A Quiet Word

ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์

ღ¸ Instinct ทำให้ไม่ได้ ขอโทษที่ผิดสัญญา สิงหาคม 31, 2007

Filed under: Entertainment — Korkai @ 3:00 am
 

"โปรดส่งใครมารักฉันที" คือ เพลงแรกที่ทำความรู้จักกับคนฟัง ในฐานะเพลงแรกของวง "Instinct" วงน้องใหม่ในสังกัดมอร์มิวสิค ที่มีงานรวมอยู่ใน More Cattle (ร่วมด้วย แบล็คเฮด ซีล เดอะ คิงคอง ธรรพ์ณธร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา) compilation ล่าสุดของสังกัดดังกล่าว

หากแต่สมาชิกอินสติงท์ ไม่ใช่คนหน้าใหม่โดยสิ้นเชิง เพราะหาก "instinct" หรือสัญชาตญาณ คือสิ่งที่ติดตัวหรือติดอยู่ในจิตวิญญาณของผู้คนตั้งแต่กำเนิด สัญชาตญาณของวงนี้ กำเนิดขึ้นโดยสองคนดนตรี อดีตสมาชิกวงเกิร์ล : ปาล์ม – ปรียวิศว์ นิลจุลกะ (ร้องนำ) และ ปอ – อนุกานต์ จันทร์อุไร (เปียโน)

เกิร์ล มีอัลบั้มมาแล้ว 3 ชุด ในสังกัด มิวสิคบั๊คส์ ได้แก่ Girl, Show Girl, Feel มีหลายเพลงได้รับความนิยม อาทิ เปลือง, ข้องใจ, ข้ออ้าง, แล้วเธอจะมาอีกไหม ฯลฯ ก่อนสมาชิกจะแยกย้ายกันไปทำภารกิจของตัวเอง บางคนเป็นโปรดิวเซอร์ บางคนทำงานบริษัท บางคนยังเล่นดนตรีอยู่ และแม้จะไม่ได้มีผลงานต่อในนามวงเดียวกันทุกคน มิตรภาพยังคงอยู่

"ทุกคนยังเป็นเพื่อนกันน่ะครับ วันนี้ (วันแถลงข่าวอัลบั้ม มอร์ แคทเทิล) ก็มากันหมด มือกลองคนแรกทำงานบริษัท ก็ลางานมา (ยิ้ม)

นอกจากความเป็นเพื่อนแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่น่าจะติดตัวทุกคนแม้จะทำเพลงต่อหริอไม่ก็คือ การเป็นอดีตสมาชิกวงเกิร์ล และการออกอัลบั้มมาแล้วถึง 3 ชุด แม้ ปาล์ม กับ ปอ จะมีผลงานในนามวงใหม่ ด้วยส่วนผสมทางดนตรีที่ต่างออกไปจากเดิม คือการเน้นบทบาทของเปียโนหรือคีย์บอร์ดในตัวเพลงมากขึ้น แต่เมื่อเห็นหน้าหรือชื่อ คนรู้จักเกิร์ลก็จำได้ แล้วพวกเขาล่ะ จำตัวเองว่าเป็นคนหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ในวงการเพลงแค่ไหน

"จริงๆ เรื่องทำงานเราคิดว่าเราอยู่มานานแล้ว แต่เวลาพรีเซนต์เรารู้สึกว่าเราเป็นวงใหม่ เพราะเราไม่บอกใครเลยว่าเราเป็นวงเกิร์ลมาก่อน ส่งแผ่นไปให้สถานีวิทยุเปิดก็ส่งในชื่อ อินสติงท์ คนก็ "เอ๊ะ ใครวะ" พูดง่ายๆ คือเราไม่ได้พึ่งของเก่าเลย ก็อยากจะรู้ว่า ถ้าเราไม่ได้พึ่งอะไรเลยนี่ เพลงจะไปได้ไกลแค่ไหน ก็ลองดู"

จากสถิติทีค่อนข้างดีในชาร์ทเพลงคลื่นต่างๆ ท่าทาง โปรดส่งใครมารักฉันที จะไปได้ไกลและถูกใจคนฟังมากพอดู แต่ก็ต้องดูกันต่อไป พวกเขายังมี ขออยู่คนเดียว ใน More Cattle และมีเพลงครบครันสำหรับอัลบั้มเต็มซึ่งอินสติงท์หวังว่าจะได้วางแผงต้นปี 2550 เราก็หวังว่าสัญชาตญาณในเพลงอขงพวกเขาจะกระตุ้นให้สิ่งที่หวังสัมฤทธิ์ผลในเร็ววัน

ส่วนเป้าหมายในวันข้างหน้าของอินสติงท์นั้น แม้ทะงคู่จะออกตัวว่ายังไม่ได้มีการวางเป็นสเต็ปอย่างจริงจัง แต่ก็ดูเหมือนมีคำตอบในใจแล้ว "ที่แน่นอนคือเราอยากอยู่ในวงการดนตรีไปนานๆ ครับ จริงๆ เราก็อยู่กันนานพอสมควรแล้ว แต่เป็นครั้งแรกที่เราย้ายมาอยู่ค่ายใหญ่ก็เหมือนเริ่มใหม่ เหมือนรีเฟรชใหม่ครับ เรารู้สึกว่านักดนตรีประเทศไทยไม่ค่อยเหมือนเมืองนอกที่เขายิ่งแก่ก็ยิ่งเก๋ายิ่งมีประสบการณ์ แต่หลังๆ วงไทยที่แก่แล้วเก๋าก็มีขึ้นเรื่อยๆ เราก็อยากเป็นแบบนั้น เราไม่อยากแก่แล้วแก่เลย เราอยากเหมือนยูทู เหมือน RHCP ที่ 40 กว่าแล้ว ยังกระโดดโลดเต้นกัน นี่ฮะ คนทำเพลงต้องเป็นแบบนี้ ไม่ใช่พอ 30 กว่าแล้วเลิก มีลูกมีเมียดีกว่า คือมีลูกมีเมียก็เป็นนีกดนตรีต่อได้ อยู่ที่ว่าเราแค่ไหนกับมัน ซึ่งอินสติงท์ก็อยากจะไปไกลที่สุดอยู่แล้ว"


 

Advertisements
 

ผลงานเขียนเพลงของคุณ ฟองเบียร์

Filed under: เพลง — Korkai @ 2:42 am

 

ที่เขาเขียนให้ วง POTATO เช่น

-รักแท้ดูแลไม่ได้
-ปากดี
-นี่แหละความเสียใจ
-กล้าพอไหม
-ไม่ให้เธอไป
-ภาษากาย
-ชีวิตที่ขาดเธอ
-ขอบคุณที่รักกัน
-เพียงพอ ( เราแอบใช้ยืมเปิดในงานแต่งงานด้วยอ่ะ )
-คำตอบของหัวใจ ( จากละคร รักนี้…หัวใจเราจอง ..แอบเห็นเครดิตตอนละครมา )

ที่เขียนให้ วง CLASH

-มือที่ไร้ไออุ่น
-วังวน
-สักวันฉันจะไปหาเธอ (เพลงพิเศษในคอนเสิร์ตใหญ่แคลชที่เพิ่งจัดไป)

ที่เขียนให้คุณเอ็ม อรรถพล

-อย่าร้อนตัว
-คนเบื้องหลัง
-หัวใจไม่ฟังเหตุผล

แล้วก็เพลงต่างๆที่เราเคยศึกษาจากงานของเขาอ่ะ

อย่าอยู่คนเดียว (zeal) / กุญแจที่หายไป (ปาล์มมี่) / อยู่อย่างเหงาเหงา กับ กว่าจะบอกรัก ( บอย พีชเมกเกอร์ ) / กะลา..ใช่ไหม (วง กะลา) / ฝันดี ( โดม ปกรณ์) / ไม่ต้องบอกแล้วว่าเธอรักฉัน ( กอล์ฟ-ไมค์ ) / รู้ตัวช้า ( โจ-ป็อป)

 

     http://s10.histats.com/6.swf

 

 

ภัชธีรา กลิ่นสนิท (จิลล์) แปลงเพศ สิงหาคม 27, 2007

Filed under: Uncategorized — Korkai @ 4:17 pm

 

 
ปัจจุบันจำนวนสาวเลสเบี้ยน มีเพิ่มมากขึ้นในสังคมอย่างไม่น่า เชื่อ โดยจำนวนสาวเลสเบี้ยนทั้งที่เป็นทอมและดี้นั้นมีอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน ซึ่งในจำนวนนี้ยังไม่รวมกลุ่มที่ปิด บังตัวเอง

สำหรับสาวหล่อหรือทอมนั้น ในปัจจุบันพบว่ามีการให้ความสำคัญกับรูปร่างที่เหมือนผู้ชายมากขึ้น ทำให้เกิดกระแส "เฉือนนม-ต่อจู๋" กันอย่างโจ่งครึ่ม ไม่เว้นแม้แต่ในแวดวงนางงาม โดยล่าสุดมีกระแสข่าวว่า น.ส.ภัชธีรา กลิ่นสนิท หรือน้องจิลล์ รองนางสาวไทยอันดับ 3 ปี 2533 เป็นอีกผู้หนึ่งที่เปลี่ยนรสนิยมทางเพศมาเป็นสาวหล่อ อีกทั้งยังตัดสินใจพึ่งมีดหมอเฉือน หน้าอกทิ้ง และต่ออวัยวะเพศชาย เพื่อแสดงความเป็น "แมน" อย่างเต็มตัว โดยไม่สนใจว่าจะมีผลร้ายตามมาหรือไม่ อย่างไร

จากการสอบถามไปยังอดีตนักแสดง-นางแบบชื่อดังคนหนึ่งซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของ น.ส.ภัชธีรา มีการพบปะพูดคุยกันบ่อยๆ ทำให้ทราบว่า น.ส.ภัชธีรา ได้เปลี่ยนแปลงรสนิยมส่วน ตัวมานานหลายปีแล้ว เพียงแต่เจ้าตัวไม่อยากเป็นข่าวเพราะอยากใช้ชีวิตแบบส่วนตัว

"หนูคงพูดอะไรมากไม่ได้เพราะเขาไม่ชอบให้พูดเรื่องของเขา บอกได้แค่เพียงว่า ทุกวันนี้ชีวิตของเขาก็แฮปปี้ดี ทุกอย่างลงตัวไม่ว่าจะเป็นด้านไหนก็แล้วแต่ ในเมื่อเขาแฮปปี้กับชีวิตเขาแล้ว ก็ไม่อยากไปยุ่งอะไร

ตอนนี้จิลล์ทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษอยู่ที่โรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่ง เขาก็มีหน้าที่การงานที่ดี ไม่มีปัญหาอะไร เขาชอบปลีกวิเวกอยู่อย่างเงียบๆ บางทีโทรศัพท์ไปหาเขา เขาก็ไม่รับสาย ถึงได้บอกว่าไม่อยากเข้าไปยุ่งกับชีวิตเขามาก ปล่อยเขาไปเถอะ"

ในขณะที่เพื่อนนางงามรายหนึ่งได้กล่าวกับ "บางกอกทูเดย์" ว่า เคยพบ น.ส.ภัชธีรา เมื่อหลายปีก่อน และได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของ น.ส.ภัชธีรา อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรงผม การแต่งกาย และรูปร่างหน้าตาที่ไม่เหลือเค้านางงามไว้ให้เห็นเลย ปัจจุบันเขาดูเหมือนผู้ชายหน้าสวย รูปร่างสูงใหญ่ หลายคนที่ไม่รู้จักจะไม่แน่ใจว่าเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ถ้าเป็นในแวดวงเลสเบี้ยนจะรู้จักเป็นอย่างดี และตนยังได้ทราบข้อมูลจากเพื่อนของ น.ส.ภัชธีรา อีกว่า เจ้าตัวได้ตัดหน้าอกขนาด 36 นิ้วทิ้งไปแล้ว อีกทั้งยังเดินทางไปต่างประเทศเพื่อแปลงเพศเป็นผู้ชายเต็มตัวด้วย

เผยทอมประกวดนางงามเกือบทุกปี

ด้าน นายวิศเวศ วัฒนสุข ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนางงามเจ้าของรางวัลแฟนพันธุ์แท้นางงาม ได้กล่าวถึงวงการนางงามว่า เกือบทุกปีที่มีกาประกวด นางงามไม่ว่าจะเป็นเวทีเล็กหรือใหญ่ก็ตาม มักจะมีทอมหรือเลสเบี้ยนแฝงเข้ามาร่วมประกวดด้วย ซึ่งเป็นแบบนี้มาหลายยุคหลายสมัยแล้ว

"เท่าที่จำได้อย่างปี 2514 ก็มีทอมเข้าประกวด นางสาวไทย ติด 1 ใน 10 ด้วย ตอนนี้ก็ยังอยู่ในแวดวงไฮโซ หรืออย่างปีของ ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ก็มีทอมมาประกวดด้วยเหมือนกัน หรืออย่างสุนทรีย์ ไชยครุฑ ซึ่งเป็นแฟนกับ เปิ้ล-วีนัส มีวรรณ ก็เป็นทอมเหมือนกัน

ถ้าถามผมว่ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องแบบนี้ ผมเฉยๆ เพราะถือว่าเป็นรสนิยมส่วนตัว และในกฎการประกวดก็ไม่มีข้อห้ามเรื่องนี้อยู่ด้วย และผมคิดว่าถ้าเขาได้ตำแหน่งซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ 1 ปี ถ้าในช่วงที่ดำรงตำแหน่งแล้วเขาไม่ทำอะไรที่เสียหายหรือน่าเกลียด ก็ไม่น่าจะเป็นอะไร เขาไม่ผิดที่เกิดมาเป็นทอมหรือเลสเบี้ยน"

"เลสเบี้ยนบางคนก็มีความรักสวยรักงาม รูป ร่างหน้าตาเขาสวย เขาก็เข้ามาประกวดเพราะอยากได้ชื่อเสียง ตำแหน่ง และรางวัล เพื่อทำให้ชีวิตของตนเองดีขึ้นก็มี ตรงนี้จะไปว่าเขาได้อย่างไร ทุกคนก็มีสิทธิ์เหมือนกันหมดอยู่แล้ว"

เสียดายความสวย-ตำแหน่ง
นายวิศเวศ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ภัชธีรา หรือ จิลล์ ได้เปลี่ยนแปลงรสนิยมทางเพศไปเป็นทอม ว่า โดยส่วนตัวแล้ว ตนไม่รู้จักกับ น.ส.ภัชธีรา ทราบแต่ว่าเป็นรองนางสาวไทยปี 2533 และได้ติดตามเรื่องราวของ น.ส.ภัชธีรา มาบ้างเหมือนกัน เพราะเห็นว่าเป็นนางงามที่หน้าตาสวย น่ารัก

"ผมเคยทราบข่าวคราวของคุณจิลล์มาบ้างเหมือนกัน เท่าที่ทราบก็คือคุณจิลล์เคยเป็นแฟนกับ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง หลังจากเลิกกันก็ยังมีแฟนผู้ชายอีก 1 คน แต่หลังจากนั้น คุณจิลล์ก็เงียบหายไป เมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน
ผมก็ถามเพื่อนในวงการนางงามว่าคุณจิลล์เป็นอย่างไรบ้าง ก็ได้คำตอบว่าคุณจิลล์เธอเป็นทอมไปแล้ว ตัดผมสั้นๆ แต่งตัวเหมือนผู้ชายไปเลย แต่เรื่องที่ไปศัลยกรรมตัดหน้าอกนั้น ผมไม่ทราบ

รู้ข่าวตอนแรกก็ตกใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนหลังๆ ก็เฉยๆ แล้ว ในความเห็นของผม เรื่องของการแปลงเพศเป็นเรื่องส่วนตัวก็ว่ากันไม่ได้ เพราะความสุขของคนเรานั้นมันไม่เหมือนกัน แต่ถ้ามองในแง่ของเวทีนางงามก็ต้องบอกว่ารู้สึกเสียดายความสวย เสียดายตำแหน่งที่เขาได้มาครองตั้ง 4 ตำแหน่งจากเวทีนางสาวไทยและเวทีต่างประเทศ ก็ได้แต่เสียดายแต่ผมก็เคารพในการตัดสินใจของคุณจิลล์"

เส้นทางนางงามของ"จิลล์"
น.ส.ภัชธีญา กลิ่นสนิท หรือ จิลล์ เป็นสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน อิมพอร์ตสหรัฐอเมริกาเพื่อมาประกวดนางสาวไทยในปี 2533 ด้วยรูปร่างสูงขาว หน้าตาสวยหวาน นิสัยเรียบร้อย ทำให้เธอเป็นนางงามตัวเก็งของการประกวดในปีนั้น ความโดดเด่นของเธอเพิ่มมากขึ้นเมื่อกองประกวดได้เดินทางไปเก็บตัวนางงามที่ จ.ตรัง และ จ.ระนอง จิลล์สามารถคว้าตำแหน่งขวัญใจชาวตรัง และขวัญใจชาวระนอง มาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้จิลล์ยังคว้าตำแหน่งขวัญใจช่างภาพและสื่อมวลชน มาเป็นรางวัลที่ 3 ให้ตัวเองได้อีกด้วย

แต่เมื่อถึงวันประกวดจริงนั้น จิลล์กลับได้ตำแหน่งรองอันดับ 3 โดยมี น.ส.ภัสราภรณ์ ชัยมงคล คว้ามงกุฎไปครอง เนื่องจากจิลล์พูดและฟังภาษาไทยได้น้อยมาก เมื่อเจอคำถามบนเวทีที่ค่อนข้างยาก ทำให้ตอบคำถามได้ไม่ดีเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม จิลล์ได้เดินทางไปประกวดที่ประเทศฟินแลนด์ และสามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 Queen of the Midnight Sun 2533 ณ ประเทศฟินแลนด์ ได้เป็นผลสำเร็จ

หลังจากลงจากเวทีนางสาวไทย จิลล์กลับไปเรียนหนังสือและรับงานแสดงและงานเดินแบบไปด้วย ก่อนจะเงียบหายไป จนเมื่อประมาณปี 2537 จิลล์มีผลงานวาบหวิวในอัลบั้มเซ็กซี่ "HEAT" จนเป็นที่ฮือฮามาแล้วครั้งหนึ่ง โดยในขณะนั้นมีกระแสข่าวว่า สาเหตุที่เธอเลือกมาถ่ายภาพเซ็กซี่นั้นเพราะต้องการประชดความรักที่เพิ่งอับปางลงระหว่างตัวเธอกับนักร้องชื่อดัง ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ซึ่ง หันไปคบหากับนางเอกค่ายอาร์เอส นิ้ง-กุลสตรี ศิริพงษ์ปรีดา แต่อย่างไรก็ตาม จิลล์ได้ออกมาปฏิเสธ ข่าวดังกล่าวและยืนยันว่าการถ่ายภาพหวิวในครั้งนั้นเป็นเพราะอยากถ่ายเอง ไม่ใช่อกหักแต่อย่างใด

หมอเตือนต่อจู๋เป็นชายไม่คุ้มเสี่ยง
สำหรับในเรื่องของการผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชายนั้น รศ.นพ.ประยุทธ โชครุ่งวรานนท์ ศัลยแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดแปลงเพศ กล่าวว่า ปัจจุบันมีหญิงที่อยากผ่าตัดแปลงเพศเป็นชายอยู่พอสมควร และการผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชายไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดในประเทศไทย เองหรือต่างประเทศพบว่ายังไม่ได้ผล 100%

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดแปลงเพศจากหญิง เป็นชายในปัจจุบันยังห่างไกลจากจินตนาการมาก และถือว่าได้ไม่คุ้มเสี่ยง เพราะเป็นการผ่าตัดที่อาจต้องผ่ามากกว่า 1 ครั้ง ทั้งตัดหน้าอก มดลูก และต่ออวัยวะเพศชาย นอกจากนี้การผ่าตัดยังอาจให้ผลที่ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะอาจจะได้แค่รูปร่างคืออวัยวะเพศชาย แต่หน้าที่การทำงานอาจจะใช้แค่ยืนปัสสาวะได้ แต่อวัยวะเพศไม่แข็ง ซึ่งต้องผ่าตัดแก้ไขด้วยการใส่แกน และอาจทำให้เกิดปัญหาแกนทะลุตามมาได้

ส่วนปัญหาในเรื่องโรคแทรกซ้อนนั้น เท่าที่พบจะมีเยอะมาก โดยเฉพาะปัญหาท่อปัสสาวะรั่ว และแผลเป็นที่ต้นแขน ต้นขาหรือหน้าท้อง เนื่องจากแพทย์ต้องนำผิวหนังจากบริเวณดังกล่าวมาใช้ในการตกแต่งอวัยวะเพศ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแปลงเพศในปัจจุบันนั้นจะตกอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท หรืออย่างน้อย 500,000-600,000 บาทขึ้นไป ซึ่งแพงกว่าการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงถึง 3 เท่า

"การเป็นหญิงรักหญิงนั้น ไม่จำเป็นว่าต้องผ่าตัดแปลงเพศเป็นชายเสมอไป เพราะถ้าพิจารณาจากผลที่ได้และเงินที่ลงทุนไปแล้ว ถือว่า ไม่คุ้ม หรือถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็เปรียบได้เหมือน การลงทุนไป 3 ล้านบาท แต่ได้จักรยานมาคันเดียว"

: : ข่าวจาก บางกอกทูเดย์ : :

 

นศ.รูดซิปไม่เลือกที่ ฉี่-มรณะ ไฟดูดตายคาตู้โทรศัพท์

Filed under: Uncategorized — Korkai @ 3:24 pm
 
 
น.ศ.ม.ราชภัฏเชียงใหม่โดนไฟฟ้าชอร์ตดับสยอง ขณะยืนโทรศัพท์สาธารณะกลางเมือง เผยน.ศ.ชั้นปีที่ 1 เมาแอ่น ขี่จยย.มายืนโทรศัพท์สาธารณะ ขณะเดียวกันปวดฉี่กะทันหัน จึงรูดซิปกางเกงปัสสาวะ แต่โชคร้ายฉี่ไปโดนลวดหนาม ที่มีไฟฟ้าแรงสูงลัดวงจรจึงชอร์ตดับ โทรศัพท์ยังห้อยโตงเตงอยู่ข้างเครื่อง ชาวบ้านแฉเชียงใหม่สายไฟระโยงระยางไม่เป็นระเบียบ หลายจุดมีไฟรั่ว จึงร้องเรียนผู้เกี่ยวข้องรีบเข้าไปแก้ไข

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 23 ส.ค. พ.ต.ท.ศักดิ์ศรี ยะปาละ พนักงานสอบสวนสภ.ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตอยู่ข้างตู้โทรศัพท์สาธารณะซอยศิรินทร ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ขอให้รีบไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ หลังจากรับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นแล้วรีบรุดไปตรวจยังที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจากโรงพยาบาลสยามราษฎร์ ที่เกิดเหตุอยู่ข้างตู้โทรศัพท์สาธารณะพบศพชายวัยรุ่นคนหนึ่งนอนชักกระตุกในสภาพสวมกางเกงยีนส์ตัวเดียว ไม่สวมเสื้อ และไม่สวมรองเท้า ด้านหลังสักรูปลายปิศาจเต็มหลัง โทรศัพท์ของตู้ห้อยโตงเตง โดยรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าดรีมสีดำหมายเลขทะเบียน งธล-613 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นรถของน.ส.ทับทิม ใจมูล อยู่บ้านเลขที่ 63/34 หมู่ 4 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ล้มทับร่างอยู่ผู้ตายอยู่ด้วย ในมือขวาเข็มขัดยังคาอยู่กับกางเกง สภาพรูดซิปยังไม่เสร็จ

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปดึงร่างออกมาก็ต้องถอยหนี เนื่องจากไฟฟ้าแล่นไปยังร่างชายคนดังกล่าว ไม่สามารถนำร่างออกมาได้ เนื่องจากมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านตัวอยู่ตลอดเวลา โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาช่วยตัดไฟ จากนั้นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถนำศพออกมาได้ และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ไฟฟ้า พบว่ามีกระแสไฟรั่วลงมาที่บริเวณรั้วลวดหนามติดกับตู้โทรศัพท์สาธาณะ

จากการชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นพบบัตรประจำตัวนักศึกษาระบุชื่อนายปริญญา ฟองแก้ว อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83/2 ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ คณะเทคโนโลยีการเกษตรชั้นปีที่ 1 นอกจากนี้ยังพบเงินสดแบงก์ 50 บาท จำนวน 1 ใบ เงินเหรียญ 35 บาท ใบรับจำนำโทรศัพท์มือถือร้านอ๊อดโมบาย จำนวน 1 ใบ ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ซิมการ์ดโทรศัพท์ 1 ซิม เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าคงจะโดนไฟฟ้าดูด เนื่องจากก่อนเสียชีวิตผู้ตายคงจะยืมรถเพื่อนสาวมาโทรศัพท์ที่ตู้ดังกล่าว ในสภาพเมาแอ่น แต่ขณะกำลังโทรศัพท์อยู่นั้น เกิดปวดฉี่กะทันหัน จึงรูดซิปกางเกงออกแล้วฉี่ไปโดนลวดหนามที่อยู่ข้างตู้โทรศัพท์ โดยที่ไม่รู้ว่าไฟฟ้ารั่วแล่นมาตามลวดหนามและตู้โทรศัพท์ จึงโดนไฟฟ้าดูดดับสยอง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำศพผู้เสียชีวิตส่งให้แผนกนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อชันสูตรอีกครั้ง และจะแจ้งให้ญาติมารับศพนำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้เคยมีประชาชนร้องเรียนมายังผู้สื่อข่าวหลายครั้งเกี่ยวกับสายโทรศัพท์สาธารณะและสายไฟหลายจุดในตัวเมืองเชียงใหม่ ที่ห้อยระโยงระยางไม่เป็นระเบียบเต็มไปหมด ซึ่งชาวบ้านเกรงจะได้รับอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว เช่นเดียวกันกับที่ตู้โทรศัพท์เขตเทศบาลตำบลช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จนทำให้นักศึกษาเสียชีวิตดังกล่าว

 

     http://s10.histats.com/6.swf

 

 

พี่ตั๊กแตนกับน้องจั๊กจั่น แห่งพันทิป สิงหาคม 26, 2007

Filed under: Uncategorized — Korkai @ 2:21 pm

 

 

                           เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ เราได้จัดงานอีเว้นท์ ขายน้ำดื่มน้ำใจให้บริษัทหนึ่งตรงทางขึ้นรถไฟฟ้าสยาม ทางบริษัทเราจ้างน้องโบ โอโซนกับน้องจั๊กจั่น อคัมย์สิริมาช่วยขายน้ำ เอารายได้ช่วยการกุศล ขวดละ 20 บาท เราเห็นน้องจั๊กจั่นถือขวดน้ำเข้าไปชักชวนคนที่ผ่านไปมาช่วยการกุศล บางคนซื้อ บางคนไม่ซื้อเป็นเรื่องธรรมดา มีสาวๆแต่งตัวดีมากกลุ่มนึงเดินมา น้องจั๊กจั่นเลยตรงเข้าไปชวนเค้าทำบุญ ทั้งกลุ่มขอถ่ายรูปน้องจั่นแต่ไม่ร่วมทำบุญ ระหว่างนั้น พี่คนขายตั๊กแตนคนนี้แกเดินเข้ามาหาน้องจั่น แล้วควักแบงค์ 20 มายื่นให้น้องจั่น บอกว่าขอร่วมทำบุญด้วย 1 ขวด เชื่อไม๊คะ น้องจั๊กจั่นยืนร้องไห้กลั้นไม่อยู่อยู่ตรงนั้นเลย แล้วน้องจั่นเค้าก็หยิบเงินให้พี่คนขายตั๊กแตนไป 2000 บาทบอกว่าช่วยรักษาคุณแม่และให้พี่ไว้ซื้อข้าวซื้อน้ำทาน คราวนี้พี่คนขายตั๊กแตนน้ำตาใหลไปด้วยอีกคน น้องจั่นพูดว่า คนหน้าตาดี แต่งตัวสวยจิตใจยังแพ้พี่ชายคนนี้เลย

วันนั้นพวกเราเห็นความแตกต่างทางจิตใจของคนชัดเจนเลย ขอบคุณ จขกท ที่ทำกระทู้นี้นะคะ เราเองเจอพี่เค้าทีไรก็ช่วยอุดหนุนทุกทีเหมือนกัน  🙂

จากคุณ : หน้าสวยใจดำ (devillish girl)   – [ 7 ส.ค. 50 12:48:50 ]

****************************************************

ถึงได้รู้สึกภูมิใจ ตื้นตันจนอยากแบ่งปัน เลยเอามาตั้งกระทู้ไงคะ เพราะน้องจั๊กจั่นแกเจอพี่ตั๊กแตนมาหลายเดือนแล้ว แล้วก็ให้เงินช่วยเหลือทีละมากๆทุกครั้งที่เจอ จนมาวันนี้ น้องแกเล่นโดดลงมาเดินตะโกนขายเองซะเลย เป็นจุดเริ่มต้นที่พบกันที่เค้นน้ำตาชาวพันทิพไปแล้วรอบนึง คนครบ 32 ไม่คิดช่วยบริจาค แต่พี่ตั๊กแตนเดินย่องแย่งมาบริจาค 20 บาท ทำเอาน้องจั๊กจั่นร้องไห้ประทับใจซะ จึงเป็นตำนาน "พี่ตั๊กแตนกับน้องจั๊กจั่น" แห่งพันทิพค่ะ  🙂

 

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5717475/A5717475.html

เห็นคนมุงอะไรกันอยู่กลุ่มนึง พอเดินเข้าไปดู เห็นน้องจั๊กจั่นเดินขายตั๊กแตนอยู่ งงมากค่ะ เห็นน้องเค้าตะโกนชวนคนซื้อช่วยพี่คนขายตั๊กแตนที่นั่งพักอยู่ตรงขั้นบันได  คุณน้องเธอตะโกนขายเสียงดังฟังชัด แถมเดินถือพวงตั๊กแตนเดินขายเองเลย ซึ้งค่ะ   ตอนแรกนึกว่ามีถ่ายรายการโทรทัศน์อะไรสักรายการ แต่ยืนดูอยู่นานนนนนน ไม่ได้ถ่ายอะไรเลย เราเดินเข้าไปคุยกับน้องจั๊กจั่นด้วย เธอบอกว่าเธอมาช่วยพี่เค้าขาย ไม่ได้มาถ่ายรายการอะไร เดี๋ยวเธอต้องรีบไปถ่ายงานต่อ แล้วจะกลับมาช่วยพี่เค้าขายอีกที่มูลนิธิตรงวัดหัวลำโพงคืนนี้ เห็นเธอเขียนกระดาษนัดเวลาสถานที่กันกับพี่คนขายตัวจริง (คนขายตั๊กแตนเขียนและอ่านหนังสือได้นะคะ ลายมือสวยด้วย)

เป็นภาพที่น่ารักมากอ่ะ ไม่รู้จะบรรยายยังไง เห็นเค้าสองคนสื่อสารกันผ่านการเขียน เขียนคุยกันไป ตะโกนขายกันไป  น้องจั๊กจั่นเธอบอกเราว่า เธอติดใจพี่คนนี้มานานแล้ว ที่เค้ามีน้ำใจ กตัญญู วันนี้เธอเสร็งานตอนเช้าเร็วเลยมาช่วยพี่เค้าขาย เดี๋ยวเธอต้องรีบไปทำงานต่ออีกที่นึง แล้วจะมาช่วยอีกทีหลังเลิกงาน    เรากะเพื่อนมัวยืนดูจนลืมเวลาไปเลยค่ะ …อ่านต่อที่นี่ http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5717475/A5717475.html 

     http://s10.histats.com/6.swf 

 

SCREAM ( หวีดสยอง รับน้องใหม่ ) สิงหาคม 22, 2007

Filed under: ความบันเทิง — Korkai @ 6:33 pm

 
 
SCREAM ( หวีดสยอง รับน้องใหม่ )
ภาพยนตร์เทเลมูฟวี่สยองขวัญผลงานล่าสุดจากค่ายไร้ท์ บิยอนด์ ซึ่งนำแสดงโดย ลูกหยี-ศลยา จันทเขต ( จาก ผู้หญิง 5 บาป ) จิว-หรรษพลณ์ คงสิบ ( จาก ชาละวัน-ไกรทอง 2 ) เขมการ เย็นนุ่ม, พชรมน แสนเสนาะ และนักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ที่จะมาร่วมสังเวยชีวิตใน “หวีดสยองรับน้องใหม่” อีกนับสิบคน เป็นเรื่องราวของกลุ่มนักศึกษาใหม่ซึ่งสมัครเข้าชมรมภาพยนตร์ของทางมหาวิทยาลัย และได้ไปจัดงานรับน้องใหม่ที่ต่างจังหวัด โดยในกลุ่มนี้มี พาย, หนูนา, ตั้ม, แมน ร่วมเดินทางไปด้วย แต่เมื่อไปถึงสถานที่รับน้อง ซึ่งเป็นรีสอร์ทกลางป่าใหญ่ ได้มีนักศึกษาหายไปทีละคนๆ ทำให้กลุ่มนักศึกษาต่างพากันหวาดกลัวและพยายามที่จะหาทางหนีกลับบ้าน แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถหนีรอดออกมาได้ ต้องติดตามกันในภาพยนตร์เรื่องนี้
 
 
 

พาราด๊อก (paradox)……วงนี้ชอบมากกก สิงหาคม 21, 2007

Filed under: เพลง — Korkai @ 3:53 pm

 

เริ่มต้นในฤดูใบไม้ผลิที่ห้องคอมพิวเตอร์ของคณะ    ในชั่วโมงคอมฯ  ต้ากับสองซึ่งขณะนั้นเรียนปี1อยู่ด้วยกันที่ครุศิลป์ จุฬาฯ ต้าเกิดความคิดที่จะตั้งวงดนตรี เอาไว้เล่นตามงานต่างๆของคณะ  พอดีเห็นสองกำลังนั่งฟังซาวด์เบาท์  ดูน่าจะสนใจดนตรี จึงเริ่มคุยกัน ซึ่งสองในตอนนั้นก็เพิ่งเล่นเบสได้ไม่นาน  แต่ก็สนใจจะร่วมด้วย     ดังนั้นทั้งสองคนก็เลยเริ่มมองหาสมาชิก เพื่อมาเสริมตำแหน่งให้ครบวง ช่วงแรกเวลาไปห้องซ้อมก็มักจะซ้อมดนตรีกันเพียงแค่2คน โดยต้าเล่น สองร้อง ช่วงนี้ก็ได้เริ่มแต่งเพลงเอาไว้จำนวนหนึ่ง เพลงแรกที่ทั้งคู่ร่วมกันแต่งก็คือ”โรงหนังเก่า”

หลังจากตระเวนหามือกลองอยู่นานแสนนาน และแล้วงานลอยกระทงที่มหาลัยก็มาถึง ทั้งสองคนซึ่งเป็นแฟนเพลงวงโมเดิร์นดอก ก็ได้ตามมาดูคอนเสิร์ต ซึ่งจัดขึ้นที่คณะนิเทศน์ ก่อนวงจะเล่นก็มีวงเปิดของคณะมาเล่นประกอบ ต้าสังเกตเห็นมือกลองตีดีน่าสนใจ จึงทาบทามให้มาเล่นด้วย คนๆนั้นเป็นรุ่นพี่ปี3ชือ”พี่โน้ต”

ตั้งแต่นั้นก็ก่อตั้งวงดนตรี3ชิ้นชื่อ”หอยจ๊อ” โดยการรวมตัวกันของ ต้า สอง พี่โน้ตและเหล่าเพื่อนๆมาช่วยร้องนำ (ตอนนั้นต้าเล่นกีต้าร์อย่างเดียว)  เล่นได้ประมาณ1ปีจึงเริ่มอยากทำเทปขายเพื่อนๆ จึงเข้าห้องอัด อัดเพลงเพื่อทำอัลบั้มกันเอง  ตอนนั้นด้วยความที่ไม่มีใครเป็นนักร้องที่แท้จริง ทางวงจึงลงความเห็นว่า ให้ต้าทำหน้าที่นักร้องนำตั้งแต่นั้นมา

ต่อมาหอยจ๊อก็พบกับปัญหาที่นักดนตรีส่วนใหญ่เจอ คือ   คุณภาพเสียงที่อัดมาแย่,ไม่มีทุน     ประกอบกับมีรุ่นพี่ที่คณะแนะนำให้นำเพลงไปเสนอค่ายเทป ทำให้ทางวงจึงเดินเข้าไปเสนอDEMOกับค่าย EASTERNSKY REC. และโชคดีได้ร่วมงานกับค่ายตั้งแต่นั้นมา แต่เพราะความที่ชื่อหอยจ๊อ ฟังแล้วไม่น่าจะใช้ได้นาน ทางค่ายจึงแนะนำให้ลองหาชื่อใหม่ พอดีสองไปเปิดตำราเกี่ยวกับUFO พบศัพท์แปลกๆว่า ‘PARADOX’ ซึ่งแปลว่า วัตถุประหลาด.คำที่มีความหมายตรงกันข้ามกับความรู้สึก,อะไรที่ขัดแย้งในตัวเอง ซึ่งเหมาะกับนิสัยของสมาชิกในวง คือดูภายนอกเรียบร้อยแต่จริงๆสนุกสนาน โดยเฉพาะเวลาอยู่บนเวที และก็ได้คลอดอัลบั้มแรกในชื่อ PARADOX ชื่อชุด ‘LUNATIC PLANET’(ดวงดาวบ้าๆบวมๆ) โดยร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ พี่แก็ป ทีโบน เพลงเด่นๆได้แก่ “นักมายากล” “ไก่” “โรตีที่รัก” “เสือไบ”  (ดูรูป)

 

อัลบั้มแรก Lunatic Planet    ออกแบบปกโดยพี่ปุ้ยตีสิบ

ช่วงที่จะออกตระเวณทัวร์ พี่โน้ตได้แนะนำมือกีต้าร์อีกคนเพื่อมาเล่นสมทบให้วงแน่นขึ้น   ชื่อ “บิ๊ก” หนุ่มผมยาวคณะนิติตั้งแต่นั้นมา  บิ๊กก็กลายมาเป็นกำลังสำคัญของวงและมีบทบาทต่อเพลงต่างๆของPARADOX เรื่อยมา จนตัดสินใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกคนหนึ่งในวงPARADOX อย่างเต็มตัว (รูป) หลังจากนั้นประมาณปี2539 EASTERNSKY ก็ยุบบริษัทลงไป วงจึงว่างเว้นจากการออกอัลบั้มไปประมาณ1ปี ช่วงนั้นต้ากับสองก็กำลังเรียนอยู่ปีสุดท้าย และพี่โน้ตแต่งงานและบินไปเรียนต่อด้านSound Engineer ที่U.S.A.

จาก http://www.tatamag.com/Phistory.htm

พาราด็อกซ์ ช่วงประมาณปี 2537 นักศึกษาสามคนมีความคิดที่จะตั้งวงดนตรีเพื่อเล่นตามงานในมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา หรือ ต้า (ร้องนำ/กีต้าร์) จักรพงษ์ สิริริน หรือ สอง (เบส) และ พรภัฏ ชีวีวัฒน์ โน้ต (กลอง) ในตอนนั้นพวกเขาใช้ชื่อวงว่า หอยจ๊อ และมีชื่อเสียงในจุฬาฯ พอสมควร แต่พวกเขาไม่หยุดแค่นั้น หอยจ๊อ ลองบันทึกเสียงเพื่อนำเสนอเพลงในแบบของพวกเขา และเดโมเทปม้วนนี้ก็ไปถึง อิสเทอร์นสกาย เร็คคอร์ดสค่ายเทปเล็กๆ ในยุคนั้น พวกเขาจึงได้โอกาสออกอัลบั้มแรก Lunatic Planet พร้อมเปลี่ยนชื่อวงเป็น Paradox ด้วยซาวนด์ดนตรีและเนื้อเพลงที่แปลกทำให้พวกเขาได้รับความนิยมพอสมควร โดยมีเพลงดังอย่าง นักมายากล, ไก่ และโรตีที่รัก
สมาชิกพาราด็อกซ์ในช่วงแรก(จากขวาไปซ้าย) ขจัดภัย กาญจนาภา จักรพงษ์ สิริริน อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา พรภัฏ ชีวีวัฒน์หลังจากนั้น อิสเทอร์นสกาย เร็คคอร์ดสก็ปิดตัวลง พาราด็อกซ์จึงหันไปผลิตงานใต้ดินโดยมีผลงานออกมา 2 ชุด ก่อนที่จะได้ออกอัลบั้ม Intro 2000 ร่วมกับศิลปินอื่น ในสังกัดจีนี่เรคคอร์ดส ในครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกโดย โน้ต ได้ออกจากวงไปศึกษาต่อ โดยมี เสรฐพร กฤดากร ณ อยุธยา หรือ โจอี้ มาแทนในตำแหน่งมือกลอง และมีเพื่อนที่ร่วมกันทำมาตั้งแต่อัลบั้ม Lunatic Planet อย่าง ขจัดภัย กาญจนาภา หรือ บิ๊ก มาช่วยเสริมในส่วนของกีต้าร์ นัทธา กมลรัตนกุล หรือ เก่ง มาช่วยร้องคอรัส รวมถึงการขึ้นแสดงสด และ ชาญณรงค์ วังเย็น หรือ อ๊อฟ มาช่วยร้องประสานแบบโหดๆ ทำให้เกิดวงพาราด็อกซ์ที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา

ไม่นานหลังจากอัลบั้ม Intro 2000 พาราด็อกซ์ก็มีโอกาสได้ทำอัลบั้มเต็มของตัวเองอีกครั้งในชื่อชุด Summer ซึ่งเป็นอัลบั้มที่มีเพลงเปิดตัวอย่าง น้องเปิ้ล และเพลงที่ทำให้ทุกคนรู้จักพาราด็อกซ์ อย่าง ฤดูร้อน รวมถึงเพลงที่นักศึกษาวิชาทหารรู้จักกันดีอย่าง ร.ด.Dance และภายในปีเดียวกันนั้น พาราด็อกซ์ก็มีผลงานใต้ดินขึ้นมาอีก1ชุด คืออัลบั้มแค้นผีนรก ซึ่งถือเป็นอัลบั้มใต้ดินชุดสุดท้ายของวง

ในยุคที่วงอิสระเป็นที่ยอมรับ หรือที่เรียกกันว่า ยุคอินดี้นั้น มีส่วนทำให้วงพาราด็อกซ์เป็นที่ยอมรับในตลาด จนเกิดอัลบั้มพิเศษที่ชื่อ On The Beach ขึ้น ซึ่งเป็นการนำเพลงจากอัลบั้ม Summer และ Lunatic Planet มาร้องใหม่ และให้ศิลปินรับเชิญมาช่วยเรียบเรียงดนตรีในรูปแบบอคูสติก พร้อม 2 เพลงใหม่คือเพลง ดาว และ สงสัย
พาราด็อกซ์ กับอัลบั้มที่ 2On The Rainbow(จากขวาไปซ้าย) อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา ขจัดภัย กาญจนาภา จักรพงษ์ สิริริน เสรฐพร กฤดากร ณ อยุธยาอัลบั้ม On The Rainbow เป็นอัลบั้มที่มีความแตกต่างไปจากอัลบั้มก่อนๆของพาราด็อกซ์ เนื่องจากเพลงส่วนใหญ่ลดความแรงลงไปมาก แต่ทดแทนมาด้วยฝีมือที่พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น พร้อมบทเพลงที่ไพเราะอย่างเพลง รุ้ง และ เศษ โดยในอัลบั้มนี้มีการนำเพลง กวีบทเก่า ของ นูโว มาเรียบเรียงใหม่ในรูปแบบของพาราด็อกซ์ด้วย

นับจากอัลบั้ม On The Rainbow นี้ บทบาทในการทำอัลบั้มของเก่งและอ๊อฟจะลดลงไป แต่ทั้งสองคนก็ยังมีส่วนช่วยในการทำเพลงอยู่เบื้องหลัง และเป็นกำลังสำคัญในการแสดงคอนเสิร์ต ของพาราด็อกซ์อยู่เสมอๆ

ในปีต่อมา Fat Radio ได้จัดให้มีคอนเสิร์ตใหญ่ของพาราด็อกซ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 28 มีนาคม 2546 ที่อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก ในชื่อ Fat Live 4 : The Paradox Circus ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างอบอุ่น พร้อมแขกรับเชิญพิเศษคือ ก้อย – Saturday Seiko เล็ก-สุรชัย กิจเกษมสิน ผิง-Club F และ สามสาวจากวง H และในปีเดียวกันนี้ พาราด็อกซ์ก็ได้ออกอัลบั้ม Freestyle ที่มีเพลงดังอย่าง Sexy ทาส บอลลูน พร้อมทั้งนำเพลงนักมายากล จากอัลบั้ม Lunatic Planet กลับมาทำใหม่อีกครั้ง

หลังจากอัลบั้ม Free Style เพียงไม่กี่เดือน พาราด็อกซ์ก็มีผลงานพิเศษที่ร่วมกับศิลปินอื่นอีกครั้งในชื่อ Little Rock Project ซึ่งเป็นการนำเพลงของวงในตำนานอย่าง ไมโคร กลับมาทำใหม่ตามแบบฉบับของแต่ละวงในอัลบั้มนี้ ซึ่งพาราด็อกซ์มีผลงานอยู่2เพลงคือ มันก็ยังงง งง และ รักคุณเข้าแล้ว และได้มีคอนเสิร์ตที่ชื่อ Rock Size S เกิดขึ้นที่ Impact Arena เมืองทองธานี

เมื่ออัลบั้มเก่าๆของพาราด็อกซ์เริ่มหายาก จึงมีการทำอัลบั้ม Hit Me ขึ้น ซึ่งเป็นผลงานรวมเพลงของพาราด็อกซ์ตั้งแต่อัลบั้ม Summer เป็นต้นมา และพาราด็อกซ์ก็ได้มีโอกาสทำเพลงประกอบภาพยนตร์ วัยอลวน4 โดยนำเพลงดังในอดีต อย่าง เธอที่รัก กลับมาเรียบเรียงใหม่ รวมถึงการนำเพลง Let’s Go Rider Kick ซึ่งเป็นเพลงเปิดตัวของ ไอ้มดแดง V.1 มาเรียบเรียงใหม่เพื่อใช้สำหรับงาน ไอ้มดแดง Live Show In Bangkok
ระหว่างการถ่ายทำมิวสิควีดีโอเพลงผงาดง้ำค้ำโลก จากอัลบั้ม X (10 Years After)เมื่อห่างหายจากอัลบั้มเต็มไปถึง 3 ปี พาราด็อกซ์ก็ได้กลับมาอีกครั้งกับอัลบั้ม X (10 Years After) ซึ่งเป็นผลงานที่ออกมาในช่วงครบรอบ 10 ปีของทางวง อัลบั้มนี้มีการเพิ่มโบนัสแทร็คถึง12แทร็ค รวมกับเพลงปกติอีก10แทร็ค แทร็คทั้งหมดในอัลบั้มนี้จึงมีถึง22แทร็ค เพลงที่เป็นที่รู้จักในอัลบั้มนี้คือเพลง ผงาดง้ำค้ำโลก ซึ่งเป็นเพลงที่มีการนำคำต่างๆมาพลิกแพลงจนกลายมาเป็นเพลงที่มีมุมมองที่แตกต่างจากเพลงทั่วๆไป เพลงส่งรักส่งยิ้มซึ่งมีเนื้อหาที่ชวนให้ทุกคนหันหน้าสร้างรอยยิ้มให้กัน พร้อมทั้งเพลงจังหวะสนุกๆแบบย้อนยุคอย่าง คิด และ มองตา ในส่วนของโบนัสแทร็คจะประกอบด้วยเพลงแนวทดลองโดยสมาชิกวงแต่ละคนอย่าง escape นั่งยาง และมีการนำเพลงใต้ดินมาใส่ไว้ เช่นเพลงโรงหนังเก่า ซึ่งเป็นเพลงแรกที่ต้าและสองแต่งขึ้นมา

และในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2550 พาราด็อกซ์ก็ได้ออกอัลบั้มพิเศษในชื่อว่า Paradox In Paradise ซึ่งเป็นการนำเพลงตั้งแต่อัลบั้ม On The Rainbow มาร้องใหม่ และเรียบเรียงดนตรีในแบบเบาๆโดยศิลปินรับเชิญอีกครั้ง พร้อมด้วยเพลงใหม่ที่ชื่อใครสักคน และเพลงสิงห์รถบรรทุก ซึ่งเป็นเพลงที่มีอยู่ในซีดีแบบ Special Edition เท่านั้น

เดือนเมษายนในปีเดียวกัน พาราด็อกซ์ได้มีผลงานเขียนออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกชื่อ บันทึกลึกลับ Paradox X ซึ่งต้าได้รวบรวมประสบการณ์ระหว่างการทำงานในอัลบั้ม X (10 Years After) มาเขียนลงหนังสือเพื่ออธิบายถึงที่มาของแต่ละเพลง รวมถึงขั้นตอนการทำงานเบื้องหลังต่างๆภายในอัลบั้มนี้

ปัจจุบันวงพาราดอกซ์อยู่ในระหว่างเตรียมงานอัลบั้มใหม่ที่จะออกในปลายปี 2550 นี้

Open-mouthed

อัลบั้มใต้ดิน

Lunatic Planet (พ.ศ. 2539)

Lunatic Planetสังกัด: อิสเทอร์นสกาย เร็คคอร์ดส
วางจำหน่าย ปี พ.ศ. 2539 โดย MGA
เป็นอัลบั้มแรกสุดของพาราด็อกซ์ในฐานะศิลปินอินดี้ ปัจจุบันไม่มีวางจำหน่าย จึงทำให้เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่หายากอันดับต้นๆของประเทศไทย
ลำดับ ชื่อเพลง ความยาว หมายเหตุ
1 ไก่ 2.08 บทเพลงในอดีต ไม่ทราบนามผู้แต่ง
2 โรตีที่รัก 4.11 ทำนองและเนื้อร้อง โดย จักรพงษ์ สิริริน
3 นักมายากล 4.07 จัดทำใหม่ในอัลบั้มแค้นผีนรก และ Free Style
4 แกงเผ็ดเป็ดย่าง 3.50 –
5 ลา ลา ลา 5.54 –
6 เพ้อ 4.04 –
7 อยาก 5.35 –
8 เสือไบ 2.48 เนื้อร้อง โดย จักรพงษ์ สิริริน
9 ห้ามดื่ม (Drunk Mix) 1.41 –

แมลงวันเสปน (พ.ศ. 2540)
สังกัด: ตาต้า เร็คคอร์ดส
ลำดับ ชื่อเพลง ความยาว หมายเหตุ
1 Intro 1.56 –
2 อกหักเพราะรักเณร 1.38 –
3 ทำไม 2.54 –
4 แมลงวันสเปน (Tata Mix) 3.45 –
5 เคารพกฎจราจร 2.14 –
6 นักมายากล(demo) 4.12 –

PARADOX & My Friends (พ.ศ. 2541)

PARADOX & My Friendsสังกัด: ตาต้า เร็คคอร์ดส
เป็นอัลบั้มที่มีเพลงใหม่ของวงอยู่หน้า A ส่วนหน้า B เป็นเพลงของเพื่อนๆที่มาอัดเสียงที่บ้าน
ลำดับ ชื่อเพลง ความยาว หมายเหตุ
1 กลัว 2.54 –
2 โรงหนังเก่า 4.25 –
3 ยั่ว 3.32 –
4 แมลงวัน 5.04 –
5 น้องแอน ( live ) 5.07 –
6 หน้าไหว้หลังหลอก 2.58 –
7 รู้สึกว่านาน 4.38 –
8 นั่งเศร้า 2.55 –

แค้นผีนรก (พ.ศ. 2543)

แค้นผีนรกลำดับ ชื่อเพลง ความยาว หมายเหตุ
1 นักมายากล (Dark mix) 4.34 –
2 นักมายากล(Zalza) 4.31 –
3 มันไม่เม้ม 1.06 –
4 แมลงวัน ( live ) 3.51 –
5 แค้นผีนรก 6.13 –

อัลบั้มสตูดิโอ

Summer (พ.ศ. 2543)

Summerสังกัด : จีนี่ เรคคอร์ดส
วางจำหน่าย 1 พฤษภาคม 2543 โดย MGA
อัลบั้มแรกของวงพาราด็อกซ์ที่ออกกับค่าย จีนี่ เรคคอร์ดส
ลำดับ ชื่อเพลง ความยาว หมายเหตุ
1 น้องเปิ้ล 3.58 –
2 LOVE 3.17 –
3 ภารตะฟิล์ม 3.16 –
4 มีแต่เธอ 3.18 –
5 ฤดูร้อน 3.55 –
6 ร.ด. Dance 4.23 –
7 โดดน้ำตาย 3.18 –
8 3 มิติ 3.28 –
9 ไถล 3.25 –
10 อยู่ในใจ 3.26 –
11 ทัชมาฮาล 6.18 –
12 อกหักเพราะรักเณร 1.42 Bonus track

On The Rainbow (พ.ศ. 2545)

On the rainbowสังกัด : จีนี่ เรคคอร์ดส
วางจำหน่าย : 1 พฤศจิกายน 2545 โดย MGA
อัลบั้มที่ 2 ของวงพาราด็อกซ์ที่ออกกับค่าย จีนี่ เรคคอร์ดส
ลำดับ ชื่อเพลง ความยาว หมายเหตุ
1 รุ้ง 4.44 –
2 กลิ่นโรงพยาบาล 3.49 –
3 เพลงสุดท้าย 3.56 –
4 ไฟ 3.01 –
5 ทะเลแสนหวาน 2.49 –
6 กวีบทเก่า 3.10 เรียบเรียงจากผลงานเดิมของ นูโว
7 คู่ควร 4.07 –
8 ผีเสื้อกับดอกไม้ิ 3.48 –
9 คลาย 3.27 –
10 เศษ 3.28 –
11 แมลงวัน 4.17 ก่อนหน้านี้อยู่ในอัลบั้มแค้นผีนรก
12 นั่งเศร้า 2.04 ก่อนหน้านี้อยู่ในอัลบั้ม Paradox & My Friends
13 Bonus Track 0.20 Bonus track

Free Style(พ.ศ. 2546)

Free Styleสังกัด : จีนี่ เรคคอร์ดส
วางจำหน่าย 23 กันยายน 2546 โดย MGA
อัลบั้มที่ 3 ของวงพาราด็อกซ์ ที่ออกกับค่าย จีนี่ เรคคอร์ดส
ลำดับ ชื่อเพลง ความยาว หมายเหตุ
1 SEXY 2.49 –
2 บ่วงไฟ 3.36 –
3 ขอ 4.01 –
4 ไซโค 2.20 –
5 โลภ 3.27 –
6 Star 4.00 –
7 บอลลูน 3.15 –
8 เทพธิดา้ิ 3.11 เพลงประกอบละครเรื่องสุภาพบุรุษลูกผู้ชาย
9 นักมายากล 4.10 ก่อนหน้านี้อยู่ในอัลบั้ม Lunatic Planet
10 กรงทอง 4.38 –
11 ปีศาจ 4.43 –
12 จันทร์เหงา 4.15 –
13 Bonus Track 1.25 Bonus track

X (Ten Years After) (พ.ศ. 2549)

X (Ten Years After)สังกัด : จีนี่ เรคคอร์ดส
วางจำหน่าย 28 กันยายน 2549 โดย MGA
อัลบั้มที่ 4 ของวงพาราด็อกซ์ ที่ออกกับค่าย จีนี่ เรคคอร์ดส เป็นอัลบั้มที่ออกมาเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีของวง โดยรูปผู้หญิงหัวปลาหมึกแสดงท่าัเป็นรูปตัวอักษร X ซึ่งเป็นเลขโรมัน หมายถึงเลข 10
อัลบั้มนี้มีเพลงพิเศษ หรือ Bonus Track 12 เพลง ซึ่งมีมากกว่าจำนวนเพลงหลักในอัลบั้ม
มีการจัดทำหนังสือ”บันทึกลึกลับ Paradox X” เบื้องหลังการทำงานของอัลบัม เขียนโดย อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา หรือ ต้า พาราด็อกซ์ นักร้องนำ
ลำดับ ชื่อเพลง ความยาว หมายเหตุ
1 ก็มีแค่นั้น 2.49 –
2 คิด 3.49 –
3 ผงาดง้ำค้ำโลก 3.56 –
4 ส่งรักส่งยิ้ม 3.01 –
5 ชัชชา 2.49 –
6 มองตา 3.10 –
7 เงา 4.07 –
8 เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย 3.48 เพลงประกอบโฆษณาเครื่องดื่ม M-Max
9 Say Hey! 3.27 –
10 ทุกๆอย่าง 3.28 –

Bonus Track
11 จ้าวป่าฮาเฮ 2.49 –
12 Escape (by DJ. Big It All) 3.49 แต่งโดยขจัดภัย กาญจนาภา
13 เกจิ (by Joseph) 3.56 แต่งโดย เสรฐพร กฤดากร ณ อยุธยา (โจอี้)
14 หอยใหญ่ 3.01 –
15 นั่งยาง (Soundtrack by TATA) 2.49 –
16 ก็มีแค่โน้น (DJ. มานิตย์ mix) 3.10 แต่งโดย จักรพงษ์ สิริริน
17 มองยาย 4.07 –
18 มะเร็งอารมณ์ (Live) 3.48 –
19 เงา (Version ลูกกรอก mix) 3.27 –
20 กลัว (underground 1998) 3.28 ก่อนหน้านี้อยู่ในอัลบั้ม Lunatic Planet
211 หน้าไหว้หลังหลอก (DJ. Big Body Slim mix) 4.17 ดัดแปลงจากฉบับเดิม ในอัลบั้ม Paradox & My Friends โดยขจัดภัย กาญจนาภา
22 โรงหนังเก่า (underground 1998) 2.04 ก่อนหน้านี้อยู่ในอัลบั้ม Paradox & My Friends
ที่มา http://th.wikipedia.org/

   http://s10.histats.com/6.swf