A Quiet Word

ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์

เรารักบางปะกง ไปสร้างกันที่อื่นเลยไป๊ พฤศจิกายน 21, 2007

Filed under: ไ ม่ ไ ด้ ดั่ ง ใ จ — Korkai @ 12:30 am
        ไม่รู้หล่ะ ใครว่าจะว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเนี่ยะมันได้มาตราฐานอยุ่นะ มันพัฒนาไปถึงไหนๆแล้ว แต่ไม่เชื่อมือคนไทย รัฐบาลไทยว่ะ ขนาดสุวรรณภูมิ เป็นหน้าเป็นตา ของประเทศแล้วมานยังทำซะเละเทะ …         บางปะกงบ้านเราเนี่ยะมีโรงไฟฟ้าพลังแกสธรรมชาติที่มีกำลังผลิตที่มากที่สุดในประเทศไทยอยู่แล้ว..ยังจะเอาถ่านหินมาลงอีก แถมใกล้ๆกันอีก..ไปสร้างที่อื่นเลยไป ทำไมต้องบางปะกงด้วยฟะ..เรื่องประท้วงไม่ยุ่ง ไม่ไป(แม่ไปแทน อิอิ) รู้แต่ว่าขนของมาสร้างเมื่อไร จะไปร่วมเผามัน..กัวที่หนายย

 กลุ่มต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินชุมนุมใหญ่หน้า ก.พลังงาน จี้ล้มโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง

20 พ.ย.- กลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินบางปะกง เคลื่อนขบวนจากจังหวัดฉะเชิงเทราเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรวมตัวชุมนุมใหญ่หน้ากระทรวงพลังงาน ตั้งแต่เวลาประมาณ 8.30 น. ที่ผ่านมา กลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวนมาก ได้เคลื่อนขบวนจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยรถบัส กว่า 20 คัน  เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรวมตัวชุมนุมใหญ่หน้ากระทรวงพลังงาน กดดันให้ยกเลิกโครงการที่ให้เอกชนก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบางปะกง  โดยเรียกร้องให้กระทรวงไม่ให้โครงการนี้ผ่าน EIA หรือ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การนัดชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ นอกจากกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าบางปะกงแล้ว  ยังมีการนัดชุมนุมร่วมกับกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าอื่น ๆ จากหลายจังหวัด ทั้งราชบุรี สระบุรี ระยอง หินกรูด และบ่อนอก ด้วย – สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2550 10:11:20

รายงานข่าวความคืบหน้าต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินบ้านเขาดิน http://www.oknation.net/blog/cool/2007/10/23/entry-2ความคืบหน้าในการต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าของชาวบ้านบางปะกง  นอกจากมีการติดป้ายคัดค้านแล้ว  ยังมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
วันที่   22  ตุลาคม  255   ประชุมหารือร่วมกันระหว่างผู้นำชุมชนและตัวแทนกลุ่มชาวบ้านจากที่ต่าง ๆ
ผลการประชุมสรุปว่าชาวบ้านและผู้นำชุมชนจะเดินหน้าต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบ้านเขาดินต่อไป
โดยผลการประชุมสรุปว่า

1. ให้ผู้นำชุมชนแต่ละแห่งสร้างเครือข่ายของตนเองแบบปิรามิด
2. แบ่งหน้าที่ของแกนนำแต่ละคนอย่างชัดเจน
3. ดึงแนวร่วมกลุ่มต่าง ๆ ให้เพิ่มมากขึ้น
4. ตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการประชุมใหญ่ครั้งต่อไป
5. การชุมนุมต้องรวบรัด ในแต่ละครั้งต้องได้ประสิทธิภาพสูงสุด

วันที่  25  ตุลาคม  2550    เวลา  16.00 น.  จะมีการประชุมใหญ่ของกลุ่มชาวบ้านจากบางปะกง  เขาดิน  ท่าข้าม  ท่าสะอ้าน  ผีขุด  แสมขาว  บ้านเก่าจากพานทอง  บางแสม บางสมัคร  ชุมชนหลังป่า   และอีกหลายตำบลในพื้นที่   ที่มีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า  ถ้ามีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบ้านเขาดิน  จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาชีพ และสุขภาพอนามัยของคนในอำเภอบางปะกง   โดยการประชุมใหญ่จะจัดขึ้น  ณ วัดกลางบางปะกง

แกนนำกลุ่มรักษ์แม่บาง   ให้สัมภาษณ์ว่าจะมีการประชุมแบบสงบและสันติ  จะไม่มีการประท้วง หรือทำให้เกิดความเดือนร้อนแก่สังคมส่วนรวม    การชุมนุมครั้งนี้เป็นเพียงการออกมาแสดงจุดยืนว่า ชาวบ้านบางปะกง ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน (ไม่ว่าจะตั้งที่ใด) แกนนำกลุ่มรักษ์แม่บางเสนอว่าถ้ามีการสร้างโครงการใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาลหรือเอกชน  ที่มีผลกระทบต่อวัฒนธรรม อาชีพ ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และสิ่งแวดล้อม  ควรจะเปิดเผยข้อดี ข้อเสียอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา  เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ  ที่ต้องการความเจริญ  และเม็ดเงินช่วยเหลือต่าง ๆ ของโครงการเหล่านี้    ให้ทำประชาพิจารณ์และเสนอให้โครงการใหญ่ ๆ เหล่านั้นไปพิจารณาสร้างโครงการในชุมชนนั้น ๆ   ที่ยินยอมและเสนอตัวเข้ามา ซึ่งเป็นเพียงแค่ข้อเสนอแนะในแนวความคิดของคน ๆ หนึ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดกรณีแตกแยกทางความคิด ระหว่างชาวบ้านกลุ่มต่าง ๆ กับนายทุน

มหันตภัยปลุกผีโรงไฟฟ้า  สู้ตายเพื่อ บางปะกง
http://www.oknation.net/blog/konrailak/2007/10/28/entry-1ในขณะที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกันอย่างมากกับวิกฤติการณ์ จากสภาวะโลกร้อน และมีการพูดถึงหนทางในการอนุรักษ์พลังงาน แนวทางในการหาพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับชั้นบรรยากาศโลกมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ประเทศที่มีรัฐบาลประกาศตัวต่อเวทีโลกว่าเป็นรัฐบาลพอเพียง มีโครงการปลูกป่าลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ และเที่ยวรณรงค์ให้ประชาชนในประเทศช่วยกันประหยัดพลังงานอย่างประเทศไทย กลับลุกขึ้นมาปลุกผีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลายแห่งพร้อมๆกัน แถมยังใช้เชื้อเพลงที่ล้าหลังอย่าง “ถ่านหิน”เป็นเชื้อเพลิงหลักในแผนพัฒนาพลังงานของประเทศ
เริ่มที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เย็นวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ชาวบางปะกงเรือนหมื่นมาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียงที่วัดกลางบางปะกง ทุกคนที่มาล้วนมีเป้าประสงค์เดียวกัน คือการต่อต้านผู้รุกรานที่มาพร้อมมลพิษตัวร้าย ที่จะทำให้ชีวิตของพวกเขาต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แม้ว่าโครงการนี้จะไม่ใช่โรงไฟฟ้าแห่งแรกในอำเภอบางปะกง แต่เป็นแห่งแรกที่จะใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งแน่นอนว่า ชาวบ้านหวดกลัวถึงมหันตภัยที่พวกเขาสามารถคาดการณ์ได้ไม่ยาก
ทั้งจากสถิติที่พบว่าในยุโรปแทบจะไม่มีการใช้ถ่านหินกันแล้ว ตัวอย่างการคัดค้านอย่างสุดชีวิตที่บ่อนอก-บ้านกรูด จนนำมาซึ่งการสูญเสีย เจริญ วัดอักษร ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และภาพความน่าหวาดกลัวที่เกิดขึ้นแล้วกับชาวแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ทั้งหมดล้วนเป็นตัวอย่างที่ทำให้ชาวบางปะกงคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากการขับไล่ปีศาจร้ายตนนี้ให้ออกไปจากบ้านของพวกเขา
ด้วยความที่วิถีชีวิตของชาวบางปะกงอาศัยทำมาหากินกับแม่น้ำเป็นหลัก ที่ผ่านมาชาวบ้านก็ต้องทนกับรายได้ ที่ลดน้อยลงอยู่แล้วจากโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ ซึ่งแม้จะใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง แต่การหล่อเย็นของโรงไฟฟ้า ก็มีผลทำให้แม่น้ำบางปะกงที่หล่อเลี้ยงชีวิตพวกเขามาช้านานมีอุณหภูมิสูงขึ้น มันหมายถึงการหายไปอย่างมากของปริมาณสัตว์น้ำ
มนตรี ใบทอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านท่าข้าม บอกว่า ทุกวันนี้ชาวบางปะกงสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ลำบากตราบใดที่แม่น้ำบางปะกง ยังคงไหลหล่อเลี้ยงชีวิตของพวกเขาอยู่ได้โดยปราศจากสารพิษเจือปน
“หากมีโรงไฟฟ้าเกิดขึ้น ก็จะมีโรงงานตามมามากมาย ซึ่งตรงกับที่บริษัทเอกชนบอกว่าจะมีงานทำมากขึ้น แต่สำหรับเรา แม่น้ำบางปะกง ก็คือโรงงานที่ดี โรงงานที่ไม่มีต้นทุน โรงงานที่อุดมไปด้วยวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ที่ชาวบางปะกงไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องแข่งขัน และที่สำคัญที่สุด ชาวบางปะกงไม่ได้ต้องการความเจริญที่ถูกยัดเยียดมาให้เช่นนี้” มนตรีกล่าวไปพลางขณะที่ล่องเรือไปตามลำน้ำผ่านจุดที่จะกำลังกลายพื้นที่ขนถ่ายถ่านหินมาป้อนให้ทุนนิยมร้าย
ชวลิต หงอเทียบ เป็นคนหนุ่มที่ผันตัวเองขึ้นมาเป็นหัวเรือใหญ่ในการต่อต้านพิษร้ายในชุมชน ความพยายามของเขาเห็นผลเมื่อสามารถผลักดันให้เกิดเวทีของชาวบ้านขึ้นมาจนได้ เวทีนี้ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญสำหรับการต่อสู้ของชาวบางปะกง
และด้วยความตั้งใจจริงของบรรดาแกนนำจากกลุ่มรักษ์แม่บาง ที่มีชวลิตเป็นตัวหลัก ทำให้ชาวบ้านมีความรู้ความเข้าใจถึงภัยร้ายที่ใกล้เข้ามาทุกที และร่วมแรงกันลุกขึ้นมาต่อสู้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แม้แต่นักการเมืองท้องถิ่นก็ต้องออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนขบวนการขับเคลื่อนของชาวบ้าน
“จนถึงวันนี้ พวกเรามั่นใจว่าจะรวบรวมรายชื่อชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยได้ถึง 5 หมื่นรายชื่อ เพื่อต่อสู้ในกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ แต่หากไม่เป็นผลสำเร็จ ซึ่งหมายถึงยังมีความพยายามผลักดันให้มีโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นต่อไป ทางออกสุดท้ายของชาวบางปะกงก็คงหนีไม่พ้นการชุมนุมกดดัน” ชวลิต ยืนยันอย่างหนักแน่นถึงเจตนารมณ์ ไม่เอาโรงไฟฟ้าของชาวบ้าน
โครงการนี้เกิดขึ้นจากแผนประมาณการความต้องการกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งต้องการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม 3200 เมกกะวัตต์ โดยในพื้นที่ ต.เขาดิน แห่งนี้ มีการประชาสัมพันธ์มาอย่างต่อเนื่องจากบริษัท อิตาเลียนไทย เพาเวอร์ จำกัด และมีการจัดทำประชาพิจารณ์อย่างเงียบๆ ซึ่งอิตาเลียนไทย จะใช้พื้นที่ 280 ไร่ ริมถนนมอเตอร์เวย์ ที่บริษัทเคยกว้านซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2538 มาเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าขนาด 800 เมกกะวัตต์ ทำให้พบว่าน่าจะต้องมีการขนถ่ายถ่านหินจากปากแม่น้ำบางปะกง มาถึงจุดที่ตั้งโครงการถึงราว 10 กิโลเมตร
การต่อสู้ของชาวบางปะกง น่าจะเป็นบทเรียนอีกพื้นที่หนึ่งที่ทำให้บรรดาหน่วยงานต่างๆควรจะนำมาทบทวนให้เห็นภาพว่า เหตุใด ประชาชนในทุกพื้นที่ จึงส่ายหน้าขับไล่ทุกครั้ง ที่โครงการเหล่านี้มีท่าทีจะอุบัติขึ้น ดีกว่าที่จะหน้าด้านหลอกชาวบ้านต่อไป หรือทนหลอกตัวเองว่า มันคือแนวทางการพัฒนาประเทศไปสู่ความเจริญ เพราะทุกโครงการที่เกิดขึ้นต่างก็มีคำตอบชัดเจนในตัวของมันว่า นำมาซึ่งหายนะมากเพียงใด

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s