A Quiet Word

ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์

Bartonella Henselae กุมภาพันธ์ 2, 2008

Filed under: สัตว์เลี้ยง — Korkai @ 5:27 am
 
 [ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอปีที่ 25 ฉบับที่ 1 มกราคม 2544 ]
 
แมวเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดหนึ่งที่นิยมเลี้ยงกันมากในบ้านเรา ผมเลยขอพูดถึง ความเจ็บไข้ได้ป่วยที่เกิดจากเจ้าตัวโปรดของเรากัดหรือข่วนครับ มีโรคชนิดหนึ่งเรียกว่า โรคแมวข่วนไม่ใช่โรคที่ผมตั้งเองนะครับ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Cat-scratch Disease แปลตรงตัวเป๊ะเลยใช่ไหมครับ

เชื้อก่อโรคเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งในตระกูลบาร์โทเนลล่า ชื่อ Bartonella Henselae

เชื้อบาร์โทเนลล่าอาศัยอยู่ในตัวแมวครับ พบมากในแมวหนุ่มหรือแมวสาว

เป็นที่น่าสังเกตว่าพบในแมวตัวผู้มากกว่าตัวเมีย ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ผมไม่ทราบครับ

แมวที่มีเชื้อบาร์โทเนลล่าจะเป็นพาหะหรือแหล่งของเชื้อโดยที่มันไม่เจ็บป่วย

เคยมีการวิจัยในต่างประเทศพบว่า กว่า 80% ของแมวที่ศึกษามีเชื้อนี้อยู่ในตัว

แมวของคุณอาจมีเชื้อนี้ก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงครับ แต่ไม่ต้องพาแมวไปหาสัตวแพทย์ เพื่อรักษาหรอกครับ แมวมันไม่เป็นอะไรครับ

  • โรคแมวข่วน

โรคแมวข่วนเป็นการติดเชื้อบาร์โทเนลล่า ที่มาจากน้ำลายแมวถ่ายทอดมาสู่คน

คุณอาจเป็นโรคแมวข่วนจากการถูกแมวกัด เชื้อจากน้ำลายแมวเข้าสู่ร่างกายคุณทางแผล หรือคุณอาจติดเชื้อจากแมวข่วนก็ได้ ถ้าเล็บแมวมีเชื้อบาร์โทเนลล่าอยู่

คุณยังอาจได้รับเชื้อบาร์โทเนลล่าเข้ามาทางตาของคุณ ถ้าคุณถูหรือขยี้ตาด้วยมือ ที่ไปลูบไล้ขนแมวมาแล้วไม่ได้ล้างมือก่อน

คุณอาจสงสัยว่า จับแมว (ขนแมว) ทำไมมีเชื้อติดมือมา ?

ครับมันเป็นธรรมชาติของแมวที่มันจะเลียขนของมันอยู่เสมอ เชื้อจากน้ำลายมัน จึงถูกถ่ายทอดมายังขนของมัน

เมื่อมือคุณสัมผัสกับขนแมว เชื้อจากขนของมันจึงมีโอกาสติดมือคุณมายังไงล่ะ

ผู้ป่วยที่เป็นโรคแมวข่วนมีไม่น้อยครับที่นึกไม่ออกหรือจำไม่ได้ว่าถูกแมวกัดหรือข่วน

โรคแมวข่วนไม่ร้ายแรงในคนที่สุขภาพแข็งแรง แต่อาจเป็นปัญหาใหญ่ในกรณีที่ผู้นั้น ภูมิต้านทานโรคไม่ดี เช่น เป็นเบาหวาน ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) หรือได้รับยารักษามะเร็งอยู่

  • อาการของโรค

อาการเริ่มจากการเป็นตุ่มหรือตุ่มหนองที่ผิวหนังตรงรอยกัดหรือรอยข่วน

ตุ่มหรือตุ่มหนองนี้ไม่ได้เกิดทันทีหลังถูกกัดหรือข่วน มักเกิด 3-10 วัน ต่อมาครับ

ตุ่มที่เกิดมักหายไปเองโดยไม่เกิดแผลเป็น แต่บางรายก็หายช้า

ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มจากเป็นแผลในปาก คล้ายแผลที่เรียกกันว่า แผลร้อนใน ในบางรายเริ่มจากเป็นตุ่มอักเสบที่เยื่อบุตา จากนั้นก็จะเกิดการอักเสบของต่อมน้ำเหลือง บริเวณใกล้เคียงกับรอยกัดหรือข่วน เช่น ถ้าติดเชื้อจากแผลข่วนบริเวณมือหรือแขน ก็จะทำให้ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ด้านเดียวกันบวมและมีอาการปวด

ต่อมน้ำเหลืองอาจบวมและโตได้มาก เช่น อาจโตกว่า 1 นิ้ว ราว 60% ของผู้ป่วยจะเป็นไข้ อาการอ่อนเพลียพบได้ 30% บางรายก็ปวดศีรษะด้วย

อาการที่พบน้อยได้แก่

  • ม้ามโต พบราว 12%
  • ตาอักเสบ พบราว 5%
  • ผื่นตามตัว พบราว 5%
  • คางบวม พบราว 2%
  • อาการทางสมอง พบราว 1%
  • ข้อและกระดูก พบน้อยกว่า 1%
  • ติดเชื้อเข้ากระแสโลหิต พบน้อยกว่า 1%
อาการทางตา เชื่อว่าเชื้อคงเข้าตาจากการถูกหรือขยี้ตาด้วยมือทีเปื้อนเชื้อบาร์โทเนลล่า ต่อมน้ำเหลืองบริเวณหน้า รูหูจะบวมอักเสบด้วย

บางรายมีการอักเสบของจอรับภาพของตาด้วยและมีการบวมของประสาทตา

อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง (สมอง, ไขสันหลัง) มักเกิดรวดเร็ว และมักจะนำมาด้วยการชัก ปวดศีรษะหรือไม่รู้สึกตัว ยังโชคดีครับที่อาการทางสมอง มักหายอย่างรวดเร็วและไม่มีความพิการหลงเหลือ

การติดเชื้อเข้ากระแสโลหิตจากเชื้อบาร์โทเนลล่า มักเกิดร่วมกับอาการ ของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เชื่อว่าพิษจากแบคทีเรีย หรือภาวะหลอดเลือดอักเสบ ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนทางสมองดังกล่าว

อาการทางหลอดเลือดขนาดเล็กและผิวหนัง จะมีตุ่มหรือผื่นแดงตามผิวหนัง เยื่อบุช่องปาก อวัยวะภายในและจอรับภาพของตา มักเกิดร่วมกับอาการไข้ หนาวสั่น ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดศีรษะและคลื่นไส้ และมักจะมีผลกระทบถึงกระดูก ตับ ม้าม และอวัยวะอื่นๆ ด้วย ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์ การติดเชื้อนี้จะแพร่กระจายได้มาก และอันตรายหากไม่รักษา

  • การวินิจฉัยโรค

ประวัติการถูกแมวกัดหรือข่วนและอาการต่อมน้ำเหลืองอักเสบบวมจะช่วยในการวินิจฉัยมาก

กรณีที่ยังไม่มั่นใจในคำวินิจฉัยแพทย์อาจตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด ตัดต่อมน้ำเหลืองไปตรวจ

  • การรักษา

ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันโรคปกติ และไม่มีโรคแทรกซ้อนจะหายได้เอง โดยไม่ต้องใช้ยารักษา แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะกรณีที่ต่อมน้ำเหลืองยังบวมและปวดอยู่นาน มีไข้นาน หรือมีการติดเชื้อของกระดูก ตับ ม้าม หรืออวัยวะอื่น

กรณีที่ต่อมน้ำเหลืองโตมาก แพทย์อาจใช้เข็มเจาะและดูดเอาของเหลวในต่อมออกให้ต่อมยุบลง เชื้อบาร์โทเนลล่า ไม่ดื้อยาจึงใช้ยาได้หลายชนิด

กรณีติดเชื้อเข้ากระแสโลหิตต้องให้ยานาน 6 สัปดาห์ขึ้นไป เมื่อโรคกลับเป็นซ้ำพบว่า ยังไม่เกิดการดื้อยาของเชื้อ จะหยุดให้ยาเมื่อต่อมน้ำเหลืองยุบลงเหลือขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร และผู้ป่วยหายไข้อย่างน้อย 1 สัปดาห์

โดยทั่วไปจะให้ยาไปจนกว่าผู้ป่วยปลอดจากอาการปวดศีรษะ ปวดท้อง ปวดเมื่อยตามตัว หรืออ่อนเพลีย อย่างน้อย 5-10 วัน

ผู้ป่วยบางรายแม้ให้ยา 2 สัปดาห์ แล้วยังพบว่ากลับเป็นซ้ำอีก 6-13 เดือนถัดมา

  • การป้องกัน

โรคแมวข่วนป้องกันได้ครับ ก็อย่าไปสัมผัสกับแมวหรือให้แมวมากัดหรือข่วนเอา แต่อย่าถึงขนาดกำจัดแมวให้หมดไป ไม่จำเป็นขนาดนั้น

การตัดเล็บแมว ช่วยลดการข่วนลงได้มาก เท่ากับป้องกันการแพร่เชื้อทางหนึ่ง

ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ที่เล่นคลุกคลีหรือสัมผัสขนแมวที่ช่วยป้องกันโรคได้อีกทางหนึ่ง

กำจัดหมัด เห็บ จากตัวแมวก็ช่วยลดการแพร่เชื้อได้มาก

เมื่อถูกแมวกัดหรือข่วนให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและทายาทาแผลที่ใช้กันทั่วไป

  • หากมีอาการดังต่อไปนี้ให้ไปปรึกษาแพทย์
  • แผลกัดหรือข่วนไม่หายในเวลาอันควร
  • รอบๆ รอยกัดหรือข่วนแดงขึ้นและกว้างขึ้น เกิน 2 วัน
  • เป็นไข้อยู่หลายวันหลังถูกแมวกัดหรือข่วน
  • ต่อมน้ำเหลืองบวมและปวดนานกว่า 2-3 สัปดาห์
  • ปวดกระดูกหรือปวดข้อ ปวดท้อง (โดยไม่มีไข้หรืออาเจียน หรือท้องร่วง) หรืออ่อนเพลีย ผิดสังเกตนานกว่า 2 สัปดาห์

(update 14 สิงหาคม 2001)

 
 

 http://s10.histats.com/6.swf  

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s