A Quiet Word

ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์

น้องเหมียว : โรคไข้หวัดแมว กรกฎาคม 17, 2007

Filed under: สัตว์เลี้ยง — Korkai @ 4:41 am
โรคหวัดแมว (cat flu)เป็นโรคที่พบได้บ่อยในช่วงที่อากาศมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสจำเพาะในแมว ได้แก่ Feline Viral Rhinotracheitis Virus (FVRC) หรือ Feline Herpesvirus (FHV) และ Feline Calici Virus (FCV) นอกจากนี้ยังอาจมีการติดเชื้ออื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น Bordetella หรือ Clamydia ซึ่งจะทำให้แมวแสดงอาการรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะในลูกแมวและแมวที่อ่อนแอ

รู้จักไวรัสหวัดแมว
โดยทั่วไป มีไวรัส 2 ชนิดเมื่อแมวได้รับเชื้อและจะมีการอาการหวัด โดยการแยกอาการของการติดเชื้อไวรัสสองตัวนี้อย่างคร่าว ๆ คือการสังเกตุได้จากอาการ ซึ่งไวรัส FCV จะไม่ค่อยมีอาการที่ตาและจมูก แต่อย่างไรก็ตาม แมวสามารถมีการติดเชื้อร่วมกันของไวรัสทั้ง 2 ชนิดนี้ได้ ซึ่งจะยิ่งทำให้อาการของโรครุนแรงมากขึ้นไปอีก Feline Viral Rhinotracheitis (FVRV) หรือ Feline Herpesvirus (FHV)

หลังจากแมวได้รับเชื้อ FVRV เชื้อจะมีระยะฟักตัวประมาณ 2 ถึง 10 วัน โดยจะทำให้แมวมีอาการอักเสบที่ตา จมูก หลอดลม ซึ่งทำให้แมวมีน้ำตาไหล มีน้ำมูกและเสมหะ นอกจากนี้ยังทำให้แมวมีอาการซึม หายใจลำบาก เป็นไข้ ไอ จามและเบื่ออาหาร ในกรณีที่มีเชื้อแบคทีเรีย ร่วมด้วยนั้น จะทำให้น้ำมูกข้นเหนียวจนเป็นหนอง อาจพบแผลหลุมเป็นวง ๆ บนลิ้น ทำให้แมวเจ็บมากจนไม่อยากกินอาหาร อาการอาจรุนแรงมากถึงขั้นเกิดปอดบวมและเยื่อหุ้มปอดอักเสบและทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

Feline Calici Virus (FCV)
ไวรัสชนิดนี้ ทำให้เกิดอาการน้ำมูกไหล ไอ จาม แต่อาจแสดงอาการรุนแรงมากกว่านั้นได้ สำหรับอาการที่เด่นชัดที่สุดคือ แผลหลุมบนลิ้น จะทำให้มีน้ำลายไหลยืดตลอดเวลา แผลในช่องปากจะทำให้แมวกินอาหารลำบาก ความอยากอาหารลดลง ทำให้อาการทรุดลงเร็ว

การติดต่อของโรคไข้หวัดแมว
การติดต่อของหวัดแมวเกิดจากแมวได้รับการสูดดมเชื้อไวรัสที่กระจายในอากาศจากแมวที่ติดเชื้อ หรือมีการสัมผัสกับแมวที่ติดเชื้อโดยตรง ซึ่งพบได้บ่อยในบริเวณที่มีแมวมาอยู่รวมกันมาก ๆ นอกจากนี้เชื้อไวรัสอาจติดตามเสื้อผ้าของเจ้าของที่ออกไปสัมผัสแมวป่วยนอกบ้านได้เช่นกัน ดังนั้นหลังจากสัมผัสแมวนอกบ้านแล้ว ควรทำความสะอาดเสื้อผ้าและร่างกายก่อนที่จะมาสัมผัสแมวในบ้านเพื่อเป็นการป้องกันโรคสู่แมวของเรา ในกรณีที่แมวป่วยและหายจากโรคแล้วนั้นสามารถเป็นพาหะนำโรคได้ต่อไป

การดูแลและป้องกันเมื่อเจ้าเหมียวเป็นโรคหวัด
สิ่งแรกที่ต้องทำคือพาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยเบื้องต้นก่อนว่าเป็นโรคหวัดแมวหรือไม่ การรักษาทำได้โดยใช้ยาปฏิชีวนะป้องกันโรคแทรกซ้อนจากแบคทีเรีย รวมทั้งยาลดเสมหะ นอกจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพน้องแมวว่าจำเป็นต้องได้รับน้ำเกลือ วิตามินต่าง ๆ เพื่อบำรุงตามความเหมาะสมหรือไม่

การให้อาหารควรน้องแมวได้กินอาหารอย่างเพียงพอ เพราะหากเจ้าเหมียวมีแผลในปากจะทำให้ไม่อยากกินอาหารเอง จึงอาจต้องมีการป้อนอาหารและยาให้ นอกจากนี้ต้องดูแลเรื่องความสะอาดด้วย เช่น เช็ดขี้มูก ขี้ตาอย่าให้เกรอะกรัง ทำความสะอาดปากทุกครั้งหลังป้อนอาหาร และควรให้ความอบอุ่นต่อร่างกาย เท่านี้น้องแมวของท่านก็จะหายจากอาหารหวัดแมวได้อย่างแน่นอน

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการนำแมวที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันโรคไปปะปนกับแมวภายนอก หากต้องนำแมวไปฝากเลี้ยงหรือต้องนำแมวไปในที่มีแมวรวมตัวกันมาก ๆ ต้องมั่นใจว่าแมวของเรามีภูมิคุ้มกันดีพอ ซึ่งทำได้โดยการนำแมวของท่านมารับวัคซีนป้องกันโรคหวัดแมว

Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s