A Quiet Word

ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงอาทิตย์

สุดยอดหนังแนวโคตรโหด “ Suicide circle ” “ Suicide Club ” สิงหาคม 29, 2006

Filed under: ความบันเทิง — Korkai @ 2:44 am

 ==>>  
 
ปกติไม่เคยโชวว์รูปตัวเองในสเปชนะ แต่บล๊อคนี้ขอหน่อย ภาพนี้เพ่อ็อบสัดแพดหนุ่มรูป(เกือบ)งาม ทำให้อ่ะ เท่ห์ม่ะ

  http://s10.histats.com/6.swf

 

           เคยได้ยินมานานแล้วว่า นอกจาก Battle Royal ที่ไล่ฆ่ากันเลือดสาดกระจาย จนเป็นกระแสสังคมร้อนแรงทั้งในญี่ปุ่น ลามมาถึงบ้านเรา ที่จริงมีหนังอีกเรื่องหนึ่งที่นำกระแสของปัญหาความรุนแรงในสังคม มาขยายความ และตีความในแบบที่หลายคนคาดไม่ถึง นั่นคือ “Suicide circle”  หรือในบางประเทศตั้งชื่อว่า “Suicide Club”
ส่วนเวอร์ชั่นไทย ตั้งชื่อสไตล์เดิมๆ วงจรอำมหิต นักเรียนพันธุ์โหด ความดังเรื่องนี้ ไม่ใช่เล่น เพราะโด่งดังไปทั่วโลกทั้งในเชิงลบและบวก แถมมีดีกรีคว้ารางวัล Winner: Jury Prize (Most Groundbreaking Film) จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2003 รางวัลเดียวกับหนัง “สัตว์ประหลาด” ของไทย ได้มาเช่นกัน ประมาณว่า “รางวัลสุดยอดของหนังแนวแปลกใหม่ แหวกแนว” ก็ว่าได้
          สารภาพว่า ตอนที่อ่านปกหลังว่าได้รางวัลนี้ หวั่นใจเล็กน้อยว่า จะดูหนังไม่เข้าใจตามประสาสมองหมีขาว ที่มีพื้นที่อันจำกัด แต่ด้วยราคาเซลส์ กระหน่ำ แถมมั่นใจว่าค่อนข้างหายากแน่นอน เลยคว้าหมับ จ่ายตังค์ออกจากร้านโดยพลัน ความจำของผมบอกว่า เคยอ่านการ์ตูน ซึ่งเป็นที่มาของหนังเรื่องนี้เหมือนกัน
          แต่นานเกินกว่าจะใช้อ้างอิงเป็นข้อมูลใดๆ ก่อนการรับชมได้ เรื่องเล่าถึงกระแสการนัดฆ่าตัวตายหมู่ โดยไม่มีสาเหตุของเหล่าวัยรุ่นญี่ปุ่น ซึ่งตอนแรก ตำรวจคิดว่าเป็นเพียงการฆ่าตัวตายธรรมดาเท่านั้น แต่ทำไปทำมา กลับพบประเด็นข้อสงสัยมากมายอันนำไปสู่เหตุการณ์คาดไม่ถึง !!! หนังอาศัยปริศนาจาก “ม้วนเนื้อ“ที่เย็บจากผิวหนังมนุษย์ ที่เต็มใจ (?) ฆ่าตัวตาย อันแสดงถึงความเป็นคลับเดียวกัน

เดินเรื่องโดยโยง การสื่อสารอินเตอร์เน็ต, ศิลปินไอด้อล, สภาวะทางจิตผิดปกติ, และการฆาตกรรม หรือการกระทำอันโหดเหี้ยม อัดแน่นเต็มเรื่อง

หลายฉากในเรื่อง ยืนยันว่า ผู้ชมที่มีขวัญอ่อน หรือทนฉากรุนแรง เลือดสาดกระจายไม่ได้ ห้ามดูเด็ดขาด !!!! ย้ำว่า ห้ามให้เด็กมานั่งดูเป็นเพื่อนครับ ไม่ว่าจะน้อง ลูก หลาน ยกเว้น “กิ๊ก” เท่านั้น ที่พอให้อภัย เพราะ …. ความโหดเหี้ยมหลายฉาก แสดงออกมาในแบบที่เราคาดไม่ถึง

หรือฉากบางฉากที่ผมยืนยันได้ว่า “สยดสยอง” เกินบรรยาย แม้แต่ในรูปแบบที่เราไม่คาดคิด หรือไม่มีวันคิดด้วยซ้ำไป

แค่เปิดเรื่อง … ฉากแรกคือ นักเรียนสาวกลุ่มใหญ่ ยืนหน้ากระดานจับมือ น่ารักน่าชัง ดูแล้วน่าเอ็นดู แต่วินาทีต่อมา พวกเธอทั้งหมดกระโดดหน้ากระดาน ลงไปให้รถไฟเหยียบ ร่างแหลกเป็นชิ้นส่วน เลือดเนื้อสาดกระเซ็น เต็มชานชลา รถไฟ และผู้คนที่อยู่แถวนั้น


โอ้ว!!!!! รับประกัน สะใจคอซาดิสม์ 100% แต่สำหรับผม ขออนุญาต อ๊อกกก

แค่นั้นไม่พอ ผู้กำกับยังช่วยทำให้จินตนาการเราชัดเจนกว่าเดิม ด้วยฉากต่อมา ที่ ตำรวจ เปิดดูชิ้นส่วนของศพที่ว่า ในห้องนิติเวช สาบานได้ว่า กำลังทานข้าวหมูแดงอยู่ … อิ่มทิพย์ในพริบตาครับ T-T เรื่องดำเนินด้วยการที่ตำรวจพยายามคลี่คลายปมปริศนาแต่กลับต้องพบสิ่งแปลกประหลาดที่ยากจะหาคำอธิบาย
และต้องสูญเสียในหลายสิ่งที่ไม่อาจกลับคืนมาได้

เรื่องนี้ มีปริศนาที่ดูแล้วปวดกบาลหลายจุด และถ้าเล่าไปก็ไม่สนุกแน่นอน แต่ชมไอเดียบรรเจิดของผู้กำกับ ที่สามารถนำแผลสังคมญี่ปุ่น ได้แก่ การฆ่าตัวตาย ออกมานำเสนอในแบบที่เราไม่เคยคิดถึงมาก่อน ทุกฉากในเรื่องนี้ ผมไม่แนะนำให้ผู้มีวุฒิภาวะต่ำ หรืออยู่ในภาวะหมองเศร้ารับชมโดยลำพัง  หลากวิธีนำเสนอ ล้วนสุดยอดทั้งนั้น แต่ข้อสงสัยประการหนึ่งคือ DVD ที่ผมซื้อมา ผ่านการเซนเซอร์จาก สนง ตำรวจ เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า ผ่านฉลุยมาได้อย่างไร
บางที ผู้อนุมัติอาจมองว่าเป็นศิลปะในอีกรูปแบบหนึ่งมั้งครับ ????

ที่สงสัย ก็เพราะบางเรื่องที่ผมเห็นหั่นฉากโน้นฉากนี้ ออกไป ล้วนค่อนข้างไร้สาระ แต่เรื่องนี้ ดูแล้วไม่น่าจะผ่านมาแบบสมบูรณ์ รอดปากเหยี่ยวปากกามาได้อย่างน่าอัศจรรย์เป็นที่สุด

หนังตั้งคำถามกับเราว่า “เราเกิดมาเพื่ออะไร มีความสำคัญอะไรกับโลกใบนี้ และถ้าไม่มี หรือสูญเสียคนที่เรารักไปแล้ว ทำไมเราจะต้องอยู่ต่อไปล่ะ ?”

ถ้ามั่นใจว่า เรามีคุณค่าและเหตุผลเพียงพอที่จะอยู่บนโลกกลมๆ ใบนี้   ปรัชญาที่ว่าย่อมไม่มีความหมายใด และเป็นแค่ปรัชญาบ้าบอ ที่นำมาหาเหตุผลในการยอมแพ้ต่อชีวิตของตัวเอง … แค่นั้น

สรุป แฟนหนังแนวนี้ สามารถรับชมได้ทันที รับรองว่าไม่ใช่หนังที่จะสร้างออกมาได้บ่อย หายาก และคุ้มค่าดู
แต่ดูเสร็จแล้ว จะชอบหรือไม่ แล้วแต่เพื่อนๆ จะตัดสินล่ะครับ

 จากคุณ : Mr. Polar Bear

 

   http://s10.histats.com/6.swf

Advertisements
 

ปะปะปะ~ ปังย่า สิงหาคม 24, 2006

Filed under: ไดอารี่ — Korkai @ 10:18 pm

 

 
 
 
ตีปังย่าค่ะ..แบบว่าเล่นมาได้ประมาณเดือนนึง ติดงอมแงม
ไอดี aitongbaba ==> (ไวน์)ระหว่างเขา แบบว่ามีน้องคนนึงมาชวนไปอยู่คลับ wpc รึไรเนี่ยะแหล่ะแต่ไม่ทันแล้วโดนดูดไปอยู่คลับ crazy ซะก่อน..มีพระอาจารย์ minkie ช่วยสอนเห้อ..อาจารย์เก่งแต่ลูกศิษย์ยางห่วยอยู่ ตีแปกเมื่อไหร่จาเก่งหว่า..สังเกตดูรูปที่เอามาโชวว์ไม่มีโฮอินวัน เพราะโฮไม่เป็น เอิ๊กๆๆ
มีแต่อาบา แต่อยากโชวว์ (มีไรป่ะ)
~ น้องถุงดำ เสียปังไป 7 หมื่นก่า ไม่ได้ไรเลย ได้แต่ยาเน่ามาให้เยอะเลย
~ บันไดงู อูๆๆ ทอยเต๋าไป 70 ลูกยังอยู่ 22 คงจารู้นะว่าเพราะอาราย..อาภัพ
~ เก็บเงินซื้อคาดี้ ใกล้ครบแระ แต่!! ซื้อมะได้ เวลไม่ถึง ..เป็นชนชั้นผู้น้อย
 
ปล.1 เรื่องของเรื่องคือนูริมานน่ารักอ่ะ เล่นไปเล่นมาชอบนูริซะแล่ว อิอิ
ปล.2 ใช้ไอดีผู้ชายเล่นปัง มีคนคิดว่าเป็นกระเทยเต็มเลยหง่ะ เหอๆๆ
 

ตัวละครในนิยาย สิงหาคม 23, 2006

Filed under: เนื้อเพลงโดนใจ — Korkai @ 4:33 am

    
 
     …ในมือฉันมีปากกากำลังเขียนเรื่องออกมา  ลงมือเขียนด้วยปากกามันคือนิยายเล่มหนา… 
    บรรจงเขียนทีละตอน บรรจงสร้างตัวละคร ลงมือเขียนจนไม่นอน จนอินเรื่องในละคร
    เริ่มเหนื่อยล้า… จึงหลับตา วูบดับลง…มืดมัว มืดมัว น่ากลัว น่ากลัว นั่นใคร นั่นใคร นั่นใคร นั่นไง
    ได้ยินนาฬิกาจึงตื่นจากฝันฉันหลับไปเมื่อไร ฝันไปวุ่นวาย
    …หันมองไปรอบตัวไม่ใช่ห้องฉัน ฉันอยู่ที่ไหนกัน ฉันเป็นอะไร

    แล้วฉันก็เดินไป ไม่รู้ว่าทำไม ขาฉันมันก้าวไป เหมือนฉันนั้นโดนคำสั่งให้เดินไปช้า ๆ
    ที่นี่ที่ไหนกัน คุ้นๆ ว่าเคยมา คุ้นๆ ว่าเคยเจอ เหมือนฉันนั้นเคยรู้จัก มันเคยชินมานาน…
    ….แล้วก็พบว่าที่ตรงนี้เขียนเอาไว้ในหนังสือ

    ทุกอย่างเริ่มชัดเจนฉันเพิ่งเข้าใจ ฉันอยู่ในนิยายที่ฉันเขียนเอง ฉันถูกกักไว้ในนิยายของฉัน

    … ฉันถูกทำให้กลายเป็นตัวละคร
    ฉันอยู่ในละคร ละครของฉัน ฉันตื่นหรือฝันไป ว่าตื่นขึ้นมา ฉันเป็นคนที่เขียนนิยายเรื่องนั้น
    หรือเป็นตัวละครไม่มีตัวตน….

 

 

ไม่ได้ลามกถามอย่างเป็นวิชาการแก้ผ้านอนกอดกันในผ้าห่มกับใส่เสื้อผ้ากอดกันในผ้าห่มอย่างไหนสร้างความอบอุ่นได้มากกว่ากัน (แตกประเด๊น) สิงหาคม 21, 2006

Filed under: Entertainment — Korkai @ 6:46 pm

 

หมายถึง ชายกับหญิง ให้นอนกอดกันเฉยๆ(ห้ามทำอะไรอย่างอื่น) อยากทราบว่าอย่างไหนจะสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายได้มากกว่ากัน 
จากคุณ : (-_-") 
– [ วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ 18:41:07 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : ถ้าใส่เสื้อผ้านี่อุ่นพอประมาณครับ แต่ถ้าถอดเสื้อผ้านี่ อุ่น..อุ่น..อืม..อุ่น..อุ..อุ..อุ..อุ..อุ๊บ..อ่า… อุ่นจนเหงื่อแตกเป็นเม็ด ๆ เลยครับ
จากคุณ : tuinui98 
ความคิดเห็นที่ 2 :
ถอดเสื้อนอนกอดอย่างเดียวไม่ร้อนครับคุณ tuinui98 ต้องมีการออกกำลังด้วย
———————————————————–
ถ้าเอาตามจริงน่าจะใส่เสื้อนะครับ
จากคุณ : Epinephrine
ความคิดเห็นที่ 3 : ต๊ายตาย ไม่เค๊ย ไม่เคย แต่คุ้นๆว่า การถอดเสื้อผ้าน่าจะอบอุ่นกว่า ดูอย่างในหนังจีน  เวลาพระเอกโดนพิษ หรือมีไข้ นางเอกยังถอดเสื้อผ้าให้ความอบอุ่นเลย ในเมื่อไม่มีฉนวน มากั้นระหว่างเราทั้งสอง การถ่ายเทความร้อน น่าจะดีกว่ามีฉนวนซิ ยิ่ง…….ด้วยล่ะก็……….ชัวล์
จากคุณ : พ่อไก่โต้ง
ความคิดเห็นที่ 4 : นอนกอดกันยังไงก็ไม่สนิทกันหรอก เลือดมันชอบไปคั่งผิดที่อยู่เรื่อย
จากคุณ : dualspiner
ความคิดเห็นที่ 5 : ไม่ใส่เสื้ออุ่นกว่าครับ เพราะการถ่ายเทความร้อนทำได้โดยตรง และความชื้นที่เกิดจากเหงื่อจะระเหยได้ยากยิ่งขึ้น ดังนั้นจะรู้สึกอุ่นมากกว่า…หวังว่าไม่ขึ้นเป็นกระทู้แนะนำนะครับ
จากคุณ : เ ม ฆ ค รึ่ ง ฟ้ า

ความคิดเห็นที่ 6 : กำลังจะทดลองครับ  แต่วัตถุตัวอย่างไม่ให้ความร่วมมือ ทำให้เกิดปฎิกริยารุนแรงระเบิด อารมณ์ขึ้นเป็น รอยห้านิ้ว ร้อนผ่าวๆ จบการทดลองเพียงเท่านี้
จากคุณ : หน้าไม้ใจเย็นยิ่ง
ความคิดเห็นที่ 7 :  เกิดการกระเจิงแสง
จากคุณ : เอ็มฐ์พล
ความคิดเห็นที่ 8 : สภาวะกระตุ้น
จากคุณ : บ่าวจ่อย
ความคิดเห็นที่ 9 : ระวังการแทรดสอดแบบไม่หุ้มฉนวนกั้น อาจทำให้ต้องแจ้งเกิดได้ในอนาคต
จากคุณ : x
ความคิดเห็นที่ 10 : การกอดแบบถอดเสื้อจะกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้เกิดการถ่ายเทพลังงานและคายพลังงานออกมาในที่สุด ทั้งคู่จะตัวเย็นขึ้น สรุปแล้วใส่เสื้อผ้าอบอุ่นกว่าครับ
จากคุณ : พรานพื้นเมือง
ความคิดเห็นที่ 11 : แบบนี้ต้องมีการทำวิจัย และถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานครับ
ากคุณ : mohicann
ความคิดเห็นที่ 12 : นี่ถ้าซื้อหวยก็ถูกไปแล้ว ผมเห็นกระทู้นี้ตั้งกะอาทิตย์ก่อน ก็ว่าแล้ว มันต้องขึ้นกระทู้แนะนำแน่ๆอ่ะ โดยเฉพาะห้องหว้ากอเนี่ย
เจรงๆเล้ย……………ตะละคน
จากคุณ : 108dog (108dog)

 

 

ไปบ้านเพื่อนอ่ะ สิงหาคม 16, 2006

Filed under: ไดอารี่ — Korkai @ 11:48 am

 

           ช่วงนี้ เตรียมตัวสอบกรมส่งเสริมฯหน่ะ อาจจะต้องงดออกรอบ งดออนไลน์ชั่วคราว(เพราะไปนอนบ้านเพื่อน) ถามว่าเตรียมตัวดีมั้ย รึคาดหวังมั้ย ไม่เลย ไม่ได้คาดหวังอะไรเพราะได้ข่าวมาว่าข้อสอบ ภาค ข. รั่ว และไม่อยากทำงานราชการด้วย เบื่อ เหอๆ ยังไม่ทันไรก็เจอหวยล๊อคซะหล่ะ น่าเบื่อระบบราชการ ถ้าข้อสอบ ภาค ข. รั่วจริง อย่างงี้จะกำหนดให้ใครผ่าน ภาค ก. ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วหล่ะสิ (จะไปสอบทามายหล่ะ) แต่เอาเถอะ ขอไปดูให้เห็นกับตาหน่อย ว่าจริงหรือไม่จริง ถ้าจริงเด๊วจะประจานให้เป็นข่าวเลย หุหุ เมื่อก่อนก็ทำงานให้กรมส่งเสริมมาปีนึง พอจะรู้ระบบหล่ะ ว่าการโกงเป็นเรื่องทำมะดามากๆ ใครที่เคยเป็น content co-ordinator คงจะรู้ดี โปรเจคงี่เง่าเสียเงินเกือบ 500 ล้าน แต่ใช้จริงไม่กี่ 10 ล้านที่เหลือเข้ากระเป๋าใคร..ถึงว่าราชการเงินเดือนน้อย แต่..รวยๆ ชิ เบื่อประเทศไทย เบื่อแม้ว ..ถ้าไม่ติดว่าเพื่อนให้ไปช่วยติว ไม่ไปหรอก นั่งตีปังย่าไป ขายของไปอยู่ก่ะบ้าน มันส์กว่าเยอะ..
ปล.1 เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ถ้าจะมาเจอกันก็วันอาทิตย์ ที่ ศร.2 ม.กะเสดอ่ะนะ ที่เดิมๆ หัวใจเดิมๆ
ปล.2 ไม่ได้กินกับข้าวที่บาร์ใหม่มานานหล่ะ…แบร่
 

ความสัมพันธ์กันระหว่างพาราโบร่า กับปีรามิด (แตกประเด๊น) สิงหาคม 15, 2006

 

พาราโบร่ามีความยาวแกน X เท่าความสูงของปีรามิด มีความยาวแกน Y เท่าความยาวฐานของปีรามิดมีพื้นที่หน้าตัดสีเหลืองเท่ากันคุณคิดว่า  ถ้าเทน้ำลงไปด้วยปริมาตรที่เท่ากัน  ความสูงของระดับน้ำจะเท่ากันไหมครับ
ความคิดเห็นที่ 1 : พาราโบร่านั้น  ผมวาดแบบกะๆเอาน่ะ – -แต่สมมุติให้อยู่ภายใต้ความยาว y เป็นสัดส่วนตรงต่อความยาว x ยกกำลังสองเหมือนเดิม
จากคุณ : สมภพ เจ้าเก่า
ความคิดเห็นที่ 2 : เท่ากัน  เพราะว่า  parabola เป็นกราฟของสัดส่วนของปริมาตรของปิรามิด ถูกป่าวหว่า  เดานะ
จากคุณ : perspeceviT
ความคิดเห็นที่ 3 : ถ้าพื้นทีjเหลืองนั้นคือ Yh
รูป y=x2 นั้น A = x2h
รูป pyramid นั้น A = x[X2 /X] * x[ h/X] = x2h จับอินติเกรท มันก็เท่ากันตลอด พิมพ์ยากนิ
จากคุณ : nerdster
ความคิดเห็นที่ 4 : พื้นที่ผิวน้ำ  ก็เท่ากันทุกระดับด้วยใช่ป่าว
จากคุณ : สมภพ เจ้าเก่า
ความคิดเห็นที่ 5 : ไม่เห็นบอก spec ของพาราโบลามาเลยนี่ครับ จุดยอดอยู่ตรงไหน ระยะห่างของจุดโฟกัสกับจุดยอดเป็นเท่าไหร่
จากคุณ : packham
ความคิดเห็นที่ 6 : คิดว่าคุณสมบัติของพาราโบร่าที่เหมือนกันหมดคือ  เป็นกราฟยกกำลังสองนี่ จุดยอดมาตรฐานคงอยู่ที่ 0,0 (จุดที่ไม่คิดมาก)  ส่วนจุดโฟกัสไม่จำเป็นต้องรู้ ในขณะที่พื้นที่ฐานปีรามิด  ก็เป็นสัดส่วนตรงต่อระยะห่างจากยอดยกกำลังสองเช่นกัน ไม่ว่าจะตัดที่ใดเป็นฐาน จึงน่าจะหาพื้นที่ใต้ส่วนโค้งพาราโบร่าได้  เหมือนกับที่สามารถหาปริมาตรของปีรามิดได้ครับ
จากคุณ : สมภพ เจ้าเก่า
ความคิดเห็นที่ 7 : สมมติว่าคุณต้องการพาราโบลาที่ผ่านจุด A และ B แต่เนื่องจากสมการพาราโบลาที่คุณ เซียนแห่งmath ให้ไว้คือ (y-k) = 4a(x-h)^2 มีตัวแปรไม่ทราบค่า 3 ตัวคือ h,k,a ดังนั้น คุณต้องการอย่างน้อย 3 สมการในการหาค่าตัวแปร แต่เรามีแค่ 2 สมการ นั่นคือ มีพาราโบลามากมายที่ผ่านจุด A และ B แต่ถ้าคุณบอกจุดยอดของพาราโบลามา (เช่นอยู่ที่จุด A) เราก็จะรู้ค่า h,k ที่เหลือคือค่า a ซึ่งสามารถหาได้จากเงื่อนไขผ่านจุด B นั่นคือในกรณีนี้เราจะได้พาราโบลาที่ unique แล้ว spec ของพาราโลาของคุณ สมภพ เจ้าเก่า เป็นยังไงล่ะครับ?
ความคิดเห็นที่ 8 : บางอย่างคิดแบบหยาบๆไม่ได้นะครับไม่เท่าหรอกครับ ไม่ต้องเปรียบของ 2 สิ่งนี้หรอกครับ ของรูปทรง 3 มิติ ทุกชนิดแหละครับ การที่จะให้น้ำเท่ากันทุกจุดนั้น พื้นที่หน้าตัดต้องเท่ากันทุกจุด จินตนาการตามนะครับ เพราะมันต้องแปรผันเท่ากันทุกระดับความสูงที่เติมน้ำเข้าไป -แต่ถ้ากำหนดโจทให้หน้าตัดเท่ากันทุกจุดคงประหลาดแหละครับเพราะไม่รู้จะถามไปทำไม
จากคุณ : อาจารย์แมว
 
 

เอามาเล่าทามายเนี่ยะ สิงหาคม 11, 2006

Filed under: ไดอารี่ — Korkai @ 4:38 am

<== ?? สวยม่ะ “มะบอกวาดให้ ก็วาดให้มาตั้งหลายรูป สวยดีอ่ะ ศิลเปอะดี