A Quiet Word

ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์

ღ¸ สะกดจิตลดความอ้วน สิงหาคม 6, 2007

การสะกดจิตคือกระบวนการให้ข้อมูลกับจิตใต้สำนึก ซึ่งมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายในของบุคคลนั้น เริ่มตั้งแต่ นิสัย บุคลิกภาพ พฤติกรรม ความเชื่อ ไปจนถึงระบบการทำงานบางอย่างของร่างกาย การสะกดจิตเกี่ยวข้องกับจิตใต้สำนึก แล้วจิตใต้สำนึกมีอิทธิพลอย่างไรกับเรา

เมื่อจิตใต้สำนึกได้รับข้อมูลอะไรเข้าไปเป็นการฝังแน่น ถาวรแล้ว จิตใต้สำนึกจะทำให้เราเป็นอย่างนั้นไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว จนกว่าจะมีการแก้ไขข้อมูลในจิตใต้สำนึก ยกตัวอย่างคนกลัวแมว กลัวความสูง กลัวเข็มฉีดยา หรือกลัวอะไรที่พิเศษ ประหลาดกว่าคนอื่น หลายคนจำไม่ได้ว่าเพราะอะไร แต่ถ้าย้อนไปในวัยเด็ก พ่อหรือแม่หรือผู้ใหญ่อาจจำแทนเราได้ เช่น ตอนเด็กๆ ถูกแมวกระโจนใส่ ด้วยความตกใจนั้นเองจิตใต้สำนึกได้เปิดขึ้นและรับเอาข้อมูลนั้น ความกลัวอย่างอื่นก็เกิดจากพฤติกรรมคล้ายๆกัน สังเกตว่า เวลาที่เราตกใจชนิดใจหาย ความตกใจนั้นรุนแรงมากเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น สภาวะนั้นจิตใต้สำนึกจะเปิดและรับเอาข้อมูลเข้าไว้ ทั้งหมดนี้มาจากกระบวนการที่เรียกว่าทฤษฎีไม้กระดก เมื่อเราใช้สมอง หมายถึงจิตสำนึกก็ทำงานไปด้วย แต่พอหยุดใช้สมอง จิตสำนึกก็จะหยุดทำงาน ในขณะที่จิตใต้สำนึกก็จะตื่นขึ้น เปิดขึ้น เป็นฝ่ายทำงานแทนทันที

การทำงานระหว่างจิตสำนึกกับจิตใต้สำนึกจะสลับกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งเปิด อีกฝ่ายจะปิด ขณะเดียวกันถ้าฝ่ายหนึ่งเปิดนิดหน่อย อีกฝ่ายก็จะปิดนิดหน่อย เหมือนไม้กระดก ที่หากฝั่งหนึ่งขึ้นสูงมากที่สุด อีกฝั่งก็จะลงต่ำสุด และหากฝั่งหนึ่งลงมาอยู่กึ่งกลาง อีกฝั่งก็จะขึ้นมาเสมอกัน ฉะนั้น จิตใต้สำนึกกับจิตสำนึกก็สามารถอยู่ในภาวะกึ่งเปิดกึ่งปิดพร้อมกันได้ ซึ่งอาจเรียกว่าภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นหรือภวังค์ก็ได้ ฉะนั้นการเข้าสู่ภวังค์ หรือภาวะจิตใต้สำนึกเปิด ไม่จำเป็นที่เราจะต้องหลับ เพียงแต่ลดการใช้สมองลง ภาวะที่ใช้สมอง เช่น เครียด ตั้งใจ มอง ฟัง พูด อ่าน เขียน สังเกต เฝ้ารอ ล้วนเป็นภาวะที่ใช้สมอง เมื่อลดการใช้สมองลง จิตสำนึกก็จะลดลงไปด้วย ทำให้จิตใต้สำนึกตื่นขึ้นมารับข้อมูล การตกใจ หรือดีใจสุดขีด ก็เป็นการเปิดจิตใต้สำนึกอย่างหนึ่ง สังเกตเวลาเราตกใจ เราลืมทำทุกอย่างไปเลย แม้แต่หายใจบางทียังลืม ภาวะนี้เอง จิตสำนึกก็ตกลง จิตใต้สำนึกก็ตื่นขึ้น ถ้ามีข้อมูลด้านลบเข้าไป ก็จะกระตุ้นเราไปในทางนั้นทันที เช่น ให้ตกใจกลัวแมว กลัวความสูง กลัวเข็มฉีดยา ฯลฯ
อีกวิธีที่ข้อมูลจะเข้าสู่จิตใต้สำนึกก็คือ ภาวะการทำซ้ำๆ เช่น คิด ซ้ำๆ พูดซ้ำ ๆ ทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำๆ จิตใต้สำนึกจะรับข้อมูลเข้าไปทีละน้อยในภาวะที่เราตื่นอยู่ ซึ่งต้องอาศัยเวลานานแรมเดือนขึ้นไป
ทีนี้ ความอ้วนเกี่ยวอะไรกับการสะกดจิต ความอ้วน หากเกิดจากนิสัยการกินที่กินไม่เลือก กินไม่ยั้ง หรือกินแต่ของชวนอ้วน จุดเริ่มต้นอาจมาจากหลายอย่าง เช่น เครียด เหงา ชอบกิน เลิกสูบบุหรี่ ฯลฯ แต่พอทำไปนานๆก็ติดเป็นนิสัย คนอ้วนที่อยากลดน้ำหนักจะรู้ว่า ก็แค่กินให้น้อยๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ผอมแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้ หรือที่ใช้ยาก็รู้ว่าวิธีที่ตัวเองทำอยู่ไม่ได้เป็นการแก้ที่ต้นเหตุ หยุดยาก็กลับมาอ้วนใหม่ คนที่เอาชนะจิตใจตัวเองได้จึงจะลดความอ้วนลงได้ ส่วนคนที่เอาชนะจิตใจของตัวเองไม่ได้ ชีวิตก็สลับกันไปกับความอ้วน ความกลุ้ม ดีใจที่ลดน้ำหนัก และฉลองด้วยกันกินครั้งใหม่วนเวียนอยู่อย่างนี้ เป็นเพราะจิตใต้สำนึกมีความทรงจำของลักษณะนิสัยการกินที่ไม่ปกติ ทำใจเท่าไหร่ก็ไม่ได้ แต่การสะกดจิตจะแก้ปัญหาเรื่องการทำใจได้ ให้เรามีนิสัยมุ่งมั่น และรู้สึกเบื่อของหวาน เบื่อของมัน เบื่อการกินจุกจิก เปลี่ยนมากินน้อยๆโดยไม่ต้องบังคับควบคุมตัวเอง และเราก็จะผอมลงเป็นปกติ วิธีการนี้เมื่อได้ผลแล้ว จะมีผลถาวรตลอดไปเพราะเป็นการไปเปลี่ยนนิสัยของเราโดยถาวร 

ที่มา http://www.thaihypno.com
 

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s