A Quiet Word

ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์

ღ¸ มิติที่ 4 คือเวลา แล้วมิติที่ 5 คืออะไร สิงหาคม 1, 2007

Filed under: Uncategorized — Korkai @ 4:24 pm

มิติที่  2 (กว้าง x ยาว) คือ มิติที่ 1 (เส้นยาวไม่มีความกว้าง)  มาเรียงต่อกัน
มิติที่ 3 (กว้าง x ยาว x สูง) คือมิติที่ 2 มาเรียงซ้อนกัน
มิติที่ 4 (กว้าง x ยาว x สูง x เวลา) คือ มิติที่ 3 มาเรียงต่อกัน เป็นภาพเคลื่อนไหว
มิติที่ 5 คือ มิติที่ 4 หลายๆ อันมาเรียงต่อกัน กลายเป็นโลกคู่ขนาน
มิติที่ 6 คือ มิติที่ 5 หลายๆ อันมาเรียงต่อกัน . . . เป็นอะไรไม่รู้อ่ะ

จากคุณ : อยู่คนเดียวเปล่าเปลี่ยวใจ

ใช่ครับ มิติที่ห้า ก็คืออีกมิติหนึ่งที่คล้ายๆ โลกสามมิติ ซ้อนทับกันอยู่  
นักวิทยาศาสตร์ควอนตัมบอกว่า มิติที่ห้า ก็คือจักรวาลคู่ขนาน และไม่ใช่เฉพาะมิติที่ห้า ยังมีมิติที่ 6…7….8…9…10…11 ซ้อนทับกันจนคำนวณไม่ได้ว่ามีเท่าไหร่ (เป็นอนันต์ )  

สรุปก็คือ มิติที่ห้า เป็นมิติที่ คล้ายๆโลกสามมิติ แต่กฎของฟิสิกส์ที่ใช้กับโลกสามมิติที่เราอยู่ รวมไปถึงคาบเวลา(ความเร็วแสง) นำไปใช้กับมิติที่ 5 ขึ้นไปไม่ได้ แต่ละมิติจะมีกฎทางฟิสิกส์ ความโน้มถ่วง และคาบเวลา (ความเร็วแสง) ที่สอดคล้องกับมิติของตัวเอง
ถ้าเรารู้ความลับของแสงและแรงโน้มถ่วงมากกว่านี้ เป็นไปได้ว่า แสงจะเป็นตัวนำให้เราเข้าไปสู่มิติที่ 5 ได้  (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเราสามารถเดินทางความเร็วเหนือแสง )

ความเร็วแสงเป็นความเร็วต้องห้ามของโลกสามมิติ นั่นหมายความว่า ไม่มีสิ่งใดในโลกสามมิติที่สามารถทำความเร็วได้เท่าความเร็วแสงเป๊ะๆ  แต่สามารถทำความเร็วเหนือแสงได้ ( ก็คือทะลุมิติ ) แต่ ณ.ความเร็วขนาดนั้นตัวเราจะเล็กลงมาก เล็กกว่าเชื้อโรคเสียอีก ในขณะที่มวลก็เพิ่มขึ้นมหาศาล มิติที่ 5 เป็นมิติที่เล็กมากๆ เมื่อเทียบกับโลกสามมิติ
ที่เราเห็นโลกเป็นอย่างทุกวันนี้ เพราะแสงอย่างเดียวครับ และแสงเป็นตัวกุมความลับของมิติไว้ด้วย
ผมรู้เท่านี้ อาจจะเป็นแค่จินตนาการ  รอผู้รู้ท่านอื่นๆมาตอบต่อไป

จากคุณ : ปัจจตัง (ปัจจตัง)

เอ้อ….มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ ไม่ใช่ มิติแบบโลกของเราครับ

ถ้าในทางคณิตศาสตร์ เราสามารถสมมติมิติที่ 5 ขึ้นมาได้ใน Spatial Space…หมายความว่าเป็นโลกที่
เหมือนกับโลก 4 มิติที่เราอยู่ เพียงแต่เพิ่มโลกอีก 1 มิติ เข้าไป…ทางคณิตศาสตร์สามารถทำได้
สิ่งที่ต้องทำก้อเพียงแค่หา Topology ของมิติใหม่ อาจจะจินตนาการยาก แต่สามารถทำได้ นั่นคือมิติ
แบบที่ Rep บนๆกล่าวไว้

แต่นั่นเป็นแค่โมเดลสมมติทางคณิตศาสตร์ครับ

มิติที่เหนือกว่ามิติที่ 4 เช่น 5,6,7,…,11 อย่างที่เราได้ยินกันบ่อยๆในบทความเกี่ยวกับฟิสิกส์นั้น มัน
มีที่มาเป็นเรื่องเป็นราวครับ

ในทาง Modern Physics เราค้นพบ "แรง" มูลฐานของจักรวาลอยู่ 4 ชนิด แรง 4 ชนิดนี้ อธิบาย
ปรากฏการณ์ของจักรวาลทั้งหมด ตั้งแต่ความร้อน พันธะเคมี แรงเสียดทาน พลังงานจลน์ ฯลฯ
แต่ปัญหาคือ แรงทั้งสี่นี้ ดันเป็นเอกเทศกัน หมายความว่าเรายังไม่สามารถรวมสมการของแรงทั้ง 4 นี้
เข้าด้วยกันในสมการเดียวกันทุกแรงได้ หากเราสามารถทำได้ จะเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอา
รายธรรมของมนุษยชาติ เพราะเราจะสามารถคาดเดาพฤติกรรมของจักรวาลได้ทั้งใบ เราเรียกสมการ
รวมสูงสุดนี้ว่า Grand Unified Theory หรือเรียกอีกอย่างว่า Theory of Everything

จากคุณ : pzifrius

แต่มันไม่ง่ายอย่างงั้น เพราะแรงแต่ละชนิดมันก้ออยู่ในโลกของมันเอง นักฟิสิกส์ต้องการจะรวมแต่
ละแรงเข้าด้วยกัน จึงต้องสร้างมิติพิเศษขึ้น โดยสมมติไปก่อนว่าแรงต่างชนิดกัน จะสามารถ link ถึง
กันได้ในมิติเศษนี้…เมื่อสมมติดังนี้แล้ว จึงค่อยหาว่ามิติพิเศษนี้ มันควรจะมีคุณลักษณะอย่างไร

ตัวอย่างเช่น Kaluza-Klein Theory โดยนักฟิสิกส์ชื่อ Kaluza คิดขึ้นมาตั้งแต่ราวๆต้น 19xx เป็น
ทฤษฎีที่พยายามรวม Electromagnetism เข้ากับ Gravitation โดยสมมติว่าแรงทั้งสองนี้ แม้ว่าจะ
independent กันใน 4 มิติ แต่สามารถรวมกันได้ในมิติพิเศษ ซึ่งเราจะเรียกมิติสมมตินี้ว่ามิติที่ 5

แต่จากสมบัติของแรงทั้งสองที่แตกต่างกัน ทำให้ผลการคำนวณมิติที่ 5 นี้ไม่เป็น Spatial Space
ความหมายคือมันไม่ใช่มิติอย่างที่เราเข้าใจ แต่เป็นมิติเล็กๆ(สมมติ)ที่ขดซ้อนอยู่ในโลก 4 มิติของเรานี่
แหละ โดยรูปร่างจากการคำนวณได้เป็นรูปทรงกระบอกที่เล็กมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนจินตนาการความเล็กไม่
ออก ซ้อนอยู่ในโลกของเรา….เช่นเดียวกัน ใน M-Theory ที่นำแสนอมิติพิเศษอีก 7 มิตินอกเหนือจาก
4 มิติปัจจุบัน ก้อเป็นสิ่งสมมติเช่นกัน

พูดง่ายๆว่าโลกเรายังคงมี 4 มิติ (Spatial Space) เพียงแต่พวกมิติพิเศษนี้มันสมมติขึ้นเพื่อใช้
แก้สมการเพื่อรวมแรงเข้าด้วยกันครับ

จากคุณ : pzifrius

มิติคู่ขนานมันก็คล้ายฮาโมนิคของความถี่ ไล่ลงไปเป็นลำดับ จะบอกว่าเงาของเราคือเราจะว่าใช่ก็ใช่จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่แต่เงามันก็ไม่ได้เคลื่อนไหวด้วยความคิดของมันแต่มันเคลื่อนไหวด้วยความคิดของเรา

จากคุณ : . –

มิติที่4คือเวลา แล้วมิติที่5คืออะไร ขอที่มิติที่4ก่อน
What is the Fourth Dimension?
http://www.geocities.com/CapeCanaveral/7997/whatis4d.html
สมมุติ3มิติเป็นลูกบาศก์ ถ้าเลื่อนลูกบาศก์ไปแทนมิติที่4hypercube.
ขณะที่3มิติปริมาตรคือความยาวกำลัง3 4มิติปริมาตรคือความยาวกำลัง4
http://www.geocities.com/CapeCanaveral/7997/hypercube.html
So perhaps when we draw a 4 dimensional cube, we can draw two cubes and connect the diagonal vertices. That figure is called a hypercube. Keep in mind that trying to express a 4 dimensional hypercube on a 2 dimensional surface is not very helpful. But it at least helps you understand the kind of progression going on. Visualizing 4th dimensional objects is not important if you merely want do some simple computations. For instance, in 3 dimensions, the volume of a sphere is 4/3(pi)r^3, however the hypervolume of a 4 dimensional hypersphere is determined by 1/2(pi^2)r^4.

สมมุติคริสตินาอยู่ห้องที่โรงแรม ห้องเดียวกับผมแต่คนละวัน
นั่นเพราะมีมิติเวลากั้นเรา2คน

จากคุณ : เมษ (ชื่อนี้ได้มั้ยฮะ)

http://en.wikipedia.org/wiki/Fifth_dimension

ในคณิตศาสตร์ระบุตำแหน่งในที่ว่าง N มิติคือเอากี่มิติก็ได้
In physics and mathematics, a sequence of N numbers can be understood to represent a location in an N-dimensional space. When N=5, one of these numbers is sometimes colloquially called the fifth dimension. This usage may occur in casual discussions about the fourth dimension. Abstract five-dimensional space occurs frequently in mathematics, and is a perfectly legitimate construct.

http://en.wikipedia.org/wiki/Space
ในคณิตศาสตร์ที่ว่าง space คือเซทที่คุณสมบัติเฉพาะ
Space is a set, with some particular properties and usually some additional structure, such as the operations of addition or multiplication, for instance.

http://en.wikipedia.org/wiki/Set
เซทคือหมู่เหล่าอะไรที่คุณสมบัติเฉพาะ
In mathematics, a set can be thought of as any collection of distinct objects considered as a whole.

http://en.wikipedia.org/wiki/Fifth_dimension
ในฟิสิกส์มิติที่5เพิ่มจาก4มิติ เชื่อว่าเกรวิตอน-อนุภาคแรงโน้มถ่วงหายไป
หาไม่เจอเลยโทษว่าคงหายไปในมิติที่5หรือมากกว่า5
In physics, the fifth dimension is a hypothetical extra dimension beyond the usual three spatial and one time dimensions. Some scientists have speculated that the graviton, a particle thought to carry the force of gravity, may "leak" into the fifth or higher dimensions which would explain how gravity is significantly weaker than the other three fundamental forces.

ทฤษฎีคาลูซ่า-ไคลน์ใช้มิติที่5รวมแรงโน้มถ่วงกับแรงแม่เหล็กไฟฟ้า
http://en.wikipedia.org/wiki/Kaluza-Klein_theory
The Kaluza-Klein theory used a fifth dimension to unify gravity with the electromagnetic force, and now is seen as essentially a gauge theory with gauge group the circle group. M-theory suggests that space-time has eleven dimensions, seven of which are "rolled up" to below the sub-atomic level.


จากคุณ : เมษ (ชื่อนี้ได้มั้ยฮะ)

มิติมันเป็นการอัางอิงตำแหน่ง ในSpace หรือพูดอีกอย่างว่ามิติคือความสามารถที่จุดๆหนึ่ง(หรือสิ่งๆหนึ่ง)จะสัมพันธ์กันได้ (หรือยอมให้มีการเคลื่อนที่ได้)
ลองดู ว่าถ้ามี ภาพถ่ายโฮโลแกรมนิ่ง ของก้อนหินอยู่บนพื้น นั้นคือมีแค่ 3 มิติ คุณจะไม่รู้ว่า ก้อนหินกำลังเคลื่อนที่อยู่หรืออยู่นิ่งเฉยๆ
ดังนั้นต้องมีมีติที่ 4 คือเวลามาเพื่อโยงให้เห็นว่ามันกำลังเคลื่อนที่อยู่
มิติสูงขึ้นก็เป็นการโยงความสัมพันธ์ตาม pzifrius ว่ามาแหละครับ

ป.ล. มิติมีเป็นทศนิยมด้วย

จากคุณ : KL

 

4 Responses to “ღ¸ มิติที่ 4 คือเวลา แล้วมิติที่ 5 คืออะไร”

  1. เด็กน้อยในป่าใหญ่ Says:

    ส่วนตัวผมเองคิดว่า Gravity ครับ แรงโน้มถ่วงนั่งเอง

  2. มั่วๆเอาน่ะ Says:

    ความเร็วแสงอยู่ที่ประมาณ 300,000 กิโลเมตร/วินาที
    กฏของแสงคือเมื่อสิ่งใดก็ตามที่ทำความเร็วเท่าแสงเวลาของสิ่งๆนั้นจะหยุด = 0
    เปรียบเทียบเหมือนเรานั่งรถไฟคันหนึ่งที่ทำความเร็วในอัตราเร่ง วิ่งไล่ขบวนรถไฟอีกขนวนที่วิ่งด้วยความเร็วคงที่(เปรียบเสมือนเป็นแสง) เมื่อถึงจุดหนึ่งที่รถไฟขบวนของเราทำความเร็วเท่าเทียมกันเราจะเห็นรถไฟขบวนข้างๆไม่มีการเคลื่อนไหวในลักษณะที่เคลื่อนตัวออกห่างไปข้างหน้าหรือถอยหลังเลย

    ฉนั้นการข้ามมิติไปอีกมิติหนึ่งนั้นแสงจะไม่สามารถทำได้ เพราะแสงเป็นอนุภาคซึ่งตกอยู่ภายใต้อิทธิพลแรงโน้มถ่วงของมิติที่ 5 ควบคุมอยู่ และแสงนั้นและเวลาจะบิดเบี้ยวไปตามขนาดของมวลที่มีปัจจัยของ ความเร็ว และ เวลา ดังนั้นมิติแต่ละมิติมีมวลที่ต่างกันแรงดึงดูดที่ต่างและความเร็วกับเวลาก็ต่างกันไปด้วย เช่น วงโครจรของดาวเดราะห์ในระบบสุริยะของจักรวาลนี้มีระยะทาง ความเร็วช้าและขนาดของมวลจนส่งผลให้แสงเดินทางไม่เท่ากัน
    ในมิติที่มวลมากและมีแรงดึงดูดสูงอาจทำให้แสงเคลื่อนที่ได้ช้าลงและเมื่อแสงเดินทางช้าลงได้เราอาจจะพบกับ อนุภาคของแรงโน้มถ่วงก็เป็นไปได้ และหากถึงตรงนั้นการเดินทางข้ามมิติจึงน่าจะมีความเป็นไปได้

  3. มั่วๆเอาน่ะ Says:

    อีกอย่างคือ เราจะทะลุมิติได้ก็ต่อเมื่อ มีสิ่งที่สามารถทำความเร็วมากกว่าแสง และไม่ใช่อนุภาค
    เพราะแสงควบคุมสรรพสิ่งทุกอย่างของจักรวาลนี้ ดังนั้นการที่จะหลุดออกจากมิตินี้และอีกมิติหรือการเดินทางข้ามมิตินั้นจะทำได้ก็ต่อเมื่อต้องย่อขนาดให้เล็กลง


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s