A Quiet Word

ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์

ไชยา —> หนังดีที่น่าชื่นชม กันยายน 5, 2007

Filed under: ความบันเทิง — Korkai @ 4:59 pm

 

     http://s10.histats.com/6.swf
…เลือกอ่านบทความนี้พร้อมรูป และ ความเห็นอื่นๆ + เชิญชวนมาแสดงความเห็นเพิ่มเติมที่ http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=aorta&month=03-09-2007&group=14&gblog=25

 

ไชยา  … เป็นหนังไทยที่ผมฯอยากเชียร์ให้ไปดูกัน จริงอยู่ที่มันไม่ใช่ ‘หนังไทยที่ซู้ดยอดดด’ หรือ “อู้วว๊าว นี่คือ หนังไทยที่ดีที่สุดในรอบสิบปี” แต่ นี่ก็เป็น หนังไทยที่ดีกว่าหนังฮอลลีวูดหลายๆเรื่องที่เข้าฉายในปีนี้ ดีกว่าหนังไทยหลายเรื่องๆที่เคยมี ดีเกินเกณฑ์มาตรฐานหนังไทยส่วนใหญ่ที่เข้าโรง และ ดีเพียงพอต่อการเสียตังค์เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาบ่นกันว่า ทำไมหนังไทยดีๆถึงไม่มีฉาย

ไชยา… เป็นหนังไทยที่ทีมสร้าง ต้มยำกุ้ง หรือ ผู้สร้างหนังแอคชั่นที่มักจะมีกรอบความคิดในหัวว่า “หนังแอคชั่นไม่ต้องเน้นบท หนังแอคชั่นแบบ Martial arts เน้นแค่ศิลปะการต่อสู้ก็พอ แค่ยัดเยียดฉากแอคชั่นเด็ดๆก็ดีจะแย่อยู่แล้ว” ควรจะมาดูเป็นตัวอย่างว่า หนังแอคชั่นที่ผสมบทดีๆนั้นมีอยู่แถมยังเป็นหนังไทยอีกต่างหาก

ไชยา  … เป็นหนังไทยที่ผมไม่พบจุดดีในระดับเลอเลิศด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ แต่ ไชยาก็เป็นหนังไทยที่หาจุดตำหนิได้น้อยมาก ผู้สร้างใส่ใจในทุกๆรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นงานสร้างยันเสื้อผ้าหน้าผม เป็นงานที่ตัว ผู้กำกับ สามารถหา ลายเซ็นต์ ของตัวเองได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ ลองของ (ที่เห็นได้ชัด คือ การคั้นบทภาพยนตร์ให้ออกมาดีทั้งสองเรื่อง) และทำให้เขาสามารถฝากชื่อผู้กำกับเป็นการเชิญชวนมาดูไว้ยามต้องการโฆษณาหนัง เหมือนผลงานคุณภาพเวลาคนดูรอคอยดู หนังจากกลุ่มแฟนฉัน หรือ หนังของเป็นเอก ซึ่งมั่นใจได้ว่า ถ้าต่อไปเขายังรักษาคุณภาพระดับนี้ได้คนดูก็จะซื้อตั๋วเพราะมันเป็น หนังของก้องเกียรติ

ไชยา  … เป็นหนังไทยที่ผมดูไปแล้ว คิดถึงอารมณ์ประมาณหนัง-ละครไทยสมัยโบราณอย่าง เรือนแพ คิดถึงหนังฮ่องกงสมัยก่อนๆ อย่าง โหดเลวดี ฯลฯ กลุ่มหนังที่มีอารมณ์ประมาณคุณธรรมน้ำมิตร ความเป็นพี่เป็นน้อง จากคนกลุ่มหนึ่งเริ่มต้นจากความฝันเดียวกัน มาเจอจุดเปลี่ยนทำให้แต่ละชีวิตต้องเดินคนละเส้นทาง (ในระหว่างนั้น ก็มักจะมี ผู้หญิงคนหนึ่ง มาทำให้ คนในกลุ่มต้องเกิดความบาดหมางกันทั้งในทางเปิดเผยหรือแอบซ่อน เพราะ ดันไปรักคนเดียวกัน)

คนหนึ่งคนล้มเหลว คนอีกคนประสบความสำเร็จ แล้วช่วงท้ายๆก็จะต้องมาพบจุดตัดที่นำพาพวกเขามาพบกันอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นวันที่เพื่อนหรือพี่น้องต้องห้ำหั่นอีกฝ่ายให้แดดิ้น แล้ว มิตรภาพความผูกพันก็จะได้โอกาสพิสูจน์ในตอนนั้นอีกครั้งหนึ่ง

และจุดนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ผมยังชอบหนังเรื่องนี้ไม่สุด เพราะเรื่องราวที่แม้จะมีจุดหักมุม มีจุดพลิกผัน แต่การผูกเรื่องไปข้างหน้าเพื่อนำไปสู่ จุดขัดแย้ง นั้น รูปแบบการเล่าเรื่องโดยเฉพาะช่วงกลางเรื่องมันค่อนข้างเก่าและเชยไปหน่อย ทำให้เราเดาได้ว่า เดี๋ยวจะต้องมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดตามมาแน่ๆ สำหรับคนที่ดูหนังแนว คุณธรรมน้ำมิตร ประเภท กอดคอกันไว้อย่าให้ใครเจาะกะโหลกนะโหดเลวดี ฯลฯ เมื่อเทียบกับ หนังไทยบางเรื่องแม้ โครงเรื่องจะโบราณแต่ก็ยังมีการเล่าเรื่องที่สนุกกว่า อย่าง 2499 ที่มีความคล้ายคลึงกันเพียงแต่เป็นหนังที่ผูก มิตรภาพ ไว้กับ แก๊งค์อันธพาล ไม่ใช่ เวทีมวย

ไชยา  … เป็นหนังไทยที่คุมนักแสดงทั้งทีมให้เล่นได้ดีแบบเป็นทีม ไม่ใช่เล่นดีสองคน อีกสามคนเหมือนเด็กเส้นมาเล่นเพราะเป็นลูกผู้กำกับ ถ้าในแง่การแสดงในหนังไทยของปีนี้ ผมชอบ ทีมนักแสดงใน พลอย แต่ก็ยอมรับว่า การกำกับนักแสดงใน พลอยซึ่งมีคนเล่นแค่ไม่กี่คน ย่อมต่างจาก ไชยา ที่มากันเป็นสิบ ซึ่ง ไชยา สามารถกำกับ สามนักแสดงนำ สองนักแสดงสาว และ เหล่านักแสดงสมทบ ให้เล่นหนังเป็น ไม่ใช่ ทื่อๆแข็งๆ สามารถเกลี่ยความสำคัญได้ลงตัวไม่ทิ้งขว้างตัวละคร

มีหลายคนเด่นออกมาจนน่าชื่นชม อาทิ สนเดอะสตาร์ ที่ดีมาตั้งแต่เหมืองแร่จนดูเหมือนว่าน่าจะเอาดีกับการเป็นนักแสดงได้อีกไกล หรือ กอล์ฟ พระเอกของเรื่องที่ดูดีขึ้นเมื่อเทียบกับสมัยก่อนโน้น (นักแสดงสาวที่รับบท ศรีไพร ก็ยิ้มหวานจนคนดูอย่างผมฯใจละลายซะเหลือเกิน)

ไชยา  …เป็นหนังไทยที่หากจะล้มเหลว ส่วนหนึ่งก็มาจากการวางหมากโปรโมทได้พลาดโดยไม่รู้ตัว เพราะจากโปสเตอร์กับตัวอักษรชื่อหนังแบบเชยๆ มาผสมกับหนังตัวอย่างที่ออกฉาย พาลพาให้คนดูอาจเข้าใจผิดแล้วไม่อยากจะตีตั๋วเข้ามาดู เพราะนึกว่า เป็นหนังแอคชั่นที่เน้นเอามันส์อย่างเดียวแบบต้มยำกุ้ง หรือ เป็นหนังนักมวยที่มีแต่เรื่องหมัดๆมวยๆชกต่อยกันอย่างเดียว

ถึงจะเน้นไปทางนั้น แฟนๆที่อยากดูหนังแอคชั่นก็คงไม่คิดจะอยากดูมาก เพราะ ถ้าคิดจะขายความเป็นหนังแอคชั่น ฉากแอคชั่นที่มีในตัวอย่างมันก็ไม่ได้สวยงาม ฮือฮา ชนิดยั่วน้ำลายอยากจะตามเข้าไปดูในโรง

เอาเข้าจริง ไชยา ไม่ใช่ หนังแอคชั่นที่ขายความมันส์สำหรับคอหนังแมนๆ แต่ ความแมนของหนังเรื่องนี้มาจาก ชะตากรรมและคุณธรรมน้ำมิตรของตัวละครทั้งสามคน ดังนั้น ไชยา จึงไม่ใช่ ไข่เค็ม และ ไม่ใช่หนังขาโหดที่จัดมาเฉพาะคนดูผู้ชาย แต่เป็นหนังที่ สาวๆก็ดูได้ แถมไม่แน่อาจจะน้ำตารินโดยไม่รู้ตัว

ฉากแอคชั่นหรือศิลปะการต่อสู้แบบมวยไชยา เป็นเพียงพระรอง ที่คอยสนับสนุนพระเอกตัวจริงอันได้แก่ ความเป็นดราม่าหรือมิตรภาพของคนสามคน

…เพื่อนสามคนที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่เล็กๆ เล่นด้วยกัน หนีเที่ยวด้วยกัน โดนฟาดด้วยกัน พวกเขามีความรักในสิ่งเดียวกันนั่นก็คือ การชกมวย และเมื่อมีโอกาส พวกเขาก็จะเรียนรู้ มวยไชยา จากครูมวยซึ่งเป็นพ่อของหนึ่งในสามเกลอนั้น

ทั้งสามคนมีความฝันร่วมกันนั่นคือ การไปให้ถึง เวทีราชดำเนิน ในฐานะนักมวย

แต่ชีวิต ไม่ได้ง่ายดายเหมือนขีดเส้นตามรอยประแล้วจะไปถึงเป้าหมาย เพราะเมื่อพวกเขาได้โอกาสเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตในกรุงเทพ ก็ต้องพบกับ จุดเปลี่ยนที่แบ่งเส้นทางชีวิตให้เดินไปคนละทาง

หนึ่งคน เลือกเป็นนักมวยเดินตามรอยพี่ชายและพ่อผู้เป็นเจ้าของตำนานมวยไชยา

หนึ่งคน ไม่สามารถเป็นนักมวยเพราะสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย แต่เขาก็เป็น ผู้ตาม ที่พร้อมจะลุยในทุกเวทีที่เพื่อนจะเดินนำไป

หนึ่งคน เพราะความหุนหันทำให้ต้องสูญเสียอาชีพนักมวย กลายมาเป็น นักชกใต้ดิน ถลำลงลึกมาพร้อมกับชีวิตใหม่ในการเป็น นักเลง

เส้นทางสายนักเลง อาจจะแลกมากับเงินทอง ก็ใช่ว่าจะทำให้เจ้าตัวมีความสุข เพราะทุกย่างก้าวคือความเจ็บปวด เมื่อต้องมองความฝันของตัวเองพังย่อยยับลงเรื่อยๆ ทั้งที่ตัวเองนั้นก็มีศักยภาพเพียงพอจะเป็นนักมวยที่เลื่องชื่อ มีฝีมือมีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ ต้องมองชีวิตรักที่แตกร้าวลงทีละน้อยจนไม่เหลือร่องรอยที่จะสมานคืน

ยิ่งเดินไปไกลจาก ทางแยก ก็ยิ่งต้องห่างจากความฝันจนแทบจะไม่เห็นทางเดินกลับ ยิ่งถลำไปในทางที่มืดมนจนไม่เห็นแสงสว่างตรงปลายทาง แต่ พวกเขาก็ยังหลงเหลือบางสิ่งที่ไม่เลือนหายตามเส้นทางชีวิตที่เลือกเดิน บางสิ่งที่เริ่มต้นณ.ริมชายหาด บางสิ่งที่ควบคู่มากับความฝันนั่นคือ มิตรภาพที่ผูกทั้งสามคนไว้เหมือนมือที่ไม่ยอมปล่อยบนหน้าผาในตอนต้น

“แล้วเจอกันที่บ้าน” คือ ประโยคสั้นๆที่ทำให้ต้องน้ำตาตลอเมื่อหนังปิดฉากลง เพราะนั่นอาจเป็น ความฝันสุดท้ายของพวกเขาที่ยังมีโอกาสเป็นจริงพร้อมกันทั้งสามคนได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะได้เจอกันในรูปแบบใด

สรุป … ไชยา ไม่ใช่ ไม่ใช่หนังไทยที่ผมชื่นชอบที่สุดของปีนี้ แต่ก็เป็น หนังไทยที่ผมชื่นชม และ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คิดว่า ในช่วงเวลาที่เราๆ เรียกร้องกันอยากให้หนังไทยพัฒนา เรียกร้องถามหาหนังไทยๆดีๆที่ไม่ยัดเยียดคำหยาบ เรียกร้องหนังไทยที่มีบทดีๆไม่ใช่ผีมาหลอกแบร่ๆ หรือ มีแต่หนังตลกประเภทเอามุกมาต่อมุก เมื่อมี มาแล้ว หากจะไม่อุดหนุน ก็ดูจะใจร้ายเกินไป เพราะ ไชยา ไม่ใช่หนังไทยที่ควรเสียตังค์เพียงเพราะ  ‘มันเป็นหนังไทย’  หรือ ‘น่าสงสารจังหนังพอใช้ได้เดี๋ยวผู้กำกับคิดสั้น’  แต่ เป็นหนังอีกเรื่องที่ควรเสียตังค์เพราะมันเป็น ‘หนังดี’

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s