A Quiet Word

ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์

อันโตนิโอ กรัมชี (Antonio Gramsci) นักมาร์กซิสต์ชาวอิตาเลียนผู้มีชื่อเสียง มีนาคม 8, 2008

Filed under: ชีวประวัติ บุคคล — Korkai @ 2:51 pm
 
ชีวประวัติโดยสังเขปของกรัมชีในที่นี้เป็นการเรียบเรียงจากงานชิ้นต่างๆ ซึ่งสามารถจำแนกช่วงชีวิตที่สำคัญของกรัมชีได้เป็น ช่วงแรกคือ ช่วงแรกของชีวิตที่ซาร์ดิเนีย ช่วงของการศึกษาต่อที่และเริ่มมีบทบาทในการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ตูริน ถัดจากนั้นจึงเป็นช่วงสมัยของการปกครองแบบฟาสซิสต์ และช่วงเวลาสำคัญอีกช่วงก่อนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตของกรัมชี นั่นคือ ช่วงชีวิตในคุก

ซาร์ดิเนีย (Sardinia) 1891-1911
อันโตนิโอ กรัมชี นักมาร์กซิสต์ชาวอิตาเลียนผู้มีชื่อเสียง เกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม 1891 ที่เมือง Ales เกาะซาร์ดิเนีย ซึ่งเป็นพื้นที่ยากจน และประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม. พ่อของอันโตนิโอ กรัมชี หาเลี้ยงครอบครัวด้วยการทำงานเป็นเสมียนให้กับรัฐบาล และต่อมาต้องถูกจับในข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง ส่งผลให้แม่ของอันโตนิโอ ต้องประสบปัญหาอย่างมากในการเลี้ยงดูอันโตนิโอ และพี่น้องรวมอีก 6 คน โดยการหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นช่างตัดผ้า

ในวัยเด็กขณะที่เขามีวัยเพียง 4 ปี เขาได้พลัดตกจากอ้อมแขนของพี่เลี้ยง อุบัติเหตุในครั้งนั้นส่งผลส่งผลเสียต่อกระดูกสันหลังของเขา ซึ่งส่งผลให้เขาต้องกลายเป็นคนหลังค่อม และมีปัญหาทางสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรงนับแต่นั้นเป็นต้นมา. กรัมชีเป็นเด็กที่เรียนได้ดี แต่เนื่องจากสถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวที่มีข้อจำกัดทำให้ครอบครัว ไม่สามารถส่งเขาให้เรียนต่อถึงระดับมหาวิทยาลัยได้ ดังนั้นหากเขาต้องการเข้าเรียนต่อในระดับสูงเขาจะต้องสอบชิงทุนการศึกษาให้ได้ ซึ่งเขาก็สามารถทำได้สำเร็จเมื่อสามารถสอบชิงทุนทั่วประเทศได้ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยตูริน ณ เมืองตูริน เมืองที่มีความเจริญทางอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก ที่ต่างไปจากซาร์ดิเนียแหล่งกำเนิดของเขา

ตูริน (Turin) 1911-1920
กรัมชีเริ่มศึกษาที่มหาวิทยาลัยตูรินในปี 1911 และได้ศึกษาทางด้านภาษาศาสตร์ (Linguistics) แต่ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ทำให้กรัมชีไม่สำเร็จการศึกษาดังที่ได้ตั้งใจไว้. ต่อมาในปี 1913 กรัมชีได้เข้าร่วมกับพรรคสังคมนิยมอิตาลี (Italian Socialist Party หรือ PSI) (*) และได้เริ่มมีบทบาทในการเริ่มงานเขียนให้กับหนังสือพิมพ์ของพรรค ตั้งแต่นั้นมา ต่อมาในปี 1916 เขาก็ได้เริ่มทำงานด้วยการยึดอาชีพนักหนังสือพิมพ์ และเขียนให้กับ Il Grido del Popolo และ Avanti!

(*)The Italian Socialist Party (Partito Socialista Italiano, PSI) was a socialist/social democratic political party founded in Genoa in 1892. Once the dominant leftist party in Italy, it was eclipsed in status by the Italian Communist Party following World War II. It dissolved in 1994 as a result of the Tangentopoli scandal, an investigation into political corruption by the Italian government.

The Italian Socialist Party was founded in 1892 by delegates of several workers’ associations. It was part of a wave of new socialist parties at the end of the nineteenth century, and had to endure persecution by the Italian government during its early years. At the start of the twentieth century, however, the PSI chose not to oppose the governments led by five-time prime minister Giovanni Giolitti. This conciliation with the existing governments, and its improving electoral fortunes, helped to establish the PSI as a mainstream Italian political party by the 1920s.

Despite the party’s improving electoral results, however, the PSI remained divided into two major branches, the Reformists and the Maximalists. The Reformists, led by Filippo Turati, were strong mostly in the unions and the parliamentary group. The Maximalists, led by Benito Mussolini, were affiliated with the London Bureau of socialist groups, an international association of left-socialist parties. The schism between these factions made it difficult for the PSI to make decisions with one voice.

In 1912, Mussolini and the Maximalists prevailed at the party convention, and thereafter expelled the Reformists. At the outbreak of World War I, the PSI remained firmly pacifistic in the face of Nationalist violence, unlike other European Socialist Parties, and Mussolini was thrown out. The PSI never accepted Lenin’s ideology of transforming the "imperialist war" into civil war (revolution).

The party’s leadership remained in exile during the Fascist years. After World War II, the party returned to stand in Italy’s first post-war elections in 1946, and obtained 22.6 % of the popular vote.

In 1948, the Socialist Party ran for elections as part of a Popular Front, the Fronte Democratico Popolare, in alliance with the Italian Communist Party, or PCI. However, it lost at the polls, with many of the party’s supporters choosing instead to vote for the PCI. Nonetheless, the PSI continued its alliance with the PCI until 1956, when Soviet repression in Hungary caused a major split between the two parties.

เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในปี 1917 คือ ได้เกิดการปฏิวัติในรัสเซีย โดยพรรคบอลเชวิก ภายใต้การนำของเลนิน ขณะที่ในปีเดียวกันนั้น กรัมชีได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการให้กับ PSI สาขาตูรินด้วย. เหตุการณ์สำคัญนอกจากนี้ที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตที่ตูรินของกรัมชีได้แก่การที่ เบนิโต มุสโสลินี ได้ก่อตั้งพรรค Fasci Italiani di Combattimento (*) ขึ้นที่มิลาน ในปี 1919 และในปีเดียวกันได้มีการจัดการประชุมคอมมิวนิสต์สากล (Comintern) หรือสากลที่สามขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรุงมอสโก

(*)Fasci Italiani di Combattimento : The Fasci Italians are fighting a political movement in Milan founded by Benito Mussolini on March 23, 1919, the future Duce provided for the implementation of a specific "programme San Sepolcro" (the name of the square where it was proclaimed). The first belonging to Fasci is called sansepolcristi, embellished a band giallorossa (the colors of Rome); the squadristi simple instead were recognizable by a red stripe at the wrist black shirt.

The premises of the first headquarters in Milan were made available by Lombard of Industrialists, the haunt was marked by symbols that will become common in iconography fascist: the dagger, the pennant of daring, the skull. The symbol of the Roman Fascist symbol like him and many symbols of the regime refer to those dell’Antica Rome.

The Fasci gathered by Italian citizens accumunati order to stop the Bolshevik activities. Most participants of the first hour interventionists were veterans of the First World War. Much of them had previously militant formations in the left (Socialists, Republicans, trade unionists revolutionaries).

Their main action, especially violent in nature, were aimed at countering the wave of strikes Communists. Devastarono many newspaper offices, homes and party of the people; intervene alongside the private agricultural red during the biennium to deal with the riots organized by the laborers.

สมัยฟาสซิสต์ และพรรคคอมมิวนิสต์อิตาลี (Fascism and the PCI) 1921-1926
ชีวิตในช่วงเวลาต่อมาของกรัมชีเป็นยุคสมัยฟาสซิสต์เรืองอำนาจ โดยที่ในปี 1921 พรรคคอมมิวนิสต์อิตาลี (PCI) ได้ถูกก่อตั้งขึ้นไล่เลี่ยกันกับการเกิดขึ้นของพรรคฟาสซิสต์แห่งชาติ (National Fascist Party). ต่อมาในปี 1922 กรัมชีได้รับเลือกจากคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์อิตาลีให้เป็นตัวแทนไปในการประชุมผู้บริหารคอมมิวนิสต์สากล (สากลที่สาม) หรือComintern ที่มอสโก และที่นั่นทำให้เขาได้พบกับภรรยาของเขาในเวลาต่อมา คือ Julia Schucht ขณะที่ในปีเดียวกันนั้น พรรคฟาสซิสต์ได้ขยายอำนาจยึดกรุงโรม และมุสโสลินีก็ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในปีนี้

หลังจากที่ได้เป็นตัวแทนไปประชุมคอมมิวนิสต์สากลที่กรุงมอสโกในปี 1922 อีกสองปีต่อมาคือในปี 1924 กรัมชีได้เดินทางไปยังกรุงเวียนนาเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยของเขา และในปีนี้เองที่ลูกชายคนแรกของเขา "เดลิโอ" (Delio) ได้ถือกำเนิด ก่อนที่ต่อมาในปี 1925 ภรรยา และลูกได้ย้ายมาอยู่กับกรัมชีที่กรุงโรม

ชีวิตในคุก (Prison) 1926-1937
ช่วงชีวิตที่สำคัญที่สุดของกรัมชีคือช่วงชีวิตของการเป็นนักโทษการเมือง สมัยฟาสซิสต์นี้เอง ทั้งนี้ในปี 1926 กรัมชีและครอบครัวได้อพยพลี้ภัยการเมืองจากการคุกคามของฝ่ายฟาสซิสต์ไปยังชายแดนสวิตเซอร์แลนด์แล้ว แต่กรัมชีได้กลับไปยังกรุงโรมอีกครั้ง เนื่องจากการที่เขามองโลกในแง่ดีเกินไป เพราะเขาเชื่อมั่นว่าเขาจะไม่ถูกจับเนื่องจากเขาได้รับสิทธิคุ้มกันเนื่องจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่กรัมชีก็ถูกจับโดยฝ่ายฟาสซิสต์ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 1926 และถูกส่งไปยังคุกต่างๆ และไม่ได้รับอิสรภาพอีกเลยจนวาระสุดท้ายของชีวิต. ปีเดียวกับที่กรัมชีถูกจับกุมนี้เองลูกชายคนที่สองของเขา "จูเลียโน" (Giuliano) ได้ถือกำเนิด โดยที่กรัมชีจะไม่มีโอกาสได้เจอลูกชายคนที่สองของเขาเลย

ต่อมาในปี 1928 เขาถูกพิพากษาจำคุก 20 ปี 4 เดือน กับอีก 5 วัน กรัมชีใช้ชีวิตในเรือนจำหลายที่จนกระทั่งปี 1933 เขาจึงได้ย้ายออกไปรักษาตัวที่คลินิกเล็กๆ ในเมืองฟอร์เมีย เนื่องจากอาการป่วย และสุขภาพทรุดโทรมอย่างหนัก เขาใช้เวลาช่วงไม่กี่ปีสุดท้ายของชีวิตไปกับการรักษาอาการป่วยที่คลินิกอีกหลายแห่ง จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตเขาได้มาถึงเมื่อวันที่ 27 เมษายน 1937 รวมอายุได้ 47 ปี

 http://s10.histats.com/6.swf  

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s