๊บถามหมอสุธีว่า
"แล้วเรื่องดาราราย อ.จะให้ทำยังไงครับ"…
เท่านั้นแหล่ะครับ เหมือนไปจี้จุดด่างดำในใจของหมอสุธี

ซึ่งจะสังเกตได้ในซีนต่อมา
ที่ตัดมายังบ้านของชล
ซีนนั้น "เอ๋" ก็ปรากฏตัวขึ้นทันที
เพื่อมาช่วยกันทำกับข้าว

เอ๋ เป็นตัวแทนทั้งของ ดาราราย และ ด้านดีของหมอสุธี(อย่างที่กล่าวไปในคห.76 ครับ)

เมื่อหมอสุธี ถูกสะกิดเรื่องดาราราย
เอ๋จึงปรากฏตัวขึ้นมาทันที คล้ายๆ ไปกระตุ้นส่วนลึกของความทรงจำอันเลวร้ายที่พยายามจะลบทิ้งไปแล้วอ่ะครับ

นั่นคือ "ความทรงจำในจิตไร้สำนึก"
ที่ดารารายสั่งสอนนักเรียนคนนึงในคลาสจนฉี่แตกนั่นเองครับ…

จากคุณ : คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก

ผมว่าจะว่าไป หน้าหนังแอบหลอกเราด้วยนะครับ คือยังไงก็ต้องคิดว่า ศพที่อยู่ในตู้นั้นน่ะ ผู้หญิงแน่ๆ และเราเข้าไปดูในโรง ก็คิดไปว่าศพผู้หญิง (ดาราราย) มาตลอด แต่เราลืมนึกไปว่า ศพของดารายโดนชำแหละไปเรียบร้อย และที่ว่าทำไมต้อง ศพ#19 นั่นเขาอาจสื่อในเชิงคำถามว่า อะไรอยู่ในตู้ที่19 หรือศพใคร อยู่ในตู้ที่19 ซึงจริงๆแล้ว ก็คือศพชลนั่งเอง
…มั๊งครับ ^^

จากคุณ : ไอ้วู่

ชอบฉากในอ่างของน้องเป้ นี่ล่ะค่ะ
ซี้ดเลย เห็นบั้นท้ายแวบ ๆ ด้วย
ชอบ ๆ จะไปดูอีกรอบ
ลั้ลลา
จากคุณ : ซกเล็ก

 
 

บอดี้ ศพ #19 : Body #19 หนังแนว horror ที่ยกให้เป็นที่ 1 ในใจ

Filed under: ความบันเทิง — Korkai @ 10:14 pm

 

BODY_poster_teaser body_poster-theme01 body_poster-theme02

เพิ่งดูไปเมื่อวานนี้ สุดยอดจริงๆ หนังเรื่องไหนๆที่ว่าแน่ ขึ้นชาร์ดอันดับ 1 ทั่วเอเชีย หรือแม้แต่ฮอลลีวูด ต้องยอมแพ้ให้กับเรื่องนี้
เป็นคนที่ดูหนังเยอะมาก อย่างน้อยต้อง 1 เรื่องต่อ 1 วันหล่ะชัวว์ๆ เพราะที่บ้านติดเคเบิ้ล แถมดูดบิทมาดูเรื่อยๆอีก
บางวันเคยดูติดต่อกันยาว 5 เรื่อง 6 เรื่องก็มี
ชอบมากเป็นพิเศษ คือแนวตื่นเต้นเร้าใจ อาจจะผี(ก็ไม่เน้น) หรือโหด หรือแนว ไซโค หรือ ไรก็ได้ที่ดูแล้วตื่นเต้น
ไม่หลับตั้งแต่ 15 นาทีแรกเป็นใช้ได้
 
แต่พอมาได้ดู บอดี้ ศพ#19 ไม่อยากจะเชื่อว่าคนไทยทำ คนไทยเขียนบท และเป็นจินตนาการของผู้กำกับไทย หลอกคนดูได้สนิทใจจริงๆ
ประโยคทุกประโยคมีความหมายซ่อนอยู่ แม้แต่ริงโทนโทรศัพท์ก็ยังมีความหมายแฝงอยู่ ตัวละครก็เลือกมาได้อย่างดี และเนียนมากๆ
ดาราราย เธอสุดยอด แป้งกับเป้ ในบทพี่น้องก็หน้าเหมือนกันจริงๆ และแสดงได้ดีทั้งคู่
เอาหล่ะ จะรอดูว่าหนังไทยจะมีเรื่องไหนทำได้เจ๋งเท่านี้อีกอีกบ้าง
ความจริงหนังไทยดีๆ ก็มีเยอะแหะ เท่าที่ดูมา ไชยา ก็สุดยอด เป้นชู้กับผีก็ผูกเรื่องได้ดีเกินคาด เพื่อนสนิท แฟนฉัน ซีซั่นเช้น ก็รู้ๆกันอยู่
เคยยอมรับว่าเกาหลี ญี่ปุ่นหนังเค้าดี แต่จากประสบการณ์การดูหนังมา ไทยชนะเลิศแล้วตอนนี้
 
 
 

I Know Who Killed Me ธันวาคม 25, 2007

Filed under: ความบันเทิง — Korkai @ 8:10 pm

 

 หนังที่มาตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่ได้ดู –"

I Know Who Killed Me
I Know Who Killed Me
สัญชาติ

อเมริกัน

ประเภท

ระทึกขวัญ

กำกับการแสดง

คริส ไซเวิร์ทตัน (The best of Robbers)

นำแสดง

ลินเซย์ โลแฮน (Freaky Friday, Mean Girls, Herbie Full Loaded, A Prairie Home Companion),
จูเลีย ออร์มอนด์ (Sabrina, The Legend of the Fall),
นีล แม็คโดนัฟ (Flag of Fathers, The Hitcher),
ไบรอัน เกอร์แรคตี้ (Bobby, Jarhead)

จัดจำหน่าย

มงคลเมเจอร์

 

 ลินเซย์ โลแฮน รับบท ออเบรย์ เฟลมมิ่ง ลูกสาวตระกูลมั่งคั่งในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งที่ถูกฆาตกรต่อเนื่องสุดซาดิสต์ลักพาตัวไป เธอถูกทรมานและหนีออกมาโดยที่แขนขาถูกตัดและเลือดโชกเต็มตัว ต่อมามีคนพบเธอและพาส่งโรงพยาบาล หญิงสาวฟื้นขึ้นมาและปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่ออเบรย์ แต่ชื่อดาโกต้า ซึ่งแม้จะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันราวฝาแฝด แต่บุคลิกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดาโกต้าพยายามบอกทุกคนว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่พวกเขาคิดว่าเป็น และรู้ดีว่าเมื่อเป็นอย่างนี้ ออเบรย์ตัวจริงยังคงตกอยู่ในอันตราย ดาโกต้าจึงพยายามหาทางช่วยออเบรย์ท่ามกลางอันตราย 
  
เกร็ดภาพยนตร์
  
 
• ภาพยนตร์ระทึกขวัญเรื่องแรกในชีวิตของ ลินเซย์ โลแฮน ที่ก่อนหน้านี้แสดงแต่บทวัยรุ่นจอมเฮี้ยวไม่ว่าจะเป็นใน Freaky Friday, Mean Girls และ Herbie Full Loaded
• ใครที่ยังจำผลงานแจ้งเกิดของโลแฮนเรื่อง The Parent Trap ที่เธอแสดงเป็นเด็กแฝดได้ คงตื่นเต้นไม่น้อย เพราะมาคราวนี้เธอโตเป็นสาวเต็มตัว และฉีกภาพสาววัยรุ่นสดใสทิ้ง มารับบทเหยื่อฆาตกรโรคจิตได้ระทึกถึงใจ แถมยังแสดงฉากรักเป็นครั้งแรกด้วย
• นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ลินเซย์ โลแฮนรับบทเป็นตัวละคร 2 ตัว ครั้งแรก เธอรับบทเป็นเด็กแฝดใน The Parent Trap ส่วนครั้งที่สอง เธอควบบทแม่และลูกในคอเมดี้แม่ลูกสลับร่าง Freaky Friday  
   
 
  
 

578iknowwhokilledme06

 
  
ใครบอกว่าหนูฉาวเป็นอย่างเดียว?
ลินด์เซย์ โลฮาน ขอโชว์ฝีมือในหนังสยอง I Know Who Killed Me 
  
   
   คอข่าวซุบซิบคงรู้ดีว่าตอนนี้ ลินด์เซย์ โลฮาน ควงอยู่กับใคร และสิงห์อินเตอร์เน็ทคงสืบได้ไม่ยากว่าอาทิตย์นี้เธอจะไปเที่ยวที่ผับไหน ข่าวส่วนใหญ่เกี่ยวกับสาวน้อยคนนี้หายากที่จะพูดถึงฝีมือการแสดงของเธอ ทั้งๆที่เธอก็ถือว่าเป็นนักแสดงที่มีดี แต่วันนี้ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อลินด์เซย์ โลฮานตัดสินใจโดดรับบทสุดท้าทายในหนังสยองขวัญเชิงจิตวิทยา I Know Who Killed Me

   ที่บอกว่าท้าทายสุดๆก็เพราะงานนี้ลินด์เซย์ โลฮานต้องรับบทเป็นสาวน้อยที่ถูกฆาตกรต่อเนื่องลักพาตัวไปทรมาน แต่เมื่อหนีออกมาได้และลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีที่โรงพยาบาล เธอกลับปฏิเสธว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงที่ทุกคนคิดว่าเป็น หนังดึงประเด็นจิตวิทยาให้เราร่วมค้นหาว่า แท้จริงแล้วหญิงสาวคนนี้ถูกทรมานจนเกิดอาการทางจิตคิดว่าตัวเองเป็นคนอื่น หรือเธอเป็นผู้หญิงอีกคนที่หน้าตาเหมือนกันจริงๆ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็แสดงว่าเหยื่อสาวตัวจริงยังคงตกอยู่ในอันตราย และเธอต้องสืบให้ได้ว่าใครคือฆาตกรใจโหดที่พยายามจะฆ่าเธอ

   หลายคนคงจำได้ว่า ลินด์เซย์ โลฮาน ดังตั้งแต่เด็กจากบทฝาแฝดในหนังน่ารักๆเรื่อง The Parent Trap จากนั้นก็กลายเป็นทีนไอดอลจากหนังวัยรุ่นอย่าง Freaky Friday, Mean Girls และ Herbie Fully Loaded ก่อนจะเปลี่ยนแนวมาแสดงหนังดราม่าคุณภาพใน A Prairie Home Companion และ Bobby แต่ I Know Who Killed Me จะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ลินด์เซย์ โลฮานสลัดภาพสาวใสทิ้งและโชว์ฝีมือเต็มที่ในบทสยองซีเรียส ที่สำคัญนี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอแสดงฉากเลิฟซีนและฉากเต้นระบำเปลื้องผ้าสุดเซ็กซี่ด้วย

   “มันเป็นหนังระทึกขวัญจิตวิทยาที่ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะแสดงได้ นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันตกลงรับบทนี้ ฉันอยากท้าทายตัวเอง อยากทำอะไรที่แตกต่าง ฉันอ่านบทหนังแล้วรู้สึกว่ามันน่ากลัวมาก อารมณ์คล้ายๆ Seven กับ The Silence of the Lambs” ไม่แน่ หนังเรื่องนี้อาจทำให้ลินด์เซย์ขึ้นแท่นเป็นเจ้าแม่หนังหวีดแทนรุ่นพี่อย่าง ซาร่าห์ มิเชลล์ เกลล่า 

  http://s10.histats.com/6.swf 

 

ประโยคฮิต…..ของการ์ตูนในดวงใจ พฤศจิกายน 25, 2007

Filed under: ความบันเทิง — Korkai @ 4:14 am

 

  http://s10.histats.com/6.swf

โดราเอม่อน

โดราเอม่อน:ตอน xxxxx(ชื่อของวิเศษ)
โดราเอม่อน:นายเอาของคนอื่นไปเล่น โดยไม่ได้รับอนุญาตอีกแล้วเหรอ
โนบิตะ ตอนโดนไล่อัด+ถูกด่า:โดราเอม่อนนนนน!!!!!!
ชิซึกะ ตอนมีคนแอบดูตอนแก้ผ้า:คนบ้า คนผีทะเล
ซูเนโอะ:พวกนายคงไม่มีของแบบนี้หรอก
ซูเนโอะ:ฉันไม่อยากให้โนบิตะ ไปเที่ยวกับฉันด้วย
ไจแอนท์:ทีมเรายังขาดอีกคน นายต้องเล่นด้วย โนบิตะ
ไจแอนท์:โนบีตะ นี่นายกล้าหือกะชั้นแล้วเหรอ
แม่ของโนบิตะ:โนบีตะ! ไปทำการบ้านเดี๋ยวนี้!
คุณครูของโนบิตะ:โนบิตะ เธอได้0คะแนนอีกแล้วนะ

คุโรมาตี้

คามิยามะ:กราบเท้าคุณแม่
ฮายาชิดะ:ขอเปลี่ยนเรื่องหน่อยนะ
มาเอดะ:ฉันว่า มันไม่ใช่ประเด็นนะ
เมก้าซาวะ ชินอิจิ :ฉันเป็นเด็กม.ปลายจริงๆนะ
เมก้าซาวะ เบต้า :เมการัตต้า
กอริลล่า:เจี๊ยก คร่อก
ปูทัน:xxxxxxxxxx ปู
ไอโอดีนแมน:อย่ามาปล่อยมุขฝืดๆนะเฟ้ย
ลูกกระจ๊อกของโฮกุโตะ:ฟังให้ดีนะ ฉันชื่อ…….

โคนัน , คินดะอิจิ,
และนักสืบคนอื่นๆ


โคนัน หรือ ชินอิจิ
:ความจริงมีเพียง1เดียว
คินดะอิจิ :ขอใช้ชื่อเสียงของคุณปู่เป็นเดิมพัน
คินดะอิจิ :ปริศนาทุกอย่างไขกระจ่างแล้ว
นักสืบ:นี่เป็นการฆาตกรรมในห้องปิดตาย
นักสืบ:ฆาตกรอยู่ในกลุ่มของเราเนี่ยแหละ
นักสืบ:ฆาตกรคือxxxxxxxxx คุณนั่นแหละ

เครยอน ชินจัง

ชินจัง:พี่ฉาว ชอบกินพริกหยวกไหมครับ
ชินจัง:ช้างน้อยๆ
ชินจัง:มนุษย์ต่างดาวนู้ดครึ่งก้น
ชินจัง:กลับมาแล้วเหรอ
มิซาเอะ ตอนโมโห:ชินโน๊สุเกะ!!!!!!!
ฮิโรชิ :ม….มิซาเอะ จ๋า
เนเน่จัง เมื่อคุณแม่ของเธอสติแตก:ฮือๆ ไม่ใช่ แม่ของเนเน่
หน้ากากแอ็คชั่น:ว่ะฮะฮะฮะ
หน้ากากแอ็คชั่น:แอ็คชั่น บีม!!!!!

สแลมดังก์

ซากุรางิ :ฉันคืออัจฉริยะ ซากุรางิ
รุคาว่า:ไอ้โง่ ไอ้บ้า
ฮิโคอิจิ :ต้องเช็คให้ละเอียด

จอมโหดกระทะเหล็ก

อากิยามะ จาง:อาหารคือการดวล
โกบังโจ คิริโกะ:อาหารคือจิตใจ
เซเรนุ ยัง:อาหารคือความไม่สิ้นสุด
โค รันเซ:อาหารคือการคาดเดาล่วงหน้า
โอทานิ :ฉันจะดูถูกลิ้นเทวดาไม่ได้

การ์ด แคปเตอร์ ซากุระ

ซากุระ:ไม่เป็นไร
ซากุระ:รีลีส!!!!
โทยะ ตอนแซวซากุระ:ยัย สัตว์ประหลาด
โทโมโยะ:ซากุระ น่ารักจังเลย

วันพีซ

ลูฟี่ :ยาง ยืดดดดดดดๆๆๆ ตึ๋งหนืดดดดดๆๆๆๆ
ลูฟี่ :ฉันจะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด
ลูฟี่ :อยากกินเนื้อ!!!!!!!!
โซโล:ฉันจะต้องแข็งแกร่ง
โซโล:ฉันจะต้องเป็นนักดาบอันดับ1
นามิ:สมบัติ!!!!!!!!
นามิ :ลูฟี่!!!!!บ้า!!!!!!!!!
อุซป:ฉันคือรองกัปตัน
อุซป :ฉันคือกัปตันอุซป!!!!!!
อุซปตอนพูดกับช็อปเปอร์ที่กำลังตกใจ:ก็แกเป็นหมอไม่ใช่เรอะ
ชอปเปอร์:ม…ม…หมออยู่หนายยย
ซันจิ:คุณ นามิ!!!!!!!
ตัวร้ายคนอื่นๆ ตอนปะกับลูฟี่:นี่คือพลังของผลไม้ปีศาจหรือนี่

โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ

 

โจทาโร่:ว๊าก ว๊ากๆๆๆๆๆๆ……
โจทาโร่:ให้มันได้ยังนี้สิ
โจลูโน่ โจบลาน่า:เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ๆๆๆๆๆ…..

ดร.สลัมป์ กับ หนูน้อยอาราเล่

อาราเล่:โอะ โยะ โหยว
อาราเล่:หวัดดีจ้า!!!!!
กั๊ตจัง:กุปี้ๆ
ซุปเปอร์แมน:อมบ๊วยเค็ม แล้วเป็นซุปเปอร์แมน จู๋!!!!!!!!

ไซยูกิ

 

ซันโซ:ตายซะเถอะ!!!!
โกคู:ไอ้กัปปะลามก!!!!
โกโจ:ไอ้ลิงโง่!!!!!
ฮัคไค:วันนี้สนุกครึกครื้นอีกแล้วนะครับ

โปเกม่อน

ซาโตชิ และเทรนเนอร์คนอื่นๆในโปเกม่อน :XXXX(ชื่อ โปเกม่อน) ชั้นเลือกนาย!!!
แก๊งร็อคเก็ต:ถ้าถามว่าเราคือใคร… เราก็พร้อมที่จะแถลงไข…ผู้เผยความชั่ว สรรจธรรมและความดี…ตัวโกงผู้แสนน่ารักและทรงสเน่ห์ …"
"มุซาชิ…" "โคจิโร่…" "ไวท์ฮอล… พรุ่งนี้ที่แสนสดใสรอเราอยู่…"
"ส่วนชั้นก็เนียซไง…"
แก๊งร็อคเก็ต พูดตอนแพ้:ลางไม่ดีอีกแล้ว!!!!!
ปิกาจู :ปิกา ปิกา จูววววว

ตัวการ์ตูนฝรั่ง

Scooby Doo:scooby scooby dooooooo
Tweety:ชั้นว่าชั้นเห็นเจ้าแมวเหมียวนะ
Road Runner:beep beep
Speedy Gonzalez: yeeha yeeha an alez an alez(จำไม่ได้ว่าพูดอย่างไง คิดว่าประมาณนี้แหละ)
Bugs Bunny:whats up doc?
Heman:ด้วยอำนาจแห่งเกรธสกัล ฉัน–มี–พลัง!
เฟรด ฟลิ้นสโตน:yeah dabba dabba doo
ตระกูลbarbapapa:คลิก กะ ดิก คลิ๊ก บาร์บ้า คลิ๊ก
Popeye:Popeye the sailorman ปู๊นๆ

บ้านพักอลเวง
(Love
Hina)


นารุ
:ไอ้กัปปะลามก!!!!
เคทาโร่:ชั้น…….ขอโทษ!!!!!……อ้ากก!!!!!!!!
ซู :………กินได้หรือเปล่า?
ชิโนบุ :รุ่นพี่ค่ะ!!!!!!

อื่นๆ

โอนิสึกะ(จีทีโอ):ผม โอนิสึกะ เอคิจิ อายุ22ปี ยังโสดครับ
โอนิสึกะ(จีทีโอ):ในฐานะอาจารย์คนหนึ่ง
ดิจิม่อน: XXXXม่อน เปลี่ยนร่างเป็น XXXXม่อน
             XXXXม่อน เปลี่ยนร่างขั้นสุดยอดเป็น XXXXม่อน
ฮิคารุ เซียนโกะ:มุ่งสู่ หัตถ์เทวะ 
ยูกิ(เกมส์กล อัจฉริยะ):ดวล!!!!
เซเลอร์มูน:ลำแสงแห่งจันทรา จงแสดงฤทธา ณ บัดนี้
เคนชิโร่(หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ):ต้าๆๆๆๆๆๆๆ
เคนชิโร่(หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ) :เจ้าน่ะ ตายไปแล้ว
อีกา(นินจาฮาโตริ):ในเวลาต่อมา
นินจาฮาโตริ:วิชานินจาXXXX
นินจาฮาโตริ:ขอรับกระผม นิน นิน นิน
แม่มดน้อยโดเรมี:โอม มะลึก กึ๊กกึ๋ย โอม มะลุก กุ๊กกู่โอม มะลิก กิ๊กกี๋ โอม มะล้อก ก๊อกแก๊ก……..
อิคคิวซัง:ใช้หมอง นั่งสมาธิ
อิคคิวซัง:จะรีบไปไหน จะรีบไปไหน พักเดี๋ยวหนึ่งสิครับ

เหล่าบรอนเซนต์(เซนต์ เซย่า):เซย่า ฝากดูแลอาเธน่าด้วย
ชุน(เซนต์ เซย่า):พี่คร้าบบบบบบ!!!!!!!!
ซาเอบะ เรียว(ซิตี้ ฮันเตอร์):ขอแอ้ม
คินนิกุแมน:ข้าวหน้าเนื้อเจ้าเก่า300ปี อะโช๊ะ!!!!!
จาบาว็อค, ไนท์ , ไวท์แรบบิท(อาร์มส์):อยากได้พลังมั้ย……ข้าจะให้เจ้า
พีส เคนทาโร่(ต๊องแน่ฯ):ผลิตภัณฑ์พิเศษร้านพีส XXXXX(ชื่อสิ่งประดิษฐ์)
เบย์เบลด:1 2 3 Gooooooooo(อ่านโกนะ)……SHOOTTTTTTTTT
เบย์เบลด :สัตว์แห่งเทพ!!!
เบย์เบลด:ไปเลย XXXX(ชื่อสัตว์แห่งเทพ)
โคยะ(ครัชเกียร์):ไปเลย!!! การูด้า อีเกิ้ล!!!!!!!
อิตโต้:ชว้าทส์!!!!!!!!!
เคียว นัยน์ตายักษ์(Samurai Deeper Kyo):เจ้าได้ยินเสียงของสายลมมั๊ย!!!!!
ฮิรุมะ(อายชิลด์21 ):เคี๊ยกๆๆๆๆ YaHaa!!!!
มอนตะ(อายชิลด์21):อุตสาหะ Max!!!!

 

 
 

คินดะอิจิ vs โคนัน … ใครไม่รู้จัก 2 คนนี้โคตเชยว่ะค่ะ

Filed under: ความบันเทิง — Korkai @ 4:04 am

เทียบฟอร์มการ์ตูนนักสืบยอดนิยม : คินดะอิจิ vs โคนัน

จากไร้สารานุกรม – อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป๊กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

(บทความนี้เป็นคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น )
หากจะกล่าวถึงการ์ตูนแนวสืบสวน สอบสวน ที่นักอ่านการ์ตูนในบ้านเรามักนึกถึง และ ได้รับความนิยมมาก ก็คงจะหนีไม่พ้นการ์ตูนสองเรื่องนี้อย่าง คินดะอิจิ กับ คดีฆาตกรรมปริศนา และ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน และทั้งสองเรื่องก็ออกตีพิมพ์ออกมาไล่เลี่ยกัน และก็ครองใจความนิยมของคนอ่านในบ้านเราทั้งสองเรื่อง และ เนื่องจากการที่การ์ตูนทั้งสองเรื่องนั้นได้รับความนิยมมาก ก็เลยทำให้มีแฟนๆการ์ตูนนิยมนำทั้งสองเรื่องนี้ไปเปรียบเทียบกันว่า เรื่องไหนเจ๋งกว่ากัน หรือ ระหว่างตัวเอกทั้งสองเรื่องอย่าง คินดะอิจิ ฮาจิเมะ หรือ เอโดงาวะ โคนัน ใครเก่งกว่ากัน และก็คงเป็นคำถามที่ยังเป็นที่ถกเถียงกันไม่รู้จบ เพราะ สาวกของการ์ตูนแต่เรื่องต่างก็บอกว่าเรื่องที่ตนชอบดีที่สุด ซึ่งมันก็ไม่แปลกอะไร เพราะ มันแล้วแต่รสนิยมและความคิดของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน คือ ใครที่ชอบคดีซับซ้อนซ่อนเงื่อน ก็จะเชียร์คินดะอิจิ ใครที่ชอบพระเอกเท่ห์ๆหล่อๆ ก็จะเชียร์โคนัน เป็นต้น

โดยบทความนี้ก็ออกจะเป็นการเทียบฟอร์มของการ์ตูนทั้งสองเรื่อง ว่าใครเด่นกว่าใคร ซึ่งเราจะเปรียบเทียบทั้งส่วนของเนื้อเรื่อง ตัวละคร จากทั้งสองเรื่องโดยให้เห็นถึงจุดเด่นและจุดด้อยที่มีอยู่ ก็เอาเป็นว่า สาวกคินดะอิจิ หรือ สาวกโคนัน ถ้าอ่านบทความนี้เข้า ก็อ่านเอาสนุกๆนะครับ อย่าคิดอะไรมาก

เนื้อเรื่อง

โคนันนั้นจะมีการวางพล็อตให้น่าติดตาม ด้วยการเกริ่นนำให้ คุโด้ ชินอิจิ นั้นถูกกลุ่มชายชุดดำจับกรอกยาให้กลายเป็นเด็ก และใช้ชื่อว่า เอโดงาวะ โคนัน และต้องมาอยู่กับโมริ โคโกโร่ เพื่อตามหาชายชุดดำที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนั้น ในระหว่างที่ตามหาชายชุดดำ โคนันก็จะคอยคลี่คลายคดีต่างๆที่เขาได้พบ ส่วนคินดะอิจินั้น ก็จะคลี่คลายคดีที่ซับซ้อนต่างๆไปเรื่อยๆ แต่ในปัจจุบัน ทั้งสองเรื่องอาจขาดเสน่ห์ในแง่ของการใช้ทริกการฆาตกรรมที่ซ้ำซาก โดยเฉพาะ "ห้องปิดตาย" แต่ในแง่ของความติดตามนั้น คินดะอิจิดูจะน่าติดตามไปได้เรื่อยๆมากว่า ถึงโคนันจะเพิ่มความน่าติดตามตรงการตามหาชายชุดดำ นอกจากจะลุ้นการไขปริศนาในคดีต่างๆ แต่กลายเป็นว่ามันกลับกลายเป็นจุดบอด เพราะการที่ผู้แต่งพยายามที่จะยืดเรื่องออกไปด้วยการเพิ่มคดีที่ไม่ซับซ้อนมากเกินไป ก็ทำให้ความน่าติดตามน้อยลง บางคนก็เลยรู้สึกเบื่อ จนเลิกอ่านโคนันเลยก็มี จนน่าสงสัยว่า ตกลงจะไม่ให้โคนันกลับร่างเดิมเลยหรือไง?แต่ก็เอาเถอะ โคนันเขาคงจะดำเนินเรื่องแบบไม่มีวันจบ แบบเดียวกับโดราเอม่อนเลยก็ได้มั้ง แถมคินดะอิจินั้นดูเน้นไปที่โลกแห่งความจริง ไม่โอเวอร์จนเกินไป แถมแต่ละคดีของคินดะอิจินั้นก็น่าตื่นเต้น น่าติดตาม แถมมีอารมณ์ร่วมได้มากกว่า(อันนี้แล้วแต่คนอ่านนะ) ส่วนโคนันนั้น ออกจะเหนือโลกซักนิด เพราะ สิ่งประดิษฐ์ของดร.อากาสะ ที่ช่วยให้โคนันจับคนร้ายได้ง่ายขึ้น พูดง่ายๆก็คือ โคนันนั้น จะเน้นกลุ่มคนอ่านไปที่เด็กๆ(จริงๆก็ทุกวัยนะแหละ) ส่วนคินดะอิจิดูจะเน้นกลุ่มวัยรุ่น หรือ ผู้ใหญ่มากกว่า

ทริกการฆาตกรรม

ทริกการฆาตกรรมของคินดะอิจินั้น ก็ออกจะเน้นไปทางจิตวิทยา คือการใช้หลักการทางจิตวิทยาที่สามารถก่อคดีฆาตกรรมที่ดูจะเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ ก็เพราะความฉลาดของฆาตกรที่ใช้หลักทางจิตวิทยา ก็ทำให้คินดะอิจิไขคดีไปอย่างยากลำบาก แต่อย่างน้อยก็ทำให้ได้ลุ้นบ้างว่า เรามอง ข้ามอะไรไปบ้าง ที่มันทำให้การอ้างพยานหลักฐานของคนร้ายนั้นสมบูรณ์ รวมไปถึงการฆาตกรรมในแต่ละคดี ก็ล้วนซับซ้อนแถมไม่เวอร์จนเกินไป ส่วนโคนันนั้น ทริกของการฆาตกรรมนั้นก็แล้วแต่คดี คือจะมีทั้งซับซ้อนบ้าง ไม่ซับซ้อนบ้าง แถมอิงกับหลักการทางฟิสิกส์เยอะพอควร แถมเป็น ประเภทแบบว่า ถ้าคำนวณผิดแม้แต่นิดเดียว แผนการฆาตกรรมจะพังทันที ดูแล้วทริกการฆาตกรรมของคนร้ายในโคนันนั้นค่อนข้างจะเกินจริง แต่ก็เอาเถอะ เพราะอย่างน้อยทริกการฆาตกรรมของทั้งสองเรื่องนั้น ก็ทำให้คนอ่านอย่างเราๆคิดกันแทบหัวแตกกันแล้วล่ะ

เทียบฟอร์มระหว่างตัวละครทั้งสองเรื่อง

-ศึกระหว่างพระเอกกับพระเอก:คินดะอิจิ ฮาจิเมะ vs คุโด้ ชินอิจิ/เอโดงาวะ โดนัน ศึกระหว่างเจ้าของวลี "ขอใช้ชื่อคุณปู่เป็นเดิมพัน" กับ "ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว" ถ้าเทียบกันตามฟอร์มแล้ว ชินอิจิจะเหนือกว่า ทั้งรูปร่างหน้าตา และ ความรอบรู้ในด้านต่างๆสารพัดเรื่อง (ยกเว้นเรื่องดนตรี) แถมขับรถ ขับเรือ ยิงปืน ฯลฯ ได้ด้วย แต่คินดะอิจิก็รอบรู้เรื่องราวรอบๆตัวมากเหมือนกัน ถึงแม้ผลการเรียนของเขาจะไม่เอาอ่าวสักเท่าไหร่ หากจะให้เลือกว่าจะคบกับใครเป็นเพื่อน ก็ขอตอบว่าเป็น คินดะอิจิ เพราะ บุคลิกของเขานั้นเหมือนกับคนปกติทั่วๆไปคือ เป็นยอดนักสืบอัจฉริยะในคราบของหนุ่มสุดบ๊องส์ บ้าๆบอๆ ที่ดูผิวเผินเป็นคนไม่ฉลาด แต่ก็เป็นที่พึ่งในยามยากของใครหลายคน ส่วนชินอิจิ หรือ โคนันนั้น เก๊กและดูอวดดีไปหน่อยจนบางคนเขาหมั่นไส้ แต่หลายคนบอกว่า ไม่เลือกคบสองคนนี้เป็นเพื่อน เพราะ อยู่ใกล้สองคนนี้ทีไร ศพคนตายลอยมาทุกที (ฮา)

อ่านทั้งหมดได้ที่นี่ คลิ๊กเบาๆ

 

A Nightmare On Elm Street 5: The Dream Child (1989) เลี้ยงให้โตเพื่อไม่ให้ตาย (นิ้วเขมือบ 5) พฤศจิกายน 12, 2007

Filed under: ความบันเทิง — Korkai @ 9:46 am

A5270928-0แนวหนัง สยองขวัญล้วนครับ

หนังเฟรดดี้ภาคตั้งแต่ 3 มานี่ต่อกันตลอดครับ เช่นกัน ภาค 5 นี้ก็อิงเรื่องต่อเนื่องมาจากภาค 4 หลังจาก อลิซ จอห์นสัน (Lisa Wilcox) สามารถหยุดเฟรดดี้ลงไปได้แล้ว เธอก็เรียนต่อจนจบครับ ได้เป็นแฟนกับ แดน (Danny Hassel) สมใจ แต่แล้วอลิซเริ่มฝันร้ายอีกครั้ง (เอาแล้วไงครับ ลางไม่ดีแล้วนั่น ) และความฝันนั้นยังนำอันตรายถึงชีวิตมาสู่เพื่อนๆ ของเธออีกด้วย ไม่ว่าจะ มาร์ค (Joe Seely), เกรต้า (Erika Anderson) หรืออีวาน (Kelly Jo Minter) ก่อนที่เรื่องทั้งหมดจะเฉลยว่า เฟรดดี้ ครูเกอร์ (Robert Englund) อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดครับ และมันต้องการกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง … โดยใช้ครรภ์ของอลิซ!

อืมม์ … เหตุผลพักไว้ก่อนครับ ส่วนไอเดียที่ว่าเฟรดดี้จะกลับมาเกิดใหม่ก็พอเข้าใจอยู่ครับ ก็ไม่เลว บทนั้นเขียนโดย John Skipp, Craig Spector และ Leslie Bohem เขียนมาครึ่งนึงครับ แล้วก็ได้ William Wisher Jr. กับ David J. Schow มาช่วยกันเขียนขึ้นอีกครึ่ง และก็โดน Michael De Luca จับสองส่วนมากผสมรวมกัน (ซับซ้อนเหลือเกินนะเนี่ย)

ตอนแรกผมก็ทำใจครับว่าหนังมันคงแฟนตาซีเหมือนเดิมๆ ฮาเหมือนเดิมๆ พี่เรฟดดี้ก็ขี้เล่นไป แต่ไปๆ มาๆ ภาคนี้กลับมาสยองอีกครั้งครับ มีความตื่นเต้นน่ากลัวมากกว่าตอนก่อนๆ ความขี้เล่นและมุขฮาแทบจะไม่มีเลยครับ เน้นสยองกันมากกว่า ได้ข่าวว่าฉากการตายแต่ละอันนี่มันจะสยองกว่านี้มากจนติดเรท X เลยครับ (โหดจัดๆ นั่นเอง เด็ฏอายุต่ำกว่า 17 ดูไมได้เด็ดขาด) เช่น หัวโดนตัดจะๆ เป็นต้น แต่ทาง New Line ก็กลัวเสียกลุ่มคนดูวัยรุ่นไปครับ เลยยอมลดฉากโหดเหลือแค่ R พอ แต่ถึงกระนั้นบรรยากาศความโหดก็ยังมากอยู่ครับผม

ผมชอบนะ ชอบกว่าตอนก่อน แม้ใครๆ จะไม่ค่อยชอบตอนนี้ก็ตาม แต่ผมว่ามันกลับมาสยองอ้ะ ตอนก่อนมันแฟนตาซีเกินไปจนหนังค่อนข้างหลุด มาภาคนี้กลับมาโหดก็ดีแล้วน่ะ (แต่ดูท่าคนจะชอบแนวแฟนตาซีโหดแบบอาๆ ล่ะมั้งครับ)

กับภาคนี้ได้ Stephen Hopkins มากำกับ ก็ทำหน้าที่ได้โอเคครับ หนังของเขาโดยมากก็ออกมาน่าพอใจ อย่าง Predator 2, Judgment Night, Blown Away หรือ The Ghost and the Darkness กับเรื่องนี้แม้จะไม่สนุกเท่าพวกนั้น แตก่ออกมาดีครับ ดูเหมือนเขาจะเป็นผู้กำกับที่ให้ความสำคัญกับฉากแบบศิลป์เอามากๆ เลย อย่างฉากอาคารโรงพยาบาลที่ดูเหมือนปราสาทเก่าๆ หรือเหตุการณ์ตรงบันไดที่กลับหัวกลับหางกันนั้นก็ให้อารมณ์ดีไม่น้อย

ดูไปรู้สึกว่าอลิซเป็นคนมีกรรมพิกลครับ เพราะเวลาต้องตีกับเฟรดดี้ทีไร เธอต้องลุยเดี่ยวทุกที แล้วยังเจอตั้งสองรอบด้วย ซวยแท้ๆ ครับ อีกอย่างเธอไม่ได้เป็นเด็กถนนเอลม์สักหน่อยนี่หว่า ทำไมต้องมาซวยซ้ำซ้อนแบบนี้ด้วยล่ะเนี่ย

สรุปว่าภาคนี้ คนที่ชอบเฮียเฟรดดี้เวอร์ชั่นสยองๆ ไม่ได้ขี้เล่นมาก ก็น่าจะชอบครับ

ผมก็ชอบเพราะภาคนี้มันสยองกำลังดี

สองดาวกว่าๆ บวกๆ คับ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=10000tip&group=11&month=04-2006&date=05&gblog=541

     http://s10.histats.com/6.swf

 

A Nightmare On Elm Street 4: The Dream Master (1988) นิ้วเขมือบ 4

Filed under: ความบันเทิง — Korkai @ 9:42 am

A5270928-0แนวหนัง สยองขวัญ แอ๊คชั่น

ภาคนี้เป็นหนังนิ้วเขมือบตอนที่ทำเงินสูงสุดนะครับผม แต่จะเป็นไงบ้าง ต้องมาว่ากันอีกที

ในภาคก่อน เหล่าวัยรุ่นที่ประกอบไปด้วย คริสเตน (Tuesday Knight), โจอี้ (Rodney Eastman) และ คินเคด (Ken Sagoes) สามารถสยบเฟรดดี้ ครูเกอร์ (Robert Englund) ลงได้ พวกเขาก็ใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขครับ ได้เรียนทีใหม่ ได้ทำงานที่ใหม่ ชีวิตดูจะไปได้สวย ครินเตนเองก็ได้พบกับเพื่อนซี้อย่างอลิซ จอห์นสัน(Lisa Wilcox) สาวน้อยน่ารักอีกราย ทุกอย่างคงจะดีถ้าหากว่า … เฟรดดี้มันไม่กลับมาอีกครั้ง

ใช่ครับ มันไม่ยอมตาย มันฟื้นมาอีกครั้งเพื่อสังหารลูกหลานของเหล่าผู้ปกครองบทถนนเอลม์ที่เผาเขาทั้งเป็นให้หมดสิ้น และมันก็ไม่หยุดแค่นั้นเพราะมันคิดจะใช้ความฝันของอลิซเป็นตัวช่วยดึงเพื่อนๆ ของเธอให้มาเป็นเหยื่อของมัน มันจะได้ฆ่าไปเรื่อยๆ แบบไม่จำกัด … แล้วอะไรจะหยุดมันได้ล่ะคราวนี้

เขามาอีกแล้วครับ เฟรดดี้เจ้าเก่า ซึ่งผมพูดตรงๆ นะครับ การคินชีพของพี่แกแมร่งหน้าด้านสุด  จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาเฉย เหมือนบทจะฟื้นตูก็จะฟื้นน่ะ ใครจะทำไมฟะ

แต่พอลองมาคิดดูอีกที ก็พอเข้าใจครับว่าการที่เขาฟื้นขึ้นมาเพราะ ยังตายตาไม่หลับ ก็ในเมื่อเขายังฆ่าพวกเด็กๆ บนถนนเอลม์ไม่หมดนี่ครับ ก็เลยต้องฟื้นมาล้างแค้นในหมดสิ้นไป (น้ำขุ่นๆ นะพี่นะ )

ถ้าไม่นับการฟื้นแบบหน้าด้านแล้ว เนื้อหาก็เรื่อยๆ ครับ มีสยองและตื่นเต้นเป็นพักๆ ช่วงแรกหนังถือว่าสนุกมากครับ มีการแนะนำตัวละครและทิ้งปม มีการสังหารตัวละครหลายตัวแบบชวนอึ้งทั้งนั้นเลย แล้วเรื่องทุกอย่างก็บีบมาที่อลิซ มากขึ้น เธอตัวคนเดียวมากขึ้นเรื่อยๆ แต่พอถึงช่วงกลางๆ หนังก็ไม่ค่อยไปไหนแล้วครับ อืดอยู่พักหนึ่งกว่าจะตีกับเฟรดดี้ในตอนท้าย และการกำจัดเฟรดดี้ในภาคนี้ก็ง่ายดายเกินคาด แม้จะมีฉากแอ๊คชั่นก็เหอะ (ตัวเอกเล่นกังฟูโซ้ยกับเฟรดดี้ครับ ระดับไหนแล้วนี่)

ผู้กำกับ Renny Harlin ก็ทำหนังในระดับเรื่อยๆ ครับ ช่วงแรกดี แต่ตอนหลังมาแผ่วไปหน่อยครับ น่าเสียดายเพระถ้าทำได้ดีตลอดตั้งแต่ต้นจนจบหนังคงดีในระดับรองๆ ภาคแรกเลยล่ะครับ

ผมรู้สึกว่าหนังชุดนี้ยิ่งมากตอนก็ยิ่งเล่นแต่ Effect จนลืมความสยองไปหมดเลยนะครับ ก็น่าเสียดายเหมือนกัน ก็ทำใจนิดหนึ่งครับ ภาคนี้สยองแบบแอ๊คชั่นครับ มีบู๊กับเฟรดดี้ด้วยและมันก็เริ่มฮามากขึ้นอีกต่างหาก พี่เฟรดดี้นี่ชักจะเล่นมุขเก่งแล้วครับ (แต่ยังโหดเหมือนเดิม)

สองดาวกว่าๆ ครับ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=10000tip&group=11&month=04-2006&date=05&gblog=540

 

 

 

     http://s10.histats.com/6.swf