A Quiet Word

ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์

เกาะบนทะเลเมฆ ดอยเชียงดาว พฤศจิกายน 30, 2007

Filed under: ท่องเที่ยว — Korkai @ 3:36 pm

ข้อมูลทั่วไป ดอยเชียงดาว

ดอยเชียงดาว  เป็นภูเขาสูงอันดับ 3 ของประเทศด้วยความสูง 2,220 เมตร บางท่านก็ว่า 2,180 เมตร  บางท่านก็ว่า 2,300 เมตร ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าเท่าไรแน่ รู้เพียงว่าสูงเป็นอันดับที่ 3 แน่นอน ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ทางทิศเหนือของเชียงใหม่ไปตามเส้นทางหลวงสายเชียงใหม่-ฝาง ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 72  หากนั่งรถผ่านไปตามเส้นทางดังกล่าวจะสังเกตเห็นเทือกเขาสูงชันทางด้านซ้ายมือนั่นล่ะคือดอยหลวงเชียงดาว

เทือกเชียงดาว มีสภาพเป็นยอดเขาสูงตั้งอยู่อย่างโดดเด่นด้านทิศตะวันออกติดกับทุ่งนาทางด้านทิศอื่นติดกับเทือกเขาที่ไม่สูงนัก บนเทือกเขาประกอบไปด้วยยอดเขาสูงหลายยอดที่สูงที่สุดคือยอดดอยหลวงเชียงดาวรองลงมาคือยอดปิรามิด,ดอยสามพี่น้อง,ดอยเหนือและยอดอื่นๆอีกหลายยอดที่ มีความสูงลดหลั่นกันไปซึ่งทั้งหมดนี้อยู่บนเทือกดอยเชียงดาวระหว่างยอดเขาต่างๆนั้นมีที่ราบกระจายตัวอยู่ทั่วไปซึ่งเรียกว่าอ่างสลุงซึ่งเป็นที่ราบ เหมือนท้องกระทะ สภาพป่าบนเทือกเขามีลักษณะเป็นป่าดิบเขากระจายตัวอยู่ทั่วไปในหุบเขาซึ่งเป็นที่อาศัยของนกจำนวนมากมีทั้งชนิดหาง่ายและหายาก ในบางช่วงของเส้นทางเดินจะต้องเดินผ่านป่าท่านจะได้ยินเสียงร้องให้บรรยากาศที่เป็นธรรมชาติจริงๆ นอกจากป่าดิบเขาจะเป็นที่อยู่ของนกต่างๆ แล้วยังเป็นที่เกาะอาศัยของมอส และกล้วยไม้ป่าอีกมากมายหลายชนิดซึ่งบางชนิดมีอยู่เฉพาะบนยอดดอยนี้เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีต้นพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทยขึ้นกระจายอยู่ทั่วไปช่วงที่มีดอกจะมองเห็นเป็นสีชมพูกระจายอยู่ทั่วไปในหุบเขา ตามข้างทางที่ต้องเดินผ่านไปก็ยังมีออกดอกสวยงามให้ชื่นชมขึ้นอยู่กับว่าการเดินทางจะตรงกับช่วงออกดอกหรือเปล่า

ลักษณะภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิสูงสุด 30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด – 7 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ย 23 องศาเซลเซียส

จุดน่าสนใจบนดอยหลวงเชียงดาว

ดอยหลวงเชียงดาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม หลายท่านเคยไปมาแล้วยังต้องกลับไปอีกทั้งๆ ที่การเดินทางสู่เขาสูงแห่งนี้ค่อนข้างลำบาก ทั้งนี้เพราะบนดอยหลวงเชียงดาวมีความสวยงามหลายอย่างคือ

จุดเด่นที่สุดที่นี่มีทัศนียภาพที่งดงามหากท่านได้ไปยืนอยู่บนยอดดอยท่านจะพบกับความสวยงามทุกมุมมอง

ที่นี่มีความหนาวเย็นที่บางคนต้องการไปสัมผัสกับความหนาวเย็น รับรองว่าไปที่นี่ไม่ผิดหวัง

นกก็เยอะ เชียงดาวจึงมีกลุ่มนักดูนกขึ้นไปเยี่ยมกันอยู่บ่อยๆ 

มีดอกไม้เฉพาะถิ่นที่สวยงามและหากที่ไหนไม่ได้ ดอกกุหลาบขาวเชียงดาวก็สวย หรีดเชียงดาวก็เยอะ และยังมีอีกเยอะแยะสำหรับพรรณไม้ดอกบนดอยแห่งนี้ สวยแต่ไม่มากมายหวือหวาที่ออกดอกกันเป็นทุ่งๆ เหมือนทุ่งดอกกะเจียว

ดาวที่นี่สวย ถึงแม้ว่าเราอยู่ใต้ฟ้าเดียวกันแต่ก็แปลกว่าที่นี่ดาวสวย คงเป็นเพราะยอดดอยแห่งนี้สูงมากจึงทำให้มองเห็นดาวที่สดใส และไม่มีสิ่งอื่นๆ มาบดบังสายตา

ความสวยงามต่างๆ ชมได้จากภาพทริปเชียงดาวที่ผ่านๆ มา

การเดินทาง

จากกรุงเทพฯ มุ่งสู่เชียงใหม่ จากเชียงใหม่ให้แยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 107   เส้นเชียงใหม่-ฝาง ผ่านแม่ริมขับต่อไปอีกประมาณ 76 กิโลเมตรจนถึงตัวเมืองเชียงดาว แยกซ้ายตามถนนลาดยางเข้าไปยังบ้านถ้ำใช้เส้นทางเดียวกับถนนที่ไปถ้ำเชียงดาว หากเดินทางโดยรถโดยสาร มีรถโดยสารผ่านสายกรุงเทพฯ-ฝาง  กรุงเทพฯ-เชียงดาว นอกจากรถ บขส แล้วยังมีรถสองแถวท้องถิ่นสายเชียงใหม่-ฝาง ผ่านด้วย  จากแยกเข้าบ้านถ้ำให้เช่ารถเข้าไประยะทาง 5 กม.

ที่บ้านถ้ำเป็นจุดเริ่มต้นของทริปขึ้นดอยหลวงเชียงดาว นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อคนนำทางและลูกหาบได้ที่นี่ แต่ในช่วงวันหยุดจะหาคนนำทางและลูกหาบยากเพราะติดงาน  จากบ้านถ้ำต้องตัดสินใจว่าจะไปเส้นทางไหนดี

เส้นทางเดินขึ้นดอย

มี 3 เส้นทาง คือ

1. สายเด่นหญ้าขัด  เป็นเส้นทางที่เดินสบายกว่าเส้นทางสายอื่นๆ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชม. การที่จะไปเริ่มต้นเดินที่หน่วยเด่นหญ้าขัดต้องติดต่อเช่ารถท้องถิ่นให้ขึ้นไปส่งที่หน่วยฯ จากนั้นจึงเริ่มเดินเท้าเข้าสู่ป่า ผ่านป่าสนตัดลงสู่ทุ่งหญ้าในอ่างสลุง เดินไปเรื่อยๆ ก็จะถึงตีนดอยหลวงเชียงดาว หากเดินไปแยกผิดทางก็จะลงไปยังหมู่บ้านนาเลา ท่านไม่ต้องกลัวหลงทางเพราะต่อจากนี้ไปทุกคณะที่จะขึ้นดอยหลวงเชียงดาวจะต้องมีคนนำทางนำขึ้นไปเพราะนี่เป็นกฏของทางเขตฯ เพื่อต้องการให้ชาวบ้านมีรายได้  เส้นทางสายเด่นหญ้าขัดเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้เดินกันมากที่สุดเพราะไม่โหด

2. สายนาเลา เป็นเส้นทางความโหดปานกลาง ต้องใช้รถขึ้นไปส่งเหมือนกัน ใช้เวลาเดินประมาณ 6 ชม. เส้นทางนี้แต่ก่อนนั้นเคยมีนักท่องเที่ยวใช้กันบ้างแต่น้อย เมื่อหลายปีก่อนผมพานักท่องเที่ยวขึ้นไป ปรากฏว่าทางปิด ผมต้องให้คนนำทางช่วยตัดทางขึ้นไป ตอนนั้นเถาวัลย์มีขนาดเท่านิ้วมือ สาเหตุที่คนใช้เส้นทางนี้กันน้อยเพราะว่าถนนที่รถจะขึ้นมาส่งยังจุดเริ่มเดินเป็นทางลูกรังที่เละเป็นหล่ม ทำให้ยากต่อการเดินทาง วันนี้เส้นทางสายนาเลาเป็นเส้นทางสะดวกที่นักท่องเที่ยวใช้ขึ้นดอยหลวงเพราะทางลูกรังที่ว่าได้เปลี่ยนไปเป็นถนนคอนกรีตแล้ว และที่ทางเก่าสายนี้ก็กำลังจะปิดอีกแล้วเพราะทางเขตฯ ได้เปิดเส้นทางใหม่โดยเริ่มจากหมู่บ้านชาวเขาเพื่อที่จะกระจายรายได้ไปยังชุมชน

3. เส้นทางสายบ้านถ้ำ ปัจจุบันห้ามขึ้นแต่ก็ยังมีเดินขึ้นกันเรื่อยๆ เป็นเส้นทางที่ตัดตรงจากบ้านถ้ำขึ้นสู่ยอดดอยหลวงเชียงดาว เส้นทางสายนี้ขึ้นสวยลงไม่สวยเพราะตาลาย ใครจะขึ้นเส้นนี้ก็คิดให้ดีก่อน เวลาผมพานักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวจะใช้เส้นทางสายนาเลา เวลาผมขึ้นไปเที่ยวเองผมจะใช้เส้นทางสายบ้านถ้ำเพราะสะดวกดี เส้นทางก็สวย ดอกไม้ พรรณไม้ก็เยอะ ผมขึ้นเส้นทางนี้มา 5 ครั้ง แบกสัมภาระเองด้วย เหนื่อยแทบสลบ ตอนนี้ไม่ให้ขึ้นเส้นทางนี้แล้ว  ใช้เวลาเดินเร็วสุด 4 ชม  ปกติ 6 ชม เส้นทางนี้ปกติจะใช้เป็นเส้นทางเดินลงเพราะใกล้และตัดตรง ใช้เวลาเดินเร็วสุด 1 ชม. 50 นาที  ปกติ 3-4 ชม. ผิดปกติ 8-10 ชม. เคยลงช้าสุด 11 ชม.

จุดพักแรม  แต่ก่อนนั้นการพักแรมบนเทือกดอยเชียงดาวเป็นเรื่องที่คลาสสิกและโรแมนติกมาก คือว่าเมื่อเราเริ่มเดินไปอาจจะช้าบ้างเร็วบ้าง หากเดินช้าไม่ถึงจุดกางเต็นท์หลักๆ เราก็สามารถตั้งแคมป์พักแรมกันในป่า ระหว่างเส้นทางมักจะเห็นร่องรอยการพักแรมเป็นจุดๆ โดยเฉพาะจุดที่มีพื้นที่ราบ บางครั้งก็พักแรมที่ชายป่า ในหุบเขา  ถ้าขี้เกียจกางเต็นท์ก็ไปหานอนที่กระท่อมเฝ้าไร่ฝิ่นของชาวเขา  จุดกางเต็นท์จุดสุดท้ายคือที่อ่างสลุงเชิงดอยหลวงเชียงดาว

ตอนนี้ทำอย่างนั้นไม่ได้แล้วเพราะดอยหลวงมีการจัดระเบียบกันใหม่เพื่อความเรียบร้อย ได้กำหนดจุดกางเต็นท์ไว้เป็นหลักๆ 2 จุดก่อนถึงและ 1 จุดที่เชิงดอย  ที่ดอยกิ่วลมห้ามขึ้นไปกางเต็นท์แล้วเพราะว่าข้างบนขาดแคลนไม้ที่ใช้ทำฟืน คนขึ้นไปตั้งแคมป์ข้างบนก็มักจะไปตัดไม้มาใช้งาน คนที่ตัดมากก็คือพวกลูกหาบและคนนำทางนี่แหล่ะ เขาตัดมาก่อกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่น ตอนนี้จึงห้ามขึ้นไปตั้งแคมป์ข้างบนกิ่วลมแล้ว  นักท่องเที่ยวก็อย่างเพิ่งน้อยใจที่มาช้าอดขึ้นไปเที่ยว อันที่จริงพักในอ่างสลุงนั่นดีแล้วเพราะลมก็ไม่แรง ที่ราบก็เยอะ ไม่ต้องไปแย่งพื้นที่บนดอยกิ่วลมที่มีที่ราบแคบๆ ตอนที่อ่างสลุงใกล้ยอดสูงสุด พอตื่นเช้าขึ้นดอยสูงสุดได้สะดวกดี

สิ่งอำนวยความสะดวก

บนดอยไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ไม่มีน้ำ ไม่มีร้านค้า ไม่มีบ้านพัก มีแต่ดอกไม้สวยๆ วิวสวยๆ น้ำและอาหารจะต้องจ้างลูกหาบแบกขึ้นไป

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมเข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่ คนละ 20 บาท ค่าพักแรมคืนละ 30 บาทต่อคน

จะไปเที่ยวดอยหลวงเชียงดาว ทำไงดี

ก็ต้องตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวกันเองโดยมีคนนำทาง แบกของเอง ทำอาหารกันเอง หรือ มีคนนำทาง มีลูกหาบ หรือจะไปซื้อทัวร์ที่นั่นให้นำขึ้นไป หรือจะซื้อทัวร์ไปจากกรุงเทพฯ  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละท่านแต่ละกลุ่ม

1. ไปเที่ยวกันเอง  ตอนนี้ค่าใช้จ่ายสูงหน่อยเพราะต้องมีคนนำทาง ( บังคับให้ใช้ ) ถ้าหากไปเดี่ยวหรือไปกันเพียงสองสามคนก็ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายสูงเพราะตัวหารน้อย  ถ้าตัดสินใจไปเที่ยวแบบนี้ก็ต้องเตรียมทีมให้พร้อม เลือกวิธีการเดินทางไปยังบ้านถ้ำ จะไปโดยขับรถยนต์ส่วนตัวไป หรือจะไปโดยรถทัวร์ปรับอากาศ หรือจะไปโดยรถ บขส หรือจะไปโดยรถโบก เลือกเอา ไปถึงตลาดเชียงดาวหาเช่ารถให้ไปส่งที่บ้านถ้ำ ติดต่อหาคนนำทางและลูกหาบที่นั่น  ช่วงฤดูหนาวมีคนไปเที่ยวดอยกันมากมักจะขาดแคลนลูกหาบ บางครั้งผมก็ต้องใช้ลูกหาบที่เป็นชาวต่างประเทศ ( ไทยใหญ่ )

2. ไปเที่ยวกับทัวร์ท้องถิ่น  ที่บ้านถ้ำมีทัวร์ท้องถิ่นพาขึ้นดอยหลวงหลายคณะ ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ถูกบ้าง แพงบ้าง เลือกเอาตามความชอบใจเลยครับ ราคาขึ้นอยู่กับว่าคณะไหน  ล่าสุดปีนี้ค่าทัวร์ปกติคนละ 2,200 บาทต่อคณะ 8 ท่าน บางทัวร์ก็ 2,500 บาท บางทัวร์ก็ 1,800 บาท

3. ซื้อทัวร์ไปจากกรุงเทพฯ  ก็มีหลายทัวร์ให้เลือก ทั้งบริษัททัวร์ขนาดใหญ่ ทัวร์ขนาดเล็ก ทัวร์ตามเวบ ทัวร์สมัครเล่น ทัวร์มือใหม่ ทัวร์หารเฉลี่ย ทัวร์ชวนกันเที่ยวตามเนต หลากหลายรูปแบบให้เลือก ชอบแบบไหนเลือกแบบนั้นเลยครับ

ไปดูอะไรที่ดอยหลวงเชียงดาว….

ดอยหลวงเชียงดาวมีเส้นทางเดินป่าที่ท้าทาย   มีความสูงที่โดดเด่นด้วยลักษณะเทือกเขาที่สูงชันขึ้นมาจากพื้นราบ ความหนาวเย็นสุดๆ เพราะสูงถึง 2 กิโลเมตรกว่าๆ  จุดชมวิวที่สวยงามเมื่ออยู่บนยอดดอย จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม  ทะเลหมอกที่กิ่วลมสวยงามไม่แพ้ใคร บรรยากาศการแคมปิ้งในหุบเขาที่ยิ่งใหญ่มีสันเขาล้อมรอบทุกด้าน พืชพรรณหลากหลาย ดอกไม้เฉพาะถิ่นที่สวยงามมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท. ภาคเหนือ เขต 1
โทร. 0-5324-8604, 0-5324-1466

Advertisements
 

จะมีเพียงเธอแค่เพียงคนเดียว และจะมีแต่เธอ เธอแค่เพียงคนเดียว พฤศจิกายน 29, 2007

Filed under: ไดอารี่ — Korkai @ 9:12 pm
uCo2H3QVAApoC6HUFC1AyHDB1x1_U9z0n8ZIv8BMQhawuC_IhIAXDrekJdvswNJlyBuFrEPrrVf9cV84KdiaWlIgT4G7Nft7Mtfv7lPA-F_AlWSdnMkgbFKDX7RMlOMwMZZ1fjSP0llxqaAnQdxKgDgSqrz 

 

ประโยคฮิต…..ของการ์ตูนในดวงใจ พฤศจิกายน 25, 2007

Filed under: ความบันเทิง — Korkai @ 4:14 am

 

  http://s10.histats.com/6.swf

โดราเอม่อน

โดราเอม่อน:ตอน xxxxx(ชื่อของวิเศษ)
โดราเอม่อน:นายเอาของคนอื่นไปเล่น โดยไม่ได้รับอนุญาตอีกแล้วเหรอ
โนบิตะ ตอนโดนไล่อัด+ถูกด่า:โดราเอม่อนนนนน!!!!!!
ชิซึกะ ตอนมีคนแอบดูตอนแก้ผ้า:คนบ้า คนผีทะเล
ซูเนโอะ:พวกนายคงไม่มีของแบบนี้หรอก
ซูเนโอะ:ฉันไม่อยากให้โนบิตะ ไปเที่ยวกับฉันด้วย
ไจแอนท์:ทีมเรายังขาดอีกคน นายต้องเล่นด้วย โนบิตะ
ไจแอนท์:โนบีตะ นี่นายกล้าหือกะชั้นแล้วเหรอ
แม่ของโนบิตะ:โนบีตะ! ไปทำการบ้านเดี๋ยวนี้!
คุณครูของโนบิตะ:โนบิตะ เธอได้0คะแนนอีกแล้วนะ

คุโรมาตี้

คามิยามะ:กราบเท้าคุณแม่
ฮายาชิดะ:ขอเปลี่ยนเรื่องหน่อยนะ
มาเอดะ:ฉันว่า มันไม่ใช่ประเด็นนะ
เมก้าซาวะ ชินอิจิ :ฉันเป็นเด็กม.ปลายจริงๆนะ
เมก้าซาวะ เบต้า :เมการัตต้า
กอริลล่า:เจี๊ยก คร่อก
ปูทัน:xxxxxxxxxx ปู
ไอโอดีนแมน:อย่ามาปล่อยมุขฝืดๆนะเฟ้ย
ลูกกระจ๊อกของโฮกุโตะ:ฟังให้ดีนะ ฉันชื่อ…….

โคนัน , คินดะอิจิ,
และนักสืบคนอื่นๆ


โคนัน หรือ ชินอิจิ
:ความจริงมีเพียง1เดียว
คินดะอิจิ :ขอใช้ชื่อเสียงของคุณปู่เป็นเดิมพัน
คินดะอิจิ :ปริศนาทุกอย่างไขกระจ่างแล้ว
นักสืบ:นี่เป็นการฆาตกรรมในห้องปิดตาย
นักสืบ:ฆาตกรอยู่ในกลุ่มของเราเนี่ยแหละ
นักสืบ:ฆาตกรคือxxxxxxxxx คุณนั่นแหละ

เครยอน ชินจัง

ชินจัง:พี่ฉาว ชอบกินพริกหยวกไหมครับ
ชินจัง:ช้างน้อยๆ
ชินจัง:มนุษย์ต่างดาวนู้ดครึ่งก้น
ชินจัง:กลับมาแล้วเหรอ
มิซาเอะ ตอนโมโห:ชินโน๊สุเกะ!!!!!!!
ฮิโรชิ :ม….มิซาเอะ จ๋า
เนเน่จัง เมื่อคุณแม่ของเธอสติแตก:ฮือๆ ไม่ใช่ แม่ของเนเน่
หน้ากากแอ็คชั่น:ว่ะฮะฮะฮะ
หน้ากากแอ็คชั่น:แอ็คชั่น บีม!!!!!

สแลมดังก์

ซากุรางิ :ฉันคืออัจฉริยะ ซากุรางิ
รุคาว่า:ไอ้โง่ ไอ้บ้า
ฮิโคอิจิ :ต้องเช็คให้ละเอียด

จอมโหดกระทะเหล็ก

อากิยามะ จาง:อาหารคือการดวล
โกบังโจ คิริโกะ:อาหารคือจิตใจ
เซเรนุ ยัง:อาหารคือความไม่สิ้นสุด
โค รันเซ:อาหารคือการคาดเดาล่วงหน้า
โอทานิ :ฉันจะดูถูกลิ้นเทวดาไม่ได้

การ์ด แคปเตอร์ ซากุระ

ซากุระ:ไม่เป็นไร
ซากุระ:รีลีส!!!!
โทยะ ตอนแซวซากุระ:ยัย สัตว์ประหลาด
โทโมโยะ:ซากุระ น่ารักจังเลย

วันพีซ

ลูฟี่ :ยาง ยืดดดดดดดๆๆๆ ตึ๋งหนืดดดดดๆๆๆๆ
ลูฟี่ :ฉันจะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด
ลูฟี่ :อยากกินเนื้อ!!!!!!!!
โซโล:ฉันจะต้องแข็งแกร่ง
โซโล:ฉันจะต้องเป็นนักดาบอันดับ1
นามิ:สมบัติ!!!!!!!!
นามิ :ลูฟี่!!!!!บ้า!!!!!!!!!
อุซป:ฉันคือรองกัปตัน
อุซป :ฉันคือกัปตันอุซป!!!!!!
อุซปตอนพูดกับช็อปเปอร์ที่กำลังตกใจ:ก็แกเป็นหมอไม่ใช่เรอะ
ชอปเปอร์:ม…ม…หมออยู่หนายยย
ซันจิ:คุณ นามิ!!!!!!!
ตัวร้ายคนอื่นๆ ตอนปะกับลูฟี่:นี่คือพลังของผลไม้ปีศาจหรือนี่

โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ

 

โจทาโร่:ว๊าก ว๊ากๆๆๆๆๆๆ……
โจทาโร่:ให้มันได้ยังนี้สิ
โจลูโน่ โจบลาน่า:เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ๆๆๆๆๆ…..

ดร.สลัมป์ กับ หนูน้อยอาราเล่

อาราเล่:โอะ โยะ โหยว
อาราเล่:หวัดดีจ้า!!!!!
กั๊ตจัง:กุปี้ๆ
ซุปเปอร์แมน:อมบ๊วยเค็ม แล้วเป็นซุปเปอร์แมน จู๋!!!!!!!!

ไซยูกิ

 

ซันโซ:ตายซะเถอะ!!!!
โกคู:ไอ้กัปปะลามก!!!!
โกโจ:ไอ้ลิงโง่!!!!!
ฮัคไค:วันนี้สนุกครึกครื้นอีกแล้วนะครับ

โปเกม่อน

ซาโตชิ และเทรนเนอร์คนอื่นๆในโปเกม่อน :XXXX(ชื่อ โปเกม่อน) ชั้นเลือกนาย!!!
แก๊งร็อคเก็ต:ถ้าถามว่าเราคือใคร… เราก็พร้อมที่จะแถลงไข…ผู้เผยความชั่ว สรรจธรรมและความดี…ตัวโกงผู้แสนน่ารักและทรงสเน่ห์ …"
"มุซาชิ…" "โคจิโร่…" "ไวท์ฮอล… พรุ่งนี้ที่แสนสดใสรอเราอยู่…"
"ส่วนชั้นก็เนียซไง…"
แก๊งร็อคเก็ต พูดตอนแพ้:ลางไม่ดีอีกแล้ว!!!!!
ปิกาจู :ปิกา ปิกา จูววววว

ตัวการ์ตูนฝรั่ง

Scooby Doo:scooby scooby dooooooo
Tweety:ชั้นว่าชั้นเห็นเจ้าแมวเหมียวนะ
Road Runner:beep beep
Speedy Gonzalez: yeeha yeeha an alez an alez(จำไม่ได้ว่าพูดอย่างไง คิดว่าประมาณนี้แหละ)
Bugs Bunny:whats up doc?
Heman:ด้วยอำนาจแห่งเกรธสกัล ฉัน–มี–พลัง!
เฟรด ฟลิ้นสโตน:yeah dabba dabba doo
ตระกูลbarbapapa:คลิก กะ ดิก คลิ๊ก บาร์บ้า คลิ๊ก
Popeye:Popeye the sailorman ปู๊นๆ

บ้านพักอลเวง
(Love
Hina)


นารุ
:ไอ้กัปปะลามก!!!!
เคทาโร่:ชั้น…….ขอโทษ!!!!!……อ้ากก!!!!!!!!
ซู :………กินได้หรือเปล่า?
ชิโนบุ :รุ่นพี่ค่ะ!!!!!!

อื่นๆ

โอนิสึกะ(จีทีโอ):ผม โอนิสึกะ เอคิจิ อายุ22ปี ยังโสดครับ
โอนิสึกะ(จีทีโอ):ในฐานะอาจารย์คนหนึ่ง
ดิจิม่อน: XXXXม่อน เปลี่ยนร่างเป็น XXXXม่อน
             XXXXม่อน เปลี่ยนร่างขั้นสุดยอดเป็น XXXXม่อน
ฮิคารุ เซียนโกะ:มุ่งสู่ หัตถ์เทวะ 
ยูกิ(เกมส์กล อัจฉริยะ):ดวล!!!!
เซเลอร์มูน:ลำแสงแห่งจันทรา จงแสดงฤทธา ณ บัดนี้
เคนชิโร่(หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ):ต้าๆๆๆๆๆๆๆ
เคนชิโร่(หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ) :เจ้าน่ะ ตายไปแล้ว
อีกา(นินจาฮาโตริ):ในเวลาต่อมา
นินจาฮาโตริ:วิชานินจาXXXX
นินจาฮาโตริ:ขอรับกระผม นิน นิน นิน
แม่มดน้อยโดเรมี:โอม มะลึก กึ๊กกึ๋ย โอม มะลุก กุ๊กกู่โอม มะลิก กิ๊กกี๋ โอม มะล้อก ก๊อกแก๊ก……..
อิคคิวซัง:ใช้หมอง นั่งสมาธิ
อิคคิวซัง:จะรีบไปไหน จะรีบไปไหน พักเดี๋ยวหนึ่งสิครับ

เหล่าบรอนเซนต์(เซนต์ เซย่า):เซย่า ฝากดูแลอาเธน่าด้วย
ชุน(เซนต์ เซย่า):พี่คร้าบบบบบบ!!!!!!!!
ซาเอบะ เรียว(ซิตี้ ฮันเตอร์):ขอแอ้ม
คินนิกุแมน:ข้าวหน้าเนื้อเจ้าเก่า300ปี อะโช๊ะ!!!!!
จาบาว็อค, ไนท์ , ไวท์แรบบิท(อาร์มส์):อยากได้พลังมั้ย……ข้าจะให้เจ้า
พีส เคนทาโร่(ต๊องแน่ฯ):ผลิตภัณฑ์พิเศษร้านพีส XXXXX(ชื่อสิ่งประดิษฐ์)
เบย์เบลด:1 2 3 Gooooooooo(อ่านโกนะ)……SHOOTTTTTTTTT
เบย์เบลด :สัตว์แห่งเทพ!!!
เบย์เบลด:ไปเลย XXXX(ชื่อสัตว์แห่งเทพ)
โคยะ(ครัชเกียร์):ไปเลย!!! การูด้า อีเกิ้ล!!!!!!!
อิตโต้:ชว้าทส์!!!!!!!!!
เคียว นัยน์ตายักษ์(Samurai Deeper Kyo):เจ้าได้ยินเสียงของสายลมมั๊ย!!!!!
ฮิรุมะ(อายชิลด์21 ):เคี๊ยกๆๆๆๆ YaHaa!!!!
มอนตะ(อายชิลด์21):อุตสาหะ Max!!!!

 

 
 

คินดะอิจิ vs โคนัน … ใครไม่รู้จัก 2 คนนี้โคตเชยว่ะค่ะ

Filed under: ความบันเทิง — Korkai @ 4:04 am

เทียบฟอร์มการ์ตูนนักสืบยอดนิยม : คินดะอิจิ vs โคนัน

จากไร้สารานุกรม – อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป๊กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

(บทความนี้เป็นคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น )
หากจะกล่าวถึงการ์ตูนแนวสืบสวน สอบสวน ที่นักอ่านการ์ตูนในบ้านเรามักนึกถึง และ ได้รับความนิยมมาก ก็คงจะหนีไม่พ้นการ์ตูนสองเรื่องนี้อย่าง คินดะอิจิ กับ คดีฆาตกรรมปริศนา และ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน และทั้งสองเรื่องก็ออกตีพิมพ์ออกมาไล่เลี่ยกัน และก็ครองใจความนิยมของคนอ่านในบ้านเราทั้งสองเรื่อง และ เนื่องจากการที่การ์ตูนทั้งสองเรื่องนั้นได้รับความนิยมมาก ก็เลยทำให้มีแฟนๆการ์ตูนนิยมนำทั้งสองเรื่องนี้ไปเปรียบเทียบกันว่า เรื่องไหนเจ๋งกว่ากัน หรือ ระหว่างตัวเอกทั้งสองเรื่องอย่าง คินดะอิจิ ฮาจิเมะ หรือ เอโดงาวะ โคนัน ใครเก่งกว่ากัน และก็คงเป็นคำถามที่ยังเป็นที่ถกเถียงกันไม่รู้จบ เพราะ สาวกของการ์ตูนแต่เรื่องต่างก็บอกว่าเรื่องที่ตนชอบดีที่สุด ซึ่งมันก็ไม่แปลกอะไร เพราะ มันแล้วแต่รสนิยมและความคิดของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน คือ ใครที่ชอบคดีซับซ้อนซ่อนเงื่อน ก็จะเชียร์คินดะอิจิ ใครที่ชอบพระเอกเท่ห์ๆหล่อๆ ก็จะเชียร์โคนัน เป็นต้น

โดยบทความนี้ก็ออกจะเป็นการเทียบฟอร์มของการ์ตูนทั้งสองเรื่อง ว่าใครเด่นกว่าใคร ซึ่งเราจะเปรียบเทียบทั้งส่วนของเนื้อเรื่อง ตัวละคร จากทั้งสองเรื่องโดยให้เห็นถึงจุดเด่นและจุดด้อยที่มีอยู่ ก็เอาเป็นว่า สาวกคินดะอิจิ หรือ สาวกโคนัน ถ้าอ่านบทความนี้เข้า ก็อ่านเอาสนุกๆนะครับ อย่าคิดอะไรมาก

เนื้อเรื่อง

โคนันนั้นจะมีการวางพล็อตให้น่าติดตาม ด้วยการเกริ่นนำให้ คุโด้ ชินอิจิ นั้นถูกกลุ่มชายชุดดำจับกรอกยาให้กลายเป็นเด็ก และใช้ชื่อว่า เอโดงาวะ โคนัน และต้องมาอยู่กับโมริ โคโกโร่ เพื่อตามหาชายชุดดำที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนั้น ในระหว่างที่ตามหาชายชุดดำ โคนันก็จะคอยคลี่คลายคดีต่างๆที่เขาได้พบ ส่วนคินดะอิจินั้น ก็จะคลี่คลายคดีที่ซับซ้อนต่างๆไปเรื่อยๆ แต่ในปัจจุบัน ทั้งสองเรื่องอาจขาดเสน่ห์ในแง่ของการใช้ทริกการฆาตกรรมที่ซ้ำซาก โดยเฉพาะ "ห้องปิดตาย" แต่ในแง่ของความติดตามนั้น คินดะอิจิดูจะน่าติดตามไปได้เรื่อยๆมากว่า ถึงโคนันจะเพิ่มความน่าติดตามตรงการตามหาชายชุดดำ นอกจากจะลุ้นการไขปริศนาในคดีต่างๆ แต่กลายเป็นว่ามันกลับกลายเป็นจุดบอด เพราะการที่ผู้แต่งพยายามที่จะยืดเรื่องออกไปด้วยการเพิ่มคดีที่ไม่ซับซ้อนมากเกินไป ก็ทำให้ความน่าติดตามน้อยลง บางคนก็เลยรู้สึกเบื่อ จนเลิกอ่านโคนันเลยก็มี จนน่าสงสัยว่า ตกลงจะไม่ให้โคนันกลับร่างเดิมเลยหรือไง?แต่ก็เอาเถอะ โคนันเขาคงจะดำเนินเรื่องแบบไม่มีวันจบ แบบเดียวกับโดราเอม่อนเลยก็ได้มั้ง แถมคินดะอิจินั้นดูเน้นไปที่โลกแห่งความจริง ไม่โอเวอร์จนเกินไป แถมแต่ละคดีของคินดะอิจินั้นก็น่าตื่นเต้น น่าติดตาม แถมมีอารมณ์ร่วมได้มากกว่า(อันนี้แล้วแต่คนอ่านนะ) ส่วนโคนันนั้น ออกจะเหนือโลกซักนิด เพราะ สิ่งประดิษฐ์ของดร.อากาสะ ที่ช่วยให้โคนันจับคนร้ายได้ง่ายขึ้น พูดง่ายๆก็คือ โคนันนั้น จะเน้นกลุ่มคนอ่านไปที่เด็กๆ(จริงๆก็ทุกวัยนะแหละ) ส่วนคินดะอิจิดูจะเน้นกลุ่มวัยรุ่น หรือ ผู้ใหญ่มากกว่า

ทริกการฆาตกรรม

ทริกการฆาตกรรมของคินดะอิจินั้น ก็ออกจะเน้นไปทางจิตวิทยา คือการใช้หลักการทางจิตวิทยาที่สามารถก่อคดีฆาตกรรมที่ดูจะเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ ก็เพราะความฉลาดของฆาตกรที่ใช้หลักทางจิตวิทยา ก็ทำให้คินดะอิจิไขคดีไปอย่างยากลำบาก แต่อย่างน้อยก็ทำให้ได้ลุ้นบ้างว่า เรามอง ข้ามอะไรไปบ้าง ที่มันทำให้การอ้างพยานหลักฐานของคนร้ายนั้นสมบูรณ์ รวมไปถึงการฆาตกรรมในแต่ละคดี ก็ล้วนซับซ้อนแถมไม่เวอร์จนเกินไป ส่วนโคนันนั้น ทริกของการฆาตกรรมนั้นก็แล้วแต่คดี คือจะมีทั้งซับซ้อนบ้าง ไม่ซับซ้อนบ้าง แถมอิงกับหลักการทางฟิสิกส์เยอะพอควร แถมเป็น ประเภทแบบว่า ถ้าคำนวณผิดแม้แต่นิดเดียว แผนการฆาตกรรมจะพังทันที ดูแล้วทริกการฆาตกรรมของคนร้ายในโคนันนั้นค่อนข้างจะเกินจริง แต่ก็เอาเถอะ เพราะอย่างน้อยทริกการฆาตกรรมของทั้งสองเรื่องนั้น ก็ทำให้คนอ่านอย่างเราๆคิดกันแทบหัวแตกกันแล้วล่ะ

เทียบฟอร์มระหว่างตัวละครทั้งสองเรื่อง

-ศึกระหว่างพระเอกกับพระเอก:คินดะอิจิ ฮาจิเมะ vs คุโด้ ชินอิจิ/เอโดงาวะ โดนัน ศึกระหว่างเจ้าของวลี "ขอใช้ชื่อคุณปู่เป็นเดิมพัน" กับ "ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว" ถ้าเทียบกันตามฟอร์มแล้ว ชินอิจิจะเหนือกว่า ทั้งรูปร่างหน้าตา และ ความรอบรู้ในด้านต่างๆสารพัดเรื่อง (ยกเว้นเรื่องดนตรี) แถมขับรถ ขับเรือ ยิงปืน ฯลฯ ได้ด้วย แต่คินดะอิจิก็รอบรู้เรื่องราวรอบๆตัวมากเหมือนกัน ถึงแม้ผลการเรียนของเขาจะไม่เอาอ่าวสักเท่าไหร่ หากจะให้เลือกว่าจะคบกับใครเป็นเพื่อน ก็ขอตอบว่าเป็น คินดะอิจิ เพราะ บุคลิกของเขานั้นเหมือนกับคนปกติทั่วๆไปคือ เป็นยอดนักสืบอัจฉริยะในคราบของหนุ่มสุดบ๊องส์ บ้าๆบอๆ ที่ดูผิวเผินเป็นคนไม่ฉลาด แต่ก็เป็นที่พึ่งในยามยากของใครหลายคน ส่วนชินอิจิ หรือ โคนันนั้น เก๊กและดูอวดดีไปหน่อยจนบางคนเขาหมั่นไส้ แต่หลายคนบอกว่า ไม่เลือกคบสองคนนี้เป็นเพื่อน เพราะ อยู่ใกล้สองคนนี้ทีไร ศพคนตายลอยมาทุกที (ฮา)

อ่านทั้งหมดได้ที่นี่ คลิ๊กเบาๆ

 

มาระบายสีกันเถอะ……… ระบายสี P2warship พฤศจิกายน 22, 2007

Filed under: เพลง — Korkai @ 8:22 pm
 

ไม่ผิดหวังก็คงไม่เคยเข้าใจ
ไม่เคยล้มไม่พบทางไป
เมื่อสีสันหายไปก็คงต้องระบายสี
เเต้มสีฟ้าให้ฟ้าดังเดิม
เติมสีแดงให้หัวใจอีกซักที
มองโลกอย่างมี สี แสง เงา

ระบายสีเขียวให้กับป่าเขา
ระบายสีขาวให้ความเปลี่ยนผัน
ระบายสายรุ้งงามให้กับเธอนั้น
เป็นทางเดินเพื่อไปยังฟ้าไกล
แม้บางสิ่งนั้นจะเจือจาง
แต่บางอย่างไม่เคยที่จะหายไป
เหมือนภาพของเราที่งดงาม

 

 

เรารักบางปะกง ไปสร้างกันที่อื่นเลยไป๊ พฤศจิกายน 21, 2007

Filed under: ไ ม่ ไ ด้ ดั่ ง ใ จ — Korkai @ 12:30 am
        ไม่รู้หล่ะ ใครว่าจะว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเนี่ยะมันได้มาตราฐานอยุ่นะ มันพัฒนาไปถึงไหนๆแล้ว แต่ไม่เชื่อมือคนไทย รัฐบาลไทยว่ะ ขนาดสุวรรณภูมิ เป็นหน้าเป็นตา ของประเทศแล้วมานยังทำซะเละเทะ …         บางปะกงบ้านเราเนี่ยะมีโรงไฟฟ้าพลังแกสธรรมชาติที่มีกำลังผลิตที่มากที่สุดในประเทศไทยอยู่แล้ว..ยังจะเอาถ่านหินมาลงอีก แถมใกล้ๆกันอีก..ไปสร้างที่อื่นเลยไป ทำไมต้องบางปะกงด้วยฟะ..เรื่องประท้วงไม่ยุ่ง ไม่ไป(แม่ไปแทน อิอิ) รู้แต่ว่าขนของมาสร้างเมื่อไร จะไปร่วมเผามัน..กัวที่หนายย

 กลุ่มต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินชุมนุมใหญ่หน้า ก.พลังงาน จี้ล้มโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกง

20 พ.ย.- กลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินบางปะกง เคลื่อนขบวนจากจังหวัดฉะเชิงเทราเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรวมตัวชุมนุมใหญ่หน้ากระทรวงพลังงาน ตั้งแต่เวลาประมาณ 8.30 น. ที่ผ่านมา กลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวนมาก ได้เคลื่อนขบวนจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยรถบัส กว่า 20 คัน  เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรวมตัวชุมนุมใหญ่หน้ากระทรวงพลังงาน กดดันให้ยกเลิกโครงการที่ให้เอกชนก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบางปะกง  โดยเรียกร้องให้กระทรวงไม่ให้โครงการนี้ผ่าน EIA หรือ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การนัดชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ นอกจากกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าบางปะกงแล้ว  ยังมีการนัดชุมนุมร่วมกับกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าอื่น ๆ จากหลายจังหวัด ทั้งราชบุรี สระบุรี ระยอง หินกรูด และบ่อนอก ด้วย – สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2550 10:11:20

รายงานข่าวความคืบหน้าต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินบ้านเขาดิน http://www.oknation.net/blog/cool/2007/10/23/entry-2ความคืบหน้าในการต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าของชาวบ้านบางปะกง  นอกจากมีการติดป้ายคัดค้านแล้ว  ยังมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
วันที่   22  ตุลาคม  255   ประชุมหารือร่วมกันระหว่างผู้นำชุมชนและตัวแทนกลุ่มชาวบ้านจากที่ต่าง ๆ
ผลการประชุมสรุปว่าชาวบ้านและผู้นำชุมชนจะเดินหน้าต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบ้านเขาดินต่อไป
โดยผลการประชุมสรุปว่า

1. ให้ผู้นำชุมชนแต่ละแห่งสร้างเครือข่ายของตนเองแบบปิรามิด
2. แบ่งหน้าที่ของแกนนำแต่ละคนอย่างชัดเจน
3. ดึงแนวร่วมกลุ่มต่าง ๆ ให้เพิ่มมากขึ้น
4. ตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการประชุมใหญ่ครั้งต่อไป
5. การชุมนุมต้องรวบรัด ในแต่ละครั้งต้องได้ประสิทธิภาพสูงสุด

วันที่  25  ตุลาคม  2550    เวลา  16.00 น.  จะมีการประชุมใหญ่ของกลุ่มชาวบ้านจากบางปะกง  เขาดิน  ท่าข้าม  ท่าสะอ้าน  ผีขุด  แสมขาว  บ้านเก่าจากพานทอง  บางแสม บางสมัคร  ชุมชนหลังป่า   และอีกหลายตำบลในพื้นที่   ที่มีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า  ถ้ามีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินบ้านเขาดิน  จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาชีพ และสุขภาพอนามัยของคนในอำเภอบางปะกง   โดยการประชุมใหญ่จะจัดขึ้น  ณ วัดกลางบางปะกง

แกนนำกลุ่มรักษ์แม่บาง   ให้สัมภาษณ์ว่าจะมีการประชุมแบบสงบและสันติ  จะไม่มีการประท้วง หรือทำให้เกิดความเดือนร้อนแก่สังคมส่วนรวม    การชุมนุมครั้งนี้เป็นเพียงการออกมาแสดงจุดยืนว่า ชาวบ้านบางปะกง ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน (ไม่ว่าจะตั้งที่ใด) แกนนำกลุ่มรักษ์แม่บางเสนอว่าถ้ามีการสร้างโครงการใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาลหรือเอกชน  ที่มีผลกระทบต่อวัฒนธรรม อาชีพ ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และสิ่งแวดล้อม  ควรจะเปิดเผยข้อดี ข้อเสียอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา  เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ  ที่ต้องการความเจริญ  และเม็ดเงินช่วยเหลือต่าง ๆ ของโครงการเหล่านี้    ให้ทำประชาพิจารณ์และเสนอให้โครงการใหญ่ ๆ เหล่านั้นไปพิจารณาสร้างโครงการในชุมชนนั้น ๆ   ที่ยินยอมและเสนอตัวเข้ามา ซึ่งเป็นเพียงแค่ข้อเสนอแนะในแนวความคิดของคน ๆ หนึ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดกรณีแตกแยกทางความคิด ระหว่างชาวบ้านกลุ่มต่าง ๆ กับนายทุน

มหันตภัยปลุกผีโรงไฟฟ้า  สู้ตายเพื่อ บางปะกง
http://www.oknation.net/blog/konrailak/2007/10/28/entry-1ในขณะที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกันอย่างมากกับวิกฤติการณ์ จากสภาวะโลกร้อน และมีการพูดถึงหนทางในการอนุรักษ์พลังงาน แนวทางในการหาพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับชั้นบรรยากาศโลกมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ประเทศที่มีรัฐบาลประกาศตัวต่อเวทีโลกว่าเป็นรัฐบาลพอเพียง มีโครงการปลูกป่าลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ และเที่ยวรณรงค์ให้ประชาชนในประเทศช่วยกันประหยัดพลังงานอย่างประเทศไทย กลับลุกขึ้นมาปลุกผีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลายแห่งพร้อมๆกัน แถมยังใช้เชื้อเพลงที่ล้าหลังอย่าง “ถ่านหิน”เป็นเชื้อเพลิงหลักในแผนพัฒนาพลังงานของประเทศ
เริ่มที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เย็นวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ชาวบางปะกงเรือนหมื่นมาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียงที่วัดกลางบางปะกง ทุกคนที่มาล้วนมีเป้าประสงค์เดียวกัน คือการต่อต้านผู้รุกรานที่มาพร้อมมลพิษตัวร้าย ที่จะทำให้ชีวิตของพวกเขาต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
แม้ว่าโครงการนี้จะไม่ใช่โรงไฟฟ้าแห่งแรกในอำเภอบางปะกง แต่เป็นแห่งแรกที่จะใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งแน่นอนว่า ชาวบ้านหวดกลัวถึงมหันตภัยที่พวกเขาสามารถคาดการณ์ได้ไม่ยาก
ทั้งจากสถิติที่พบว่าในยุโรปแทบจะไม่มีการใช้ถ่านหินกันแล้ว ตัวอย่างการคัดค้านอย่างสุดชีวิตที่บ่อนอก-บ้านกรูด จนนำมาซึ่งการสูญเสีย เจริญ วัดอักษร ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และภาพความน่าหวาดกลัวที่เกิดขึ้นแล้วกับชาวแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ทั้งหมดล้วนเป็นตัวอย่างที่ทำให้ชาวบางปะกงคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากการขับไล่ปีศาจร้ายตนนี้ให้ออกไปจากบ้านของพวกเขา
ด้วยความที่วิถีชีวิตของชาวบางปะกงอาศัยทำมาหากินกับแม่น้ำเป็นหลัก ที่ผ่านมาชาวบ้านก็ต้องทนกับรายได้ ที่ลดน้อยลงอยู่แล้วจากโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ ซึ่งแม้จะใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง แต่การหล่อเย็นของโรงไฟฟ้า ก็มีผลทำให้แม่น้ำบางปะกงที่หล่อเลี้ยงชีวิตพวกเขามาช้านานมีอุณหภูมิสูงขึ้น มันหมายถึงการหายไปอย่างมากของปริมาณสัตว์น้ำ
มนตรี ใบทอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านท่าข้าม บอกว่า ทุกวันนี้ชาวบางปะกงสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ลำบากตราบใดที่แม่น้ำบางปะกง ยังคงไหลหล่อเลี้ยงชีวิตของพวกเขาอยู่ได้โดยปราศจากสารพิษเจือปน
“หากมีโรงไฟฟ้าเกิดขึ้น ก็จะมีโรงงานตามมามากมาย ซึ่งตรงกับที่บริษัทเอกชนบอกว่าจะมีงานทำมากขึ้น แต่สำหรับเรา แม่น้ำบางปะกง ก็คือโรงงานที่ดี โรงงานที่ไม่มีต้นทุน โรงงานที่อุดมไปด้วยวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ที่ชาวบางปะกงไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องแข่งขัน และที่สำคัญที่สุด ชาวบางปะกงไม่ได้ต้องการความเจริญที่ถูกยัดเยียดมาให้เช่นนี้” มนตรีกล่าวไปพลางขณะที่ล่องเรือไปตามลำน้ำผ่านจุดที่จะกำลังกลายพื้นที่ขนถ่ายถ่านหินมาป้อนให้ทุนนิยมร้าย
ชวลิต หงอเทียบ เป็นคนหนุ่มที่ผันตัวเองขึ้นมาเป็นหัวเรือใหญ่ในการต่อต้านพิษร้ายในชุมชน ความพยายามของเขาเห็นผลเมื่อสามารถผลักดันให้เกิดเวทีของชาวบ้านขึ้นมาจนได้ เวทีนี้ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญสำหรับการต่อสู้ของชาวบางปะกง
และด้วยความตั้งใจจริงของบรรดาแกนนำจากกลุ่มรักษ์แม่บาง ที่มีชวลิตเป็นตัวหลัก ทำให้ชาวบ้านมีความรู้ความเข้าใจถึงภัยร้ายที่ใกล้เข้ามาทุกที และร่วมแรงกันลุกขึ้นมาต่อสู้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แม้แต่นักการเมืองท้องถิ่นก็ต้องออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนขบวนการขับเคลื่อนของชาวบ้าน
“จนถึงวันนี้ พวกเรามั่นใจว่าจะรวบรวมรายชื่อชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยได้ถึง 5 หมื่นรายชื่อ เพื่อต่อสู้ในกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ แต่หากไม่เป็นผลสำเร็จ ซึ่งหมายถึงยังมีความพยายามผลักดันให้มีโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นต่อไป ทางออกสุดท้ายของชาวบางปะกงก็คงหนีไม่พ้นการชุมนุมกดดัน” ชวลิต ยืนยันอย่างหนักแน่นถึงเจตนารมณ์ ไม่เอาโรงไฟฟ้าของชาวบ้าน
โครงการนี้เกิดขึ้นจากแผนประมาณการความต้องการกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งต้องการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม 3200 เมกกะวัตต์ โดยในพื้นที่ ต.เขาดิน แห่งนี้ มีการประชาสัมพันธ์มาอย่างต่อเนื่องจากบริษัท อิตาเลียนไทย เพาเวอร์ จำกัด และมีการจัดทำประชาพิจารณ์อย่างเงียบๆ ซึ่งอิตาเลียนไทย จะใช้พื้นที่ 280 ไร่ ริมถนนมอเตอร์เวย์ ที่บริษัทเคยกว้านซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2538 มาเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าขนาด 800 เมกกะวัตต์ ทำให้พบว่าน่าจะต้องมีการขนถ่ายถ่านหินจากปากแม่น้ำบางปะกง มาถึงจุดที่ตั้งโครงการถึงราว 10 กิโลเมตร
การต่อสู้ของชาวบางปะกง น่าจะเป็นบทเรียนอีกพื้นที่หนึ่งที่ทำให้บรรดาหน่วยงานต่างๆควรจะนำมาทบทวนให้เห็นภาพว่า เหตุใด ประชาชนในทุกพื้นที่ จึงส่ายหน้าขับไล่ทุกครั้ง ที่โครงการเหล่านี้มีท่าทีจะอุบัติขึ้น ดีกว่าที่จะหน้าด้านหลอกชาวบ้านต่อไป หรือทนหลอกตัวเองว่า มันคือแนวทางการพัฒนาประเทศไปสู่ความเจริญ เพราะทุกโครงการที่เกิดขึ้นต่างก็มีคำตอบชัดเจนในตัวของมันว่า นำมาซึ่งหายนะมากเพียงใด

 

อะไรซึ้งๆ ถึง…….เพื่อน พฤศจิกายน 18, 2007

Filed under: ไดอารี่ — Korkai @ 8:17 pm

 

ฉันผูกใจไว้ที่ ความมีเพื่อน
ผูกเงื่อน งดงาม ผูกความหมาย
ผูกความเป็นเพื่อน ในเงื่อนตาย
ผูกสายรักเพื่อน ด้วยเงื่อนนี้
ต่างสายเลือด ผูกได้ ผูกสายร่วม
สายเลือดรวม ผูกใจไว้ทุกที่
เงื่อนรักผูกไว้ ผูกไยดี
โดยไม่มี เงื่อนไขอะไรเลย