A Quiet Word

ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์

ภัชธีรา กลิ่นสนิท (จิลล์) แปลงเพศ สิงหาคม 27, 2007

Filed under: Uncategorized — Korkai @ 4:17 pm

 

 
ปัจจุบันจำนวนสาวเลสเบี้ยน มีเพิ่มมากขึ้นในสังคมอย่างไม่น่า เชื่อ โดยจำนวนสาวเลสเบี้ยนทั้งที่เป็นทอมและดี้นั้นมีอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน ซึ่งในจำนวนนี้ยังไม่รวมกลุ่มที่ปิด บังตัวเอง

สำหรับสาวหล่อหรือทอมนั้น ในปัจจุบันพบว่ามีการให้ความสำคัญกับรูปร่างที่เหมือนผู้ชายมากขึ้น ทำให้เกิดกระแส "เฉือนนม-ต่อจู๋" กันอย่างโจ่งครึ่ม ไม่เว้นแม้แต่ในแวดวงนางงาม โดยล่าสุดมีกระแสข่าวว่า น.ส.ภัชธีรา กลิ่นสนิท หรือน้องจิลล์ รองนางสาวไทยอันดับ 3 ปี 2533 เป็นอีกผู้หนึ่งที่เปลี่ยนรสนิยมทางเพศมาเป็นสาวหล่อ อีกทั้งยังตัดสินใจพึ่งมีดหมอเฉือน หน้าอกทิ้ง และต่ออวัยวะเพศชาย เพื่อแสดงความเป็น "แมน" อย่างเต็มตัว โดยไม่สนใจว่าจะมีผลร้ายตามมาหรือไม่ อย่างไร

จากการสอบถามไปยังอดีตนักแสดง-นางแบบชื่อดังคนหนึ่งซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของ น.ส.ภัชธีรา มีการพบปะพูดคุยกันบ่อยๆ ทำให้ทราบว่า น.ส.ภัชธีรา ได้เปลี่ยนแปลงรสนิยมส่วน ตัวมานานหลายปีแล้ว เพียงแต่เจ้าตัวไม่อยากเป็นข่าวเพราะอยากใช้ชีวิตแบบส่วนตัว

"หนูคงพูดอะไรมากไม่ได้เพราะเขาไม่ชอบให้พูดเรื่องของเขา บอกได้แค่เพียงว่า ทุกวันนี้ชีวิตของเขาก็แฮปปี้ดี ทุกอย่างลงตัวไม่ว่าจะเป็นด้านไหนก็แล้วแต่ ในเมื่อเขาแฮปปี้กับชีวิตเขาแล้ว ก็ไม่อยากไปยุ่งอะไร

ตอนนี้จิลล์ทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่โรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่ง เขาก็มีหน้าที่การงานที่ดี ไม่มีปัญหาอะไร เขาชอบปลีกวิเวกอยู่อย่างเงียบๆ บางทีโทรศัพท์ไปหาเขา เขาก็ไม่รับสาย ถึงได้บอกว่าไม่อยากเข้าไปยุ่งกับชีวิตเขามาก ปล่อยเขาไปเถอะ"

ในขณะที่เพื่อนนางงามรายหนึ่งได้กล่าวกับ "บางกอกทูเดย์" ว่า เคยพบ น.ส.ภัชธีรา เมื่อหลายปีก่อน และได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของ น.ส.ภัชธีรา อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรงผม การแต่งกาย และรูปร่างหน้าตาที่ไม่เหลือเค้านางงามไว้ให้เห็นเลย ปัจจุบันเขาดูเหมือนผู้ชายหน้าสวย รูปร่างสูงใหญ่ หลายคนที่ไม่รู้จักจะไม่แน่ใจว่าเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ถ้าเป็นในแวดวงเลสเบี้ยนจะรู้จักเป็นอย่างดี และตนยังได้ทราบข้อมูลจากเพื่อนของ น.ส.ภัชธีรา อีกว่า เจ้าตัวได้ตัดหน้าอกขนาด 36 นิ้วทิ้งไปแล้ว อีกทั้งยังเดินทางไปต่างประเทศเพื่อแปลงเพศเป็นผู้ชายเต็มตัวด้วย

เผยทอมประกวดนางงามเกือบทุกปี

ด้าน นายวิศเวศ วัฒนสุข ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนางงามเจ้าของรางวัลแฟนพันธุ์แท้นางงาม ได้กล่าวถึงวงการนางงามว่า เกือบทุกปีที่มีกาประกวด นางงามไม่ว่าจะเป็นเวทีเล็กหรือใหญ่ก็ตาม มักจะมีทอมหรือเลสเบี้ยนแฝงเข้ามาร่วมประกวดด้วย ซึ่งเป็นแบบนี้มาหลายยุคหลายสมัยแล้ว

"เท่าที่จำได้อย่างปี 2514 ก็มีทอมเข้าประกวด นางสาวไทย ติด 1 ใน 10 ด้วย ตอนนี้ก็ยังอยู่ในแวดวงไฮโซ หรืออย่างปีของ ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ก็มีทอมมาประกวดด้วยเหมือนกัน หรืออย่างสุนทรีย์ ไชยครุฑ ซึ่งเป็นแฟนกับ เปิ้ล-วีนัส มีวรรณ ก็เป็นทอมเหมือนกัน

ถ้าถามผมว่ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องแบบนี้ ผมเฉยๆ เพราะถือว่าเป็นรสนิยมส่วนตัว และในกฎการประกวดก็ไม่มีข้อห้ามเรื่องนี้อยู่ด้วย และผมคิดว่าถ้าเขาได้ตำแหน่งซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ 1 ปี ถ้าในช่วงที่ดำรงตำแหน่งแล้วเขาไม่ทำอะไรที่เสียหายหรือน่าเกลียด ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร เขาไม่ผิดที่เกิดมาเป็นทอมหรือเลสเบี้ยน"

"เลสเบี้ยนบางคนก็มีความรักสวยรักงาม รูป ร่างหน้าตาเขาสวย เขาก็เข้ามาประกวดเพราะอยากได้ชื่อเสียง ตำแหน่ง และรางวัล เพื่อทำให้ชีวิตของตนเองดีขึ้นก็มี ตรงนี้จะไปว่าเขาได้อย่างไร ทุกคนก็มีสิทธิ์เหมือนกันหมดอยู่แล้ว"

เสียดายความสวย-ตำแหน่ง
นายวิศเวศ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ภัชธีรา หรือ จิลล์ ได้เปลี่ยนแปลงรสนิยมทางเพศไปเป็นทอม ว่า โดยส่วนตัวแล้ว ตนไม่รู้จักกับ น.ส.ภัชธีรา ทราบแต่ว่าเป็นรองนางสาวไทยปี 2533 และได้ติดตามเรื่องราวของ น.ส.ภัชธีรา มาบ้างเหมือนกัน เพราะเห็นว่าเป็นนางงามที่หน้าตาสวย น่ารัก

"ผมเคยทราบข่าวคราวของคุณจิลล์มาบ้างเหมือนกัน เท่าที่ทราบก็คือคุณจิลล์เคยเป็นแฟนกับ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง หลังจากเลิกกันก็ยังมีแฟนผู้ชายอีก 1 คน แต่หลังจากนั้น คุณจิลล์ก็เงียบหายไป เมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน
ผมก็ถามเพื่อนในวงการนางงามว่าคุณจิลล์เป็นอย่างไรบ้าง ก็ได้คำตอบว่าคุณจิลล์เธอเป็นทอมไปแล้ว ตัดผมสั้นๆ แต่งตัวเหมือนผู้ชายไปเลย แต่เรื่องที่ไปศัลยกรรมตัดหน้าอกนั้น ผมไม่ทราบ

รู้ข่าวตอนแรกก็ตกใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนหลังๆ ก็เฉยๆ แล้ว ในความเห็นของผม เรื่องของการแปลงเพศเป็นเรื่องส่วนตัวก็ว่ากันไม่ได้ เพราะความสุขของคนเรานั้นมันไม่เหมือนกัน แต่ถ้ามองในแง่ของเวทีนางงามก็ต้องบอกว่ารู้สึกเสียดายความสวย เสียดายตำแหน่งที่เขาได้มาครองตั้ง 4 ตำแหน่งจากเวทีนางสาวไทยและเวทีต่างประเทศ ก็ได้แต่เสียดายแต่ผมก็เคารพในการตัดสินใจของคุณจิลล์"

เส้นทางนางงามของ"จิลล์"
น.ส.ภัชธีญา กลิ่นสนิท หรือ จิลล์ เป็นสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน อิมพอร์ตสหรัฐอเมริกาเพื่อมาประกวดนางสาวไทยในปี 2533 ด้วยรูปร่างสูงขาว หน้าตาสวยหวาน นิสัยเรียบร้อย ทำให้เธอเป็นนางงามตัวเก็งของการประกวดในปีนั้น ความโดดเด่นของเธอเพิ่มมากขึ้นเมื่อกองประกวดได้เดินทางไปเก็บตัวนางงามที่ จ.ตรัง และ จ.ระนอง จิลล์สามารถคว้าตำแหน่งขวัญใจชาวตรัง และขวัญใจชาวระนอง มาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้จิลล์ยังคว้าตำแหน่งขวัญใจช่างภาพและสื่อมวลชน มาเป็นรางวัลที่ 3 ให้ตัวเองได้อีกด้วย

แต่เมื่อถึงวันประกวดจริงนั้น จิลล์กลับได้ตำแหน่งรองอันดับ 3 โดยมี น.ส.ภัสราภรณ์ ชัยมงคล คว้ามงกุฎไปครอง เนื่องจากจิลล์พูดและฟังภาษาไทยได้น้อยมาก เมื่อเจอคำถามบนเวทีที่ค่อนข้างยาก ทำให้ตอบคำถามได้ไม่ดีเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม จิลล์ได้เดินทางไปประกวดที่ประเทศฟินแลนด์ และสามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 Queen of the Midnight Sun 2533 ณ ประเทศฟินแลนด์ ได้เป็นผลสำเร็จ

หลังจากลงจากเวทีนางสาวไทย จิลล์กลับไปเรียนหนังสือและรับงานแสดงและงานเดินแบบไปด้วย ก่อนจะเงียบหายไป จนเมื่อประมาณปี 2537 จิลล์มีผลงานวาบหวิวในอัลบั้มเซ็กซี่ "HEAT" จนเป็นที่ฮือฮามาแล้วครั้งหนึ่ง โดยในขณะนั้นมีกระแสข่าวว่า สาเหตุที่เธอเลือกมาถ่ายภาพเซ็กซี่นั้นเพราะต้องการประชดความรักที่เพิ่งอับปางลงระหว่างตัวเธอกับนักร้องชื่อดัง ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ซึ่ง หันไปคบหากับนางเอกค่ายอาร์เอส นิ้ง-กุลสตรี ศิริพงษ์ปรีดา แต่อย่างไรก็ตาม จิลล์ได้ออกมาปฏิเสธ ข่าวดังกล่าวและยืนยันว่าการถ่ายภาพหวิวในครั้งนั้นเป็นเพราะอยากถ่ายเอง ไม่ใช่อกหักแต่อย่างใด

หมอเตือนต่อจู๋เป็นชายไม่คุ้มเสี่ยง
สำหรับในเรื่องของการผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชายนั้น รศ.นพ.ประยุทธ โชครุ่งวรานนท์ ศัลยแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดแปลงเพศ กล่าวว่า ปัจจุบันมีหญิงที่อยากผ่าตัดแปลงเพศเป็นชายอยู่พอสมควร และการผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชายไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดในประเทศไทย เองหรือต่างประเทศพบว่ายังไม่ได้ผล 100%

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดแปลงเพศจากหญิง เป็นชายในปัจจุบันยังห่างไกลจากจินตนาการมาก และถือว่าได้ไม่คุ้มเสี่ยง เพราะเป็นการผ่าตัดที่อาจต้องผ่ามากกว่า 1 ครั้ง ทั้งตัดหน้าอก มดลูก และต่ออวัยวะเพศชาย นอกจากนี้การผ่าตัดยังอาจให้ผลที่ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะอาจจะได้แค่รูปร่างคืออวัยวะเพศชาย แต่หน้าที่การทำงานอาจจะใช้แค่ยืนปัสสาวะได้ แต่อวัยวะเพศไม่แข็ง ซึ่งต้องผ่าตัดแก้ไขด้วยการใส่แกน และอาจทำให้เกิดปัญหาแกนทะลุตามมาได้

ส่วนปัญหาในเรื่องโรคแทรกซ้อนนั้น เท่าที่พบจะมีเยอะมาก โดยเฉพาะปัญหาท่อปัสสาวะรั่ว และแผลเป็นที่ต้นแขน ต้นขาหรือหน้าท้อง เนื่องจากแพทย์ต้องนำผิวหนังจากบริเวณดังกล่าวมาใช้ในการตกแต่งอวัยวะเพศ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแปลงเพศในปัจจุบันนั้นจะตกอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท หรืออย่างน้อย 500,000-600,000 บาทขึ้นไป ซึ่งแพงกว่าการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงถึง 3 เท่า

"การเป็นหญิงรักหญิงนั้น ไม่จำเป็นว่าต้องผ่าตัดแปลงเพศเป็นชายเสมอไป เพราะถ้าพิจารณาจากผลที่ได้และเงินที่ลงทุนไปแล้ว ถือว่า ไม่คุ้ม หรือถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็เปรียบได้เหมือน การลงทุนไป 3 ล้านบาท แต่ได้จักรยานมาคันเดียว"

: : ข่าวจาก บางกอกทูเดย์ : :

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s